เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
Real Estate เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
Economic กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
Business ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
Finance ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
Real Estate จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
Economic ‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
World ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
Real Estate ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
Real Estate เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
Real Estate ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
ดูทั้งหมด

ดร.พิพัฒน์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ KKP กระเทาะปมเงินเฟ้อสูงติดลมบน

15 พ.ค. 2565 | 13:51น.
ค่าเงินบาท-ดอลลาร์สหรัฐ

“ดร.พิพัฒน์” หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ KKP ชี้โลกเผชิญภาวะเงินเฟ้อสูงติดลมบน เปิดปมสหรัฐต้องใช้ยาแรง รับมือความเสี่ยงเงินเฟ้อค้างนาน ป่วนราคาสินทรัพย์ทั่วโลก

วันที่ 15 พฤษภาคม 2565 ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) โพสต์เฟซบุ๊ก “Pipat Luengnaruemitchai” ถึงประเด็นว่า “เมื่อเงินเฟ้อติดลมบน” โดยระบุว่าตัวเลขเงินเฟ้อที่ประกาศวันก่อน น่าจะเป็นตัวเลขเงินเฟ้อที่คนติดตามมากที่สุดครั้งหนึ่ง เพราะเดิมพันสูงมาก หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เงินเฟ้อสหรัฐเดือนมีนาคมพุ่งขึ้นไปถึง 8.5%

ซึ่งทำให้เฟด (ธนาคารกลางสหรัฐ) ต้องยอมรับกลาย ๆ ไปแล้วว่าตัวเอง “behind the curve” จนแปลงร่างจากนกพิราบที่น่ารัก เป็นพญาเหยี่ยว

และกระทืบเบรกแรง ๆ ด้วยการขึ้นดอกเบี้ยทีละ 0.5% จนตลาดตกอกตกใจ ร่วงกันระนาว และเจาะฟองสบู่แตกไปหลายดอก

ตลาดคาดกันว่าเงินเฟ้อเดือนเมษายนน่าจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว และน่าจะลดลงมาได้ เฟดจะได้ผ่อนแรงบ้าง พอให้ตลาดหายใจหายคอกันหน่อย

ตัวเลขที่ออกมาคือ เงินเฟ้อลดลงจริงเหลือ 8.3% จากปีก่อน แต่ลดลงน้อยกว่าที่ตลาดคาด ถ้าคิดเป็นเดือนต่อเดือนเหลือ 0.3% (แปลว่าคิดเป็นทั้งปีก็ประมาณเกือบ ๆ 4% ลดมาพอควรแล้ว) ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานลดเหลือ 6.1% ก็เยอะกว่าที่ตลาดคาด

ดร.พิพัฒน์ ระบุอีกว่า ถ้าดูไส้ในพบว่ามีแรงกดดันอยู่สามกลุ่มใหญ่ ๆ

หนึ่ง คือ เงินเฟ้อที่มาจากการเปิดเมือง และ supply กลับมาได้ไม่ทัน เช่น รถเก่า (ที่ขึ้นมาที 30-40% แต่ไม่มีใครเชื่อว่าจะขึ้นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ได้) รถใหม่ โรงแรม เครื่องบิน ราคาสินค้ากลุ่มนี้น่าจะเริ่มทรงตัว และมีแรงกดดันต่อเงินเฟ้อค่อยๆน้อยลง ตามฐานที่สูงและ supply ที่ค่อย ๆ ดีขึ้น

สอง คือกลุ่มราคาพลังงาน ที่เริ่มขึ้นมาเยอะๆช่วงปลายปีเป็นแรงกดดันสำคัญ แต่ถ้าน้ำมันไม่ขึ้นต่อกลุ่มนี้ก็น่าจะค่อย ๆ ดีขึ้น

แต่กลุ่มสุดท้าย คือ เงินเฟ้อที่มาจาก demand และการคาดการณ์เงินเฟ้อที่สูงขึ้น เช่น ราคาบริการต่าง ๆ ที่สะท้อนค่าจ้างมากกว่าต้นทุน หรือค่าเช่าบ้าน พบว่าเริ่มเร่งตัวขึ้น และอยู่ในระดับ 4-6% ซึ่งกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่น่ากังวลที่สุด และถ้าเฟดคุมไม่ดี เงินเฟ้อกลุ่มนี้จะค้างสูงจนกลายเป็นปัญหาได้

ถ้าดูแบบนี้ คนส่วนใหญ่ยังคงมองว่าเงินเฟ้อน่าจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว แต่มีความเสี่ยงที่จะค้างอยู่ในระดับค่อนข้างสูงไปอีกสักพัก ปลายปีอาจจะเห็นเงินเฟ้ออยู่ประมาณ 4-5% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมาย 2% มาก

ทำให้เฟดไม่มีทางเลือกต้องกระทบเบรกกันต่อไป

ตอนนี้ประเด็นที่สำคัญที่ยังถกเถียงกัน ไม่ใช่ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ แต่ต้องขึ้นไปถึงไหน และเมื่อไร

ตัวเลขนึงที่คนอยากรู้มาก ๆ คืออัตราดอกเบี้ย “neutral rate” หรืออัตราดอกเบี้ยที่ไม่เร่งหรือเบรกเศรษฐกิจอยู่ตรงไหน

โดย FOMC (คณะกรรมการนโยบายการเงินของเฟด) ประเมินไว้ว่าอยู่ที่ประมาณ 2.4% แปลว่าถ้าเศรษฐกิจยังร้อนแรง ยังไงก็ต้องขึ้นดอกเบี้ยไปให้เกินตรงนั้น และเริ่มมีคนมองว่าอย่างน้อยควรจะขึ้นดอกเบี้ยไปให้ถึง 3.25% เพื่อจัดการกับเงินเฟ้อ

“แต่จะถึงจุดนั้นเมื่อไร? ตลาดคาดกันว่า อาจจะต้องขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งละ 0.5% ไปสักสองสามครั้ง และลดเหลือ 0.25% ทุกครั้ง ปีนี้มีประชุมเหลืออีกห้าครั้ง ดอกเบี้ยน่าจะไปถึงจุดนั้นสักต้นปีหน้า แต่หลังตัวเลขเงินเฟ้อออกมา มีกรรมการ FOMC บางท่าน เช่น Bullard บอกว่าอยากเห็น 3.5% ปลายปีนี้เลย! แปลว่าต้องขึ้นครั้งละ 0.5% ในการประชุมทุก ๆ ครั้ง ตลาดก็ตกลงร่วงลงมาอีก เพราะที่ว่า priced in ไปหมดแล้ว อาจจะยังไม่หมดก็ได้”

ดร.พิพัฒน์ ระบุอีกว่า เท่านั้นยังยังไม่หมด โดยธนาคารกลางรอบบ้านของไทยก็ทยอยปรับดอกเบี้ยขึ้นกัน รวมถึง ECB (ธนาคารกลางยุโรป) ที่ใช้ดอกเบี้ยติดลบมานานหลายปี ยังบอกว่ากำลังจะขึ้นดอกเบี้ยเร็ว ๆ นี้

จนกว่าตลาดจะมีการคาดการณ์ที่สอดคล้องกัน ทั้งเรื่องเงินเฟ้ออยู่ตรงไหน ธนาคารกลางจะขึ้นดอกเบี้ยไปถึงไหน และเร็วแค่ไหน เราอาจจะเห็นยังคงผันผวนรุนแรงอย่างที่เห็น

สินทรัพย์ที่มี valuation แพง มีหนี้เยอะ ๆ และเคยได้รับประโยชน์จากดอกเบี้ยต่ำ สภาพคล่องล้น หรือหน้าตาคล้าย ๆฟองสบู่ คงจะถูกเจาะไปทีละอันอย่างที่เรากำลังเห็นกัน

“แต่หวังว่าจะไม่นำไปสู่ market event ใหญ่ ๆ ที่เป็นความเสี่ยงต่อระบบนะครับ เพราะเวลาน้ำลดอย่างนี้แหละครับ ที่เราจะเห็นว่าใครว่ายน้ำโดยไม่ใส่เสื้อผ้า” ดร.พิพัฒน์ระบุ