Skip to content

นโยบายเฟด-สงคราม ปัจจัยกดดันดัชนีตลาดหุ้นไทย

23 เม.ย. 2565 | 09:38น.
นโยบายเฟด-สงคราม ปัจจัยกดดันดัชนีตลาดหุ้นไทย
คอลัมน์ : เช็กกระแสหุ้น

สัปดาห์ที่ผ่านมา (18-22 เม.ย.) หุ้นไทยต้นสัปดาห์ปิดลบในวันจันทร์ แล้วกลับมาบวกได้ในวันถัด ๆ มา

โดย “อภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล” ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้จำกัด กล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยสามารถขยับขึ้นมาได้ อานิสงส์จากการประกาศผลประกอบการของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

ทั้งในช่วงไตรมาสเดียวกันปีก่อน (YOY) และไตรมาสก่อนหน้า (QOQ) รวมทั้งเรื่องการผ่อนคลายมาตรการเปิดรับนักท่องเที่ยวที่จะง่ายและสะดวกมากขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยวและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง

มองไปในสัปดาห์ข้างหน้า (25-29 เม.ย.) “อภิชาติ” ประเมินว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยจะมีแนวโน้มแกว่งตัว sideway ในกรอบ 1,665-1,700 จุด โดยยังคงมีปัจจัยลบจากต่างประเทศ
ไม่ว่าจะเรื่องของการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่อาจมีการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่เข้มข้นมากขึ้นในการประชุมครั้งถัดไปเพื่อสกัดเงินเฟ้อ รวมถึงภาวะสงครามรัสเซียกับยูเครนที่ยังคงยืดเยื้อต่อเนื่องยังคงเป็นปัจจัยที่สร้างความกดดันต่อทิศทางการลงทุน

ทั้งนี้ บล.ทิสโก้แนะนำหุ้นเด่นที่น่าสนใจในระยะนี้ จากปัจจัยการประกาศผลประกอบการ โดยหุ้นที่น่าสนใจจะเป็นหุ้นที่คาดว่างบฯไตรมาส 1 จะออกมาดี ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก คือ หุ้นกลุ่มที่คาดว่าจะมีผลประกอบการออกมาดี ทั้ง YOY และ QOQ หุ้นเด่น จะเป็น BDMS, GFPT และ TIDLOR ส่วนอีกกลุ่มจะเป็นหุ้นกลุ่มที่เติบโตเฉพาะ YOY ได้แก่ BAM, BJC และ CRC

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รัสเซีย-ยูเครน หุ้น เฟด