Spotify เตรียมส่งแพ็กเกจพรีเมี่ยมเขย่าตลาดสตรีมเพลงท้าชน Apple-Amazon

Spotify
Photo by Thibault Penin on Unsplash

“Spotify” เตรียมส่งแพ็กเกจ “Supremium” ที่จัดเต็มคุณภาพเสียงระดับ Hi-Fi และบริการ Audiobooks เดินเกมสร้างรายได้ ท้าชนสองยักษ์ตลาดสตรีมเพลงอย่าง “Apple” และ “Amazon”

วันที่ 21 มิถุนายน 2566 สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า แพลตฟอร์มสตรีมเพลงและพอดแคสต์รายใหญ่อย่าง “สปอติฟาย” (Spotify) กำลังวางแผนเปิดตัวแพ็กเกจแบบ “Supremium” ที่มีราคาสูงที่สุด โดยกำหนดการเปิดตัวในสหรัฐ คือช่วงปลายปี 2566

หลายฝ่ายคาดว่าแพ็กเกจใหม่ของ Spotify จะมีการเพิ่มฟีเจอร์ “Hi-Fi Audio” หรือเสียงคุณภาพสูงที่มีความเที่ยงตรงกับต้นฉบับ ซึ่งในปี 2564 บริษัทประกาศเปิดตัวฟีเจอร์นี้เป็นครั้งแรก แต่ต้องชะลอการเปิดตัวออกไป เนื่องจากคู่แข่งรายสำคัญอย่าง “Apple Music” และ “Amazon Music” ให้บริการฟีเจอร์นี้โดยเป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจมาตรฐาน

ทั้งนี้ Spotify ยังเพิ่มระดับความ “พรีเมี่ยม” ให้กับแพ็กเกจใหม่ด้วยการขยายสิทธิ์ให้ผู้ใช้งานเข้าถึงบริการ “หนังสือเสียง” (Audiobooks) ได้มากขึ้น ไม่ว่าจะจำนวนชั่วโมงฟรีต่อเดือน หรือจำนวนหนังสือที่กำหนด ทำให้ผู้ใช้งานมีทางเลือกในการซื้อหนังสือเสียงที่หลากหลาย ปัจจุบันบริษัทจำหน่ายหนังสือเสียงบนแอปพลิเคชั่นเท่านั้น ซึ่ง Spotify วางแผนที่จะเปิดตัวฟีเจอร์นี้ในสหรัฐ ช่วงเดือน ต.ค. 2566

แผนการเปิดตัวแพ็กเกจใหม่ อาจช่วยกระตุ้นรายได้ตามวิสัยทัศน์แห่งการสร้าง “ประสิทธิภาพ” ด้านการสร้างรายได้และการบริหารรายจ่ายของบริษัทที่ “แดเนียล เอ็ก” (Daniel Ek) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Spotify กล่าวไว้ในการประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/2565 เมื่อเดือน ม.ค. 2566 รวมถึงยังช่วยรักษามูลค่าหุ้นที่เพิ่มขึ้น 2 เท่า ซึ่งในปีนี้มีมูลค่าหุ้นของ Spotify อยู่ที่ 159.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น

ปัจจุบัน Spotify กำลังแข่งขันอย่างดุเดือดกับคู่แข่งรายสำคัญอย่าง “แอปเปิล” (Apple) และ “แอมะซอน” (Amazon) ที่ในปี 2565 ได้ขึ้นราคาแผนมาตรฐานของตนเองเป็นเดือนละ 10.99 ดอลลาร์สหรัฐไปแล้ว ส่วนราคาแผนพรีเมี่ยมของ Spotify อยู่ที่เดือนละ 9.99 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นราคาเดิมตั้งแต่เปิดให้บริการในสหรัฐ


นอกจากนี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์กยังอ้างถึงแถลงการณ์ทางอีเมล์ของโฆษกจาก Spotify ว่า “บริษัทกำลังมุ่งมั่นในการปรับปรุงและนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มอบคุณค่าให้กับผู้ใช้งาน แต่เราจะไม่แสดงความเห็นเกี่ยวกับการสร้างรายได้และการเก็งกำไรจากการเปิดตัวแพ็กเก็จใหม่ในเวลานี้”