อาคม สั่งกรมภาษีดึงเทคโนโลยีมาใช้ หนุนเก็บรายได้ตามเป้า 2.4 ล้าน ล.
รมว.คลัง สั่งกรมภาษีดึงเทคโนโลยีมาใช้ เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ หนุนสิ้นปีงบประมาณ’65 เก็บรายได้ตามเป้า 2.4 ล้านล้านบาท
วันที่ 9 พฤษภาคม 2565 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ 3 กรมจัดเก็บรายได้หลักของรัฐ ได้แก่ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร ไปดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้อำนวยความสะดวกในการดำเนินงาน ทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่ในการจัดเก็บภาษี และอำนวยความสะดวกให้กับผู้เสียภาษีด้วย โดยเชื่อว่าจะจัดเก็บรายได้ตามเป้าหมายปีงบประมาณ 2565 ที่คาดการณ์ไว้ประมาณ 2.4 ล้านล้านบาท
“เชื่อมั่นว่า การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี จะทำให้การจัดเก็บรายได้ของภาครัฐ เป็นไปตามเป้าหมายอย่างแน่นอน ขอให้คนที่ห่วงใยว่ารัฐจัดเก็บรายได้ ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย อย่าได้กังวล เพราะกระทรวงการคลังทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถและรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเข็มงวด”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ ได้แก่ กรมสรรพากร ตั้งเป้าหมายจัดเก็บรายได้ตามเอกสารงบประมาณปี 2565 ไว้ที่ 1.87 ล้านล้านบาท กรมสรรพสามิต ตั้งเป้าหมายจัดเก็บรายได้ตามเอกสารงบประมาณปี 2565 ไว้ที่ 592,000 ล้านบาท ส่วนกรมศุลกากร ตั้งเป้าหมายจัดเก็บรายได้ตามเอกสารงบประมาณปี 2565 ไว้ที่ 100,000 ล้านบาท
ขณะที่การจัดเก็บรายได้รัฐช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2565 (ต.ค. 64-มี.ค. 65) จัดเก็บรายได้สุทธิ 1,091,156 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 68,890 ล้านบาท หรือ 6.7% และสูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 6.8% โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่เป็นผลจากการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสากร ที่สูงกว่าประมาณการ เนื่องจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ที่สูงขึ้นตามการขยายตัวของการนำเข้า และรายได้ของนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาจากสภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว