กยท. ดีเดย์เปิดตลาดกลางยางพาราเชียงราย เพิ่มทางเลือกให้สถาบันเกษตรกรฯ ภาคเหนือ นำระบบดิจิทัลซื้อ-ขายผ่านการประมูลอิเล็กทรอนิกส์
วันที่ 28 มีนาคม 2565 นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า กยท.เปิดสำนักงานตลาดกลางยางพารา จ.เชียงราย เป็นแหล่งซื้อขายยางของเกษตรกรชาวสวนยางในภาคเหนือ พร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาพัฒนาระบบประมูลยาง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมด้านราคา
โดยมุ่งส่งเสริมและพัฒนายางพาราของประเทศให้สามารถขับเคลื่อนไปสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์ยางพารา สร้างกลไกรักษาเสถียรภาพราคายาง เน้นสร้างรากฐานการผลิตที่เข้มแข็ง พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน ยกระดับรายได้คุณภาพชีวิต และส่งเสริมการค้าให้มีความเป็นธรรมต่อเกษตรกร สถาบันเกษตรกร ซึ่งหนึ่งในความสําเร็จตามภารกิจนี้คือ การขับเคลื่อนตลาดกลางยางพาราของ กยท.

ปัจจุบันมีทั้งหมด 8 แห่ง กระจายอยู่ในพื้นที่ทุกภาคของประเทศไทย โดยตลาดกลางยางพาราแห่งใหม่จัดตั้งขึ้นในเขตภาคเหนือ ซึ่งมีพื้นที่ปลูกยางประมาณ 1.25 ล้านไร่ มีปริมาณผลผลิตยางแห้งประมาณ 200,000 ตัน เฉลี่ยผลผลิต 170 กก./ไร่/ปี
โดยจังหวัดเชียงรายเป็นจังหวัดที่มีปริมาณผลผลิตยางพาราสูงที่สุดในภาคเหนือเฉลี่ย 58,000 ตัน/ปี มีพื้นที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ได้รับการยกระดับเป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ มีความพร้อมทางด้านโลจิสติกส์ ทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ สามารถอํานวยความสะดวกให้แก่นักธุรกิจทั้งในและต่างประเทศได้ ถือเป็นโอกาสและจุดแข็งดีในการพัฒนาตลาดยางพาราไทย
กยท.จึงจัดตั้งตลาดกลางยางพาราจังหวัดเชียงรายขึ้น เพื่อดำเนินกิจกรรมพัฒนาการซื้อขายยางก้อนถ้วยหรือยางเครปที่ได้มาตรฐาน เพื่อเป็นทางเลือกในการซื้อขายผลผลิตยาง สร้างความเป็นธรรมด้านราคา มีการกำหนดมาตรฐานและคุณภาพยางที่ส่งมอบอย่างชัดเจน เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่ซื้อขายยางผ่านตลาดกลางของ กยท.
ทั้งนี้ ปัจจุบันตลาดกลางยางพาราจังหวัดเชียงรายมีสมาชิกผู้ซื้อยาง 22 ราย สถาบันเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร 49 ราย และมีตลาดเครือข่ายกว่า 30 ตลาด ล่าสุดมีปริมาณยางซื้อขายผ่านตลาดแล้ว (ต.ค. 64-ม.ค. 65) ประมาณ 1.6 หมื่นตัน คิดเป็นมูลค่าซื้อขายกว่า 445 ล้านบาท
ดำเนินการซื้อขายยางพาราผ่านระบบประมูลยางอิเล็กทรอนิกส์ที่พัฒนาโดยตลาดกลางยางพาราจังหวัดเชียงราย ช่วยให้ผู้ซื้อผู้ขายยางสามารถเข้าประมูลยางผ่านระบบได้สะดวกขึ้น โดยราคาประมูลเป็นไปตามกลไกตลาด มีการกำหนดราคากลางเปิดตลาดร่วมกันโดย กยท. และสถาบันเกษตรกรผู้ขายยาง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โดยผู้ซื้อจะได้รับยางพาราที่มีคุณภาพเหมาะสมกับราคาอย่างแน่นอน