ทำไม HP รุกตลาดไฮบริดเกมมิ่ง

วรานิษฐ์ อธิจรัสโรจน์

เป็นผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (พีซี) อีกรายที่กระโดดเข้าสู่ตลาดเกมมิ่งเต็มตัว ล่าสุดเปิดตัวแล็ปทอปเกมมิ่ง 3 รุ่นคือ OMEN Transcend 16 มาพร้อมหูฟัง HYPER X Gaming Headset WL เป็นแล็ปทอป OMEN รุ่นแรกที่ใช้หน้าจอ LED ขนาดเล็ก สำหรับเกมเมอร์ และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ราคาเริ่มต้น 89,990 บาท, OMEN 16 อัพเกรดใหม่ ราคาเริ่มต้น 62,990 บาท และ 3.Victus 16 ราคาเริ่มต้น 39,990 บาท ทั้ง 3 รุ่น ไม่ได้เจาะจงเฉพาะเกมเมอร์ เพราะเห็นถึงพฤติกรรมของลูกค้าที่เริ่มเปลี่ยนไป ไม่ได้ซื้อแล็ปทอปเกมมิ่งเพื่อเล่นเกมอย่างเดียว แต่ใช้ทำงานควบคู่ไปด้วยกัน

“วรานิษฐ์ อธิจรัสโรจน์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอชพี อิงค์ ประเทศไทย จำกัด ระบุว่า สัดส่วนลูกค้ากลุ่มนี้ในระดับโกลบอลจะอยู่ที่ 62% แต่ในไทยเชื่อว่ามากกว่า 80% จึงตั้งใจทำไลน์อัพสินค้ากลุ่มเกมมิ่งให้มีความหลากหลายตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม เช่น กลุ่ม hybrid gaming ที่ใช้เพื่อทำงานและเล่นเกม

“เกมมิ่งเป็นตลาดที่เติบโตมาก เฉพาะในประเทศไทยเติบโตเป็นอันดับสองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากการพัฒนากลุ่มสินค้าที่มีความหลากหลายแล้วเรายังพยายามสร้างคอมมิวนิตี้สำหรับคนรักการเล่นเกมให้แข็งแกร่งขึ้น”

“เพื่อให้คนกลุ่มนี้มีโอกาสพูดคุยกับคนที่สนใจเรื่องเดียวกัน และตามหาอุปกรณ์ที่ใช่สำหรับตนเอง อย่างปีนี้เราเป็นผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขัน VCT 2023 (VALORANT Champions Tour 2023) ระดับภูมิภาค มีการจัดทริปชิงโชคพาลูกค้าที่ซื้อแล็ปทอปเกมมิ่งแล้วได้รางวัลไปเกาหลีใต้ หรือในไทยก็มีการจัดกิจกรรมไลฟ์การแข่งขันอีสปอร์ต เพื่อให้ลูกค้าได้ดูการแข่งขันแบบเรียลไทม์ และสร้างคอมมิวนิตี้ที่ชัดเจนขึ้น”

สำหรับกลุ่มสินค้าสำหรับการทำงาน ทั้งคอมพิวเตอร์และเครื่องพิมพ์ (printer) ก็ยังเน้นไปที่เทรนด์ “การทำงานแบบไฮบริด” (hybrid work) เพราะลูกค้ามากกว่า 80-90% ยังทํางานแบบไฮบริด จึงต้องการสร้างอีโคซิสเต็มให้ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าอย่างการเพิ่มอุปกรณ์เสริม เช่น ชุดหูฟัง Hyper X เข้ามาเสริมในกลุ่มเกมมิ่ง และ Poly สำหรับลูกค้าองค์กร”

Advertisment

“วรานิษฐ์” กล่าวว่า HP มีสินค้าในพอร์ตโฟลิโอหลากหลาย เป็นจุดแข็งที่ช่วยตอบความต้องการผู้บริโภคได้ทุกกลุ่ม มีผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงไฮเอนด์ ไม่ว่าลูกค้าจะมาด้วยงบประมาณเท่าไรก็มั่นใจได้ว่ามีสินค้าตอบโจทย์ทุกกลุ่ม ซึ่งกลุ่มลูกค้าองค์กรโดยเฉพาะเอสเอ็มอี เป็นลูกค้ารายใหญ่ของกลุ่มสินค้าพีซี และพรินต์เตอร์อยู่แล้ว ทั้งทำงานแบบไฮบริดด้วย ทำให้ต้องการอุปกรณ์การทำงานที่คล่องตัว

บริษัทจึงออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สามารถเชื่อมต่อกันได้เป็นอีโคซิสเต็ม และพัฒนาเป็นโมเดลธุรกิจแบบจ่ายรายเดือน (subscription) เพื่อช่วยให้ SMEs ได้ใช้อุปกรณ์ใหม่ ๆ ตามรอบการใช้งานที่เหมาะสมในราคาย่อมเยา ช่วยลูกค้าลดค่าใช้จ่ายในองค์กรได้ด้วย

ส่วนแผนธุรกิจครึ่งปีหลัง จะยังอยู่ในกรอบการทำงานภายใต้กลยุทธ์ “Future Ready” โดยทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์เพื่อพัฒนาสินค้าให้มีประสิทธิภาพ และเข้าถึงลูกค้ามากที่สุด

กลยุทธ์ “Future Ready” ประกอบด้วย 3 แนวทางหลักคือ 1.Future Ready Portfolio สร้างพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ที่เข้ากับการใช้ชีวิตแบบใหม่

Advertisment

2.Future Ready Operations ปรับรูปแบบการทำงานให้บริษัทมีความเป็นดิจิทัลมากขึ้น และ 3.Future Ready People เพิ่มขีดความสามารถในการทำงานและใช้ชีวิตให้กับบุคลากร

“เรายังทำงานใกล้ชิดกับพาร์ตเนอร์ด้านต่าง ๆ เช่น อินเทล ในการพัฒนาสินค้า หรือกับกลุ่มค้าปลีกที่นำสินค้าเราไปจำหน่าย และดูแลลูกค้าหลังการขายร่วมกับทีม HP รวมถึงร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ร้านค้าต่าง ๆ ที่มีสาขาหลักพันแห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จัดกิจกรรมแนะนำสินค้าทุกไลน์อัพ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้ามากขึ้น นอกจากการรับรู้ข่าวสารและข้อมูลผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทางออนไลน์”