นายกฯโชว์ความร่วมมือ “กูเกิล” ดึง Cloud AI ลดช่องว่างดิจิทัลปลดล็อกเศรษฐกิจไทย

นายกฯร่วมงาน Digital Samart Thailand ย้ำความร่วมมือ “กูเกิล” ปักธง Cloud-First Policy อัพสปีดงานบริการประชาชนของภาครัฐ คาดไตรมาส 1 ปีหน้า ได้เห็นแน่ พร้อมเดินหน้าอัพสกิลทักษะลดช่องว่างดิจิทัล ดึงเทคโนโลยี “เอไอ” ปลดล็อกเศรษฐกิจไทย 2.6 ล้านล้านบาท

วันที่ 8 ธันวาคม 2566 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวในงาน Digital Samart Thailand จัดโดย Google ประเทศไทย ว่ารัฐบาลยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมทำงานอย่างใกล้ชิดกับ Google เพื่อช่วยผลักดันให้ประเทศไทยเติบโตอย่างมีเสถียรภาพในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังเทคโนโลยีสำคัญอย่างเช่น AI ในระบบคลาวด์

ความร่วมมือนี้จะช่วยสนับสนุนความจำเป็นเร่งด่วนของรัฐบาลที่อยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติที่มุ่งเพิ่มโอกาสสร้างงานที่มีมูลค่าสูงและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย พร้อมทั้งยกระดับขีดความสามารถของประเทศไทยให้เป็นหนึ่งในจุดหมายหลักสำหรับการลงทุนของนักลงทุนชั้นนำจากทั่วโลก

“ผมต้องขอบคุณกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการส่งเสริมและผลักดันความร่วมมือกับ Google ทั้งในเรื่องของ AI คลาวด์ และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์”

นายกฯ โชว์ความร่วมมือ “กูเกิล” ดึง Cloud AI ลดช่องว่างดิจิทัลปลดล็อกศก.ไทย
นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

นายเศรษฐากล่าวด้วยว่า หลังจากการประชุมผู้นำความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือ APEC รัฐบาลก็ได้เร่งดำเนินการในด้านต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจไทย 3 เรื่อง
เรื่องแรกคือ การจัดทำนโยบาย Go Cloud First ที่ได้ร่วมมือกับ Google

ซึ่งเราตั้งเป้าที่จะนำนโยบายนี้ไปใช้โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ การนำเทคโนโลยีคลาวด์ไปใช้ในการดำเนินการของรัฐบาลจะช่วยปรับปรุงคุณภาพและความรวดเร็วในการให้บริการแก่ประชาชน
ในเรื่องนี้ นายกฯได้ประกาศเกี่ยวกับการพัฒนานโยบาย Go Cloud First

โดยได้นำคำแนะนำและแนวทางปฏิบัติแนะนำระดับนานาชาติจาก Google มาเป็นแนวทางในการร่างนโยบาย เช่น การอนุญาตให้มีการไหลเวียนอย่างอิสระของข้อมูลพร้อมด้วยการปกป้องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยผ่านคีย์การเข้ารหัส และการกำหนดประเภทของข้อมูลที่อาจจะต้องจ้ดเก็บไว้ในสภาพแวดล้อมของคลาวด์ที่ตัดขาดการเชื่อมต่ออย่างสมบูรณ์แบบ (Fully Air-gapped)

โดยคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติข้อเสนอแนะของนายกรัฐมนตรีที่มอบหมายให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) เป็นผู้เร่งดำเนินการตามนโยบายนี้ ซึ่งจะประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมในไตรมาสที่ 1 ของปี 2567

นอกจากนี้ Google Cloud ยังได้ประกาศความร่วมมือด้าน Generative AI กับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงคมนาคม และสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) (Big Data Institute : BDI) โดยบุคลากรจากทั้ง 3 องค์กรนี้จะได้รับการฝึกอบรมภาคปฏิบัติจากทีมวิศวกรของ Google Cloud เพื่อนำมาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ในวงกว้างโดยใช้เทคโนโลยี Generative AI รวมไปถึงการใช้ Vertex AI เพื่อจัดทำโซลูชั่นของตัวเอง

และด้วยแพลตฟอร์ม Vertex AI ของ Google Cloud องค์กรต่าง ๆ สามารถเลือกโมเดล AI พื้นฐานทั้งของ Google และแบบโอเพ่นซอร์ซกว่า 100 โมเดล เพื่อนำไปปรับใช้ในการสร้างโมเดลแบบกำหนดเองโดยใช้เครื่องมือและข้อมูลขององค์กรที่มีอยู่ และผนวกรวมโมเดลแบบกำหนดเองเหล่านี้เข้ากับบริการดิจิทัลขององค์กร เพื่อให้บริการแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ดียิ่งขึ้น

เรื่องที่สอง คือ เรื่องความมั่นคงไซเบอร์ เนื่องจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้เปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากในปัจจุบัน รัฐบาลกำลังวางแนวทางสำหรับกรอบการดำเนินการด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (National Cyber Security Framework) โดยคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ หรือ กมช. (National Cyber Security Committee : NCSC) จะเป็นผู้ดำเนินการในส่วนนี้

เรื่องที่สาม รัฐบาลจะเร่งส่งเสริมการใช้ Generative AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและปรับปรุงการให้บริการแก่ประชาชน โดย Google Cloud จะช่วยจัดฝึกอบรมและมอบเครื่องมือที่จำเป็นแก่บุคลากรของรัฐ

นายกฯ โชว์ความร่วมมือ “กูเกิล” ดึง Cloud AI ลดช่องว่างดิจิทัลปลดล็อกศก.ไทย

บุคลากร-เอสเอ็มบี ปรับใช้เอไอ-คลาวด์ ปลดล็อกมูลค่าเศรษฐกิจ 2.6 ล้านล้านบาท

นายคารัน ปัจวา รองประธาน Google Cloud เอเชีย-แปซิฟิก เปิดเผยว่า ผลวิจัยของ Google ชี้ว่า หากภาคส่วนและองค์กรต่าง ๆ ในประเทศไทยนำนวัตกรรม AI มาใช้งาน จะสามารถปลดล็อกผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้อย่างน้อย 2.6 ล้านล้านบาท ภายในปี 2573

“ภายใต้ความร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงคมนาคม และสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ เราจะดำเนินการในขั้นตอนต่อไปในการเตรียมความพร้อมให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการแก่ประชาชนในการสร้างและปรับใช้โซลูชั่น Generative AI โดยใช้ความสามารถของ Cloud AI เรากำลังดำเนินการตามเสาหลักความร่วมมือทั้ง 4 ข้อ โดยเป้าหมายของเราคือการทำให้องค์กรต่าง ๆ ได้รับประโยชน์ที่มีอยู่อย่างมากมายจากการใช้งาน Generative AI เพื่อช่วยพลิกโฉมเศรษฐกิจไทยและสร้างประโยชน์ในวงกว้างต่อคนไทยทุกคนได้อย่างรวดเร็ว”

อย่างไรก็ตาม การจะปรับใช้เทคโนโลยีเอไอ จะต้องมีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง คลาวด์ที่ปรับขนาดได้ และปรับวิธีคิดและการมองปัญหาแบบคลาวด์เฟิรสต์

“เอไอ คือไฟฟ้าที่ต้องการเชื้อเพลิง คือข้อมูลมหาศาล และต้องมีกริดหรือโครงสร้างคลาวด์เป็นตัวรองรับปริมาณการประมวลผล สิ่งเหล่านี้สัมพันธ์กัน ดังนั้นจึงต้องช่วยการวางกรอบ Cloud Fist Perception”

มอบทุน 12,000 ทุน อัพสกิลรองรับการปรับใช้เทคโนโลยี

ในขณะที่กระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลกำลังแผ่ขยายไปทั่วประเทศไทยอยู่ในขณะนี้ ความต้องการด้านทักษะดิจิทัลก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน ดังนั้น การช่วยให้คนไทยเข้าถึงทักษะดิจิทัลได้มากขึ้นถือเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกโอกาสทางดิจิทัลให้กับทุกคน

จากรายงานผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจฉบับล่าสุด มีการคาดการณ์ว่าประเทศไทยจะต้องการแรงงานที่มีทักษะดิจิทัลระดับสูงและระดับกลางเพิ่มอีก 600,000 คนภายในปี 2570 เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล

ในเดือนตุลาคม 2565 Google ได้ประกาศเปิดตัวโครงการ “Samart Skills” ที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษสำหรับประเทศไทยภายใต้ Grow with Google เพื่อช่วยแก้ปัญหาช่องว่างด้านทักษะดิจิทัลด้วยการเปิดโอกาสให้คนไทยเข้าถึงการฝึกอบรมทักษะดิจิท้ลและนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดในสายอาชีพที่เป็นที่ต้องการของตลาดได้มากขึ้น

ในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา มีผู้ที่จบหลักสูตรในโครงการ Samart Skills ไปแล้วจำนวน 5,500 คน โดย 85% ของผู้จบหลักสูตรได้รับโอกาสที่ดี อาทิ ได้งานใหม่ เลื่อนตำแหน่ง และปรับเงินเดือนใหม่ภายใน 6 เดือนหลังสำเร็จหลักสูตร

เนื่องจากความต้องการด้านทักษะดิจิทัลยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง Google จึงได้ประกาศมอบทุนการศึกษาสำหรับใบรับรองทักษะอาชีพที่ใช้หลักสูตร Google Career Certificates เพิ่มเติมจำนวน 12,000 ทุน ให้กับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) ไปจนถึงสิ้นปี 2567 ซึ่งทำให้มียอดรวมทั้งสิ้น 34,000 ทุน

และเพื่อเป็นการรองรับความต้องการของตลาดแรงงานในปัจจุบัน Google ได้เพิ่มหลักสูตรสาขาอาชีพใหม่อีก 4 หลักสูตรเป็นภาษาอังกฤษ ได้แก่ ความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) การวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง (Advanced Data Analytics) ธุรกิจอัจฉริยะ (Business Intelligence) และการสร้างระบบอัตโนมัติด้านไอทีด้วย Python (IT Automation with Python) ทำให้ตอนนี้มีหลักสูตรทั้งหมด 9 หลักสูตร

นางสาวศารณีย์ บุญฤทธิ์ธงไชย ผู้จัดการฝ่ายการตลาด Google ประเทศไทย กล่าวว่า ได้มีการจัดสรรทุนให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ไปส่งเสริมบุคลากรในหน่วยงานของตนเพื่ออัพสกิลดิจิทัล รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ไปมอบให้แก่ธุรกิจ SMB ที่ต้องการใช้เพื่อพัฒนาทักษะทางเทคโนโลยี ต่อยอดทางธุรกิจ จำนวน 12,000 ทุน ภายใต้โครงการ Samart Skills


ทั้งหมดนี้คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล