Skip to content

งัดมาตรา 27 สางปม ซิปเม็กซ์ ใช้อำนาจ “รมว.คลัง” ออกเกณฑ์คุมเข้ม-เชือด

03 ส.ค. 2565 | 08:14น.
งัดมาตรา 27 สางปม ซิปเม็กซ์ ใช้อำนาจ “รมว.คลัง” ออกเกณฑ์คุมเข้ม-เชือด

บอร์ด ก.ล.ต. ดิ้นล้อมคอกปัญหา Zipmex เผยมาตรการเร่งด่วน งัดมาตรา 27 พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล ให้รัฐมนตรีคลังใช้อำนาจออกเงื่อนไขเพิ่มเติม “คุมเข้ม-เอาผิด” ผู้รับใบอนุญาตนอกคอก พร้อมเสริมมาตรการดูแลสินทรัพย์นักลงทุน วงในชี้กฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลมีช่องว่าง-บทลงโทษเบา เดินหน้าไล่รื้อประกาศสำนักงาน ก.ล.ต.-ยกเครื่องกฎหมาย

แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังเกิดปัญหากรณี “Zipmex” ทางคณะกรรมการ ก.ล.ต.ได้มีการประชุมกันเมื่อวันที่ 25 ก.ค. โดยที่ประชุมหารือกันอย่างเคร่งเครียดยาวนานถึง 4 ชั่วโมง และได้ให้ทางสำนักงาน ก.ล.ต.ไปพิจารณาดำเนินการทางกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา แม้จะมีความเกี่ยวข้องกับตระกูลนักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล

“ที่สุดแล้วก็คงต้องมีการล้อมคอกกฎหมาย แต่ตอนนี้บอร์ดให้สำนักงาน ก.ล.ต.ไปดูความผิดตามข้อกฎหมายที่มีอยู่ว่า บริษัทมีการกระทำผิดอะไรบ้าง ซึ่งหลังจากนี้ก็คงมีการประชุมบอร์ด เพื่อมีมติเอาผิดกับทางบริษัทอีกที” แหล่งข่าวกล่าว

กม.อ่อน-บทลงโทษเบา

แหล่งข่าวกล่าวว่า กรณีการปรับแก้ พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ถือว่าอยู่ในแผน แต่เป็นเรื่องระยะยาวที่ต้องใช้เวลา เนื่องจากกฎหมายที่ออกมาในยุคก่อนหน้านี้ เน้นให้ผู้รับใบอนุญาต self regulation คือกำกับตัวเอง ซึ่งไม่สอดรับกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้ที่มุ่งในเรื่องของการหาผลตอบแทน ขณะที่บทลงโทษในกฎหมายก็เบาเกินไป จะพบว่าที่ผ่านมาสำนักงาน ก.ล.ต. มีการสั่งปรับผู้รับใบอนุญาตมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็เป็นลักษณะของการทำผิดแล้วไปไล่ปรับ ไม่ได้มีมาตรการเชิงป้องกัน

ทางบอร์ด ก.ล.ต.ชุดปัจจุบันมีความเห็นว่า กฎหมายบทลงโทษเบาเกินไป ปัจจุบันก็ให้สำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจในการออกประกาศเพื่อควบคุมหรือกำกับดูแล ตอนนี้ก็ต้องมาไล่แก้ประกาศต่าง ๆ เพื่อให้การกำกับดูแลเข้มข้นมากขึ้น เป็นลักษณะเชิงป้องกันไม่ใช่มาไล่ตามปัญหา

งัดมาตรา 27 ให้ รมว.คลังเชือด

แหล่งข่าวกล่าวว่า ในการประชุมบอร์ดมีการหารือเกี่ยวกับประเด็นปัญหาของบริษัท Zipmex ในหลากหลายประเด็นในการที่จะดูแลผู้ลงทุน และในแง่ของการเอาผิด บริษัท ซิปเม็กซ์ ประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้รับใบอนุญาตศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ที่นำสินทรัพย์ของลูกค้าไปลงทุนหาผลตอบแทนภายใต้โปรแกรม ZipUp+ ประเทศสิงคโปร์ จนทำให้ผู้ลงทุนเกิดความเสียหาย กรณีนี้อาจเข้าข่ายการประกอบธุรกิจอื่นที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. ทำให้ขณะนี้ก็เกิดช่องว่างทางกฎหมายในการกำกับดูแล กรณีนี้ทางบอร์ด ก.ล.ต.ได้มีการหารือที่จะใช้ข้อบังคับกฎหมาย ตามมาตรา 27 ของ พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล 2561

โดย มาตรา 27 กำหนดว่า “ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงินของประเทศ หรือเพื่อพิทักษ์ประโยชน์ของประชาชน ให้รัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอำนาจกำหนดเงื่อนไขที่ผู้ได้รับอนุญาตต้องปฏิบัติในการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลได้”

ช่องว่างกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัล

แหล่งข่าวจากนักกฎหมายชำนาญการกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ระบุว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องจากไม่มีการออกกฎเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการให้บริการผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างชัดเจนและเหมาะสม จึงเกิดเป็นสุญญากาศทางการกำกับดูแลที่ผู้ประกอบธุรกิจใช้ในการทดลองให้บริการผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนหรือการตรวจสอบที่เข้มงวดดังเช่นการตรวจตรากำกับธุรกิจการเงิน

กฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้กำหนดข้อห้ามในลักษณะเดียวกับกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน หรือธุรกิจหลักทรัพย์ เพราะกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลฉบับนี้ถูกออกแบบให้นอกจากจะเป็นกฎหมายกำกับดูแล ยังต้องการให้เป็นกฎหมายที่รองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีการเงินการลงทุนในระดับหนึ่งด้วย

ขุนคลังบี้รื้อกฎหมายล้อมคอก

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กล่าวว่า กรณีปัญหา Zipmex Thailand ตอนนี้ทาง ก.ล.ต.ได้ประสานงานกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกองปราบปราม รวมถึงประสานหน่วยงานกำกับในประเทศสิงคโปร์ อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเรียกผู้บริหารบริษัท Zipmex มาชี้แจง

“การกำกับดูแลที่เข้มงวด และการดูผลประโยชน์ของผู้ลงทุน เป็นหลักการสำคัญที่ได้ฝากไว้ ขณะที่การดูแลนักลงทุนผู้เสียหาย อาจจะต้องไปดูขอบเขตของกฎหมายว่า Zipmex ได้ทำธุรกรรมนอกเหนือขอบเขตของกฎหมายหรือไม่ ซึ่ง ก.ล.ต.ที่เป็นหน่วยงานดูแลกำกับอย่างใกล้ชิด และกระทรวงการคลังได้กำชับมาโดยตลอดว่า ทุกบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลและนายหน้าซื้อสินทรัพย์ จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดตามใบอนุญาตอย่างเคร่งครัด” นายอาคมกล่าว

รมว.คลังกล่าวว่า ตอนนี้ทางสำนักงาน ก.ล.ต. รายงานเข้ามาเป็นระยะถึงสถานการณ์และความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งจะเข้าไปดูทั้ง 2 ด้าน คือ บริษัทและลูกค้า แต่จะเน้นไปทางด้านบริษัทมากกว่า โดยจะต้องให้บริษัทรับผิดชอบผู้เสียหายรายย่อย หน่วยงานกำกับก็ต้องดูแลใกล้ชิด อย่างสถาบันการเงินก็จะมีธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำกับ ในด้านตลาดทุน คริปโตเคอร์เรนซี เราก็มีกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลปี 2561 ดังนั้น คนที่ทำหน้าที่ดูแลเรื่องนี้ก็คือ ก.ล.ต.

รมว.คลังกล่าวด้วยว่า ส่วนจะมีการปรับปรุงกฎหมายหรืออะไรเพิ่มเติมนั้น ก็อยู่ระหว่างให้ ก.ล.ต.ดูอยู่ว่าจะต้องมีการปรับปรุงจุดไหน ทั้งในเรื่องของคริปโตและสินทรัพย์ดิจิทัล

ก.ล.ต.ตั้งท่าฟัน 3 ข้อหา

นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการสำนักงาน ก.ล.ต. เปิดเผยว่า ขณะนี้ ก.ล.ต.ได้บูรณาการความร่วมมือระหว่างกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ตำรวจไซเบอร์) เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อบริษัท ซิปเม็กซ์ จำกัด (Zipmex) อาจเข้าข่ายความผิด 3 ประการ 1.ผิดกฎ Trading Rules คือระงับการซื้อขายในบัญชีซื้อขายโดยไม่มีเหตุอันควร เนื่องจากบริษัทขออนุญาตซื้อขาย 24 ชม. 7 วัน

2.เข้าข่ายประกอบธุรกิจอื่นที่ ก.ล.ต.ไม่ได้อนุญาต โดยเฉพาะ ZipUp+ ซึ่งเชื่อมโยงกับการโอนเงินไปที่บริษัทแม่ที่สิงคโปร์ 3.ความผิดตามกฎหมายอื่น ๆ ทั้งนี้ ต้องพิจารณาทีละประเด็น เนื่องจากความผิดอื่นจะไม่เข้า พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล ที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ ก.ล.ต.

ทั้งนี้ ปัจจุบัน Zipmex ในประเทศไทย ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Exchange) เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 63 และได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนายหน้าสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Broker) ไปเมื่อวันที่ 4 ต.ค. 64

โดยตามกฎหมายประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ในการทำหน้าที่ของธุรกิจศูนย์ซื้อขายฯ ที่มีการรับฝากทรัพย์สินของลูกค้า มีกฎเกณฑ์กำหนดไว้ชัดเจนว่า “บริษัทห้ามนำทรัพย์สินของลูกค้าไปหาดอกผล และต้องเก็บรักษาทรัพย์สินของลูกค้าไว้อย่างปลอดภัย”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

zipmex