อัพเดตรายได้ “ไดรเวอร์” คนขับรถรับจ้างผ่านแอป 2567 เจ้าไหนเงินดีสุด

อัพเดตรายได้คนขับรถโดยสารส่วนบุคคล ผ่าน 7 แพลตฟอร์มเรียกรถส่วนบุคคล ที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมขนส่งทางบก 

ธุรกิจ Ride Hailing หรือการขนส่งทางอิเล็กทรอนิกส์ กลับมาบูมอีกครั้งเมื่อการท่องเที่ยวและเดินทางในประเทศไทยกลับสู่ภาวะปกติ มีแพลตฟอร์มหรือผู้ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกกฎหมายจากกรมการขนส่งทางบกหน้าใหม่ ซึ่งรองรับการใช้ “รถยนต์ส่วนบุคคล” รวมทั้งสิ้น 7 แอป ซึ่ง “ประชาชาติธุรกิจ” เคยรวบรวมไว้ 4 แอป ได้แก่ Grab, Robinhood Ride, AirAsia Ride และ Bolt

ต่อมามีการการเปิดตัวแอปเรียกรถ ซึ่งรองรับการใช้ “รถยนต์ส่วนบุคคล” มารับงานด้วยอีก 3 แอป คือ inDrive, Lineman และ TADA

โดยพื้นฐานของแนวคิด Ride Hailing แล้วจัดเป็น Sharing Economy คือเป็นโมเดลธุรกิจที่แบ่งปันทรัพยากรเพื่อสร้างรายได้จากทรัพยากรที่มีอยู่ ในที่นี้คือรถยนต์ ดังนั้นหากมีรถยนต์ที่จอดอยู่เฉย ๆ ที่บ้าน หากนำมารับส่งผู้ที่มีความต้องการเดินทาง แต่ไม่มีรถสาธารณะรองรับในช่วงเวลาเร่งด่วน ก็สามารถสร้างรายได้อีกทางเลือกหนึ่งที่หลายคนสนใจ

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้รวบรวมข้อมูลคร่าว ๆ เกี่ยวกับสิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมในการเป็น “พาร์ตเนอร์” ผู้ขับของแอปพลิเคชั่นเรียกรถส่วนบุคคล และข้อมูลการคาดการณ์รายได้ และภาระค่าใช้จ่าย หรือ “คอมมิชชั่น” ที่แพลตฟอร์มเรียกเก็บจากผู้ขับ

Advertisment

สิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมก่อน ขับรถรับจ้างผ่านแอป

  1. ผู้ที่จะเป็นพาร์ตเนอร์คนขับของแพลตฟอร์มเรียกรถเหล่านี้ต้องมี “ใบขับขี่รถโดยสารสาธารณะ”
  2. รถยนต์ส่วนบุคคลที่จะนำมาใช้ขับ จะต้องจดทะเบียนรถรับจ้างขนส่งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ จากกรมขนส่งทางบกและจะได้รับสติ๊กเกอร์สองแผ่น ติดแสดงด้านหน้าและหลังรถให้ชัดเจน
  3. รถยนต์ส่วนบุคคลที่จะนำมาใช้ขับ จะต้องมีการทำประกันภัยสำหรับรถโดยสารสาธารณะ
  4. ตรวจสอบประเภท และอายุของรถยนต์ ให้ตรงตามเงื่อนไขของแต่ละแพลตฟอร์ม

TADA

แอปน้องใหม่จากสิงคโปร์ ซึ่งเรียกว่าเป็นเบอร์ 2 รองจาก Grab ได้เข้ามาเปิดตัวแบบเป็นทางการเมื่อปลายเดือน ก.พ. 2567 ที่ผ่านมา และเพิ่มบริการจากรถแท็กซี่ เป็นรถบ้าน ล่าสุดมีมอเตอร์ไซค์แล้ว ด้วยความเป็นน้องใหม่ จึงยังไม่มีข้อมูลรายได้ของ “ไดรเวอร์” หรือพาร์ตเนอร์คนขับที่รับงานเป็นประจำ แต่สามารถอนุมานได้จากราคากลางของแอป

TADA กล่าวว่า ค่าขนส่งของบริษัทคิดตามราคามาตรฐานของกรมการขนส่งทางบก แต่บริษัทสามารถคำนวนค่าโดยสารถูกกว่าราคาแพงสุดของคู่แข่งในตลาดไทย ราว 30%

หมายความว่า คนขับจะได้รับค่าโดยสารที่ถูกกว่าคู่แข่งแอปอื่น ๆ แต่จุดเด่นของ TADA คือ “ไม่คิดค่าคอมมิชชั่น” จากคนขับ ทำให้คนขับมีโอกาสได้รับเงินเต็ม ๆ ซึ่งโมเดลการให้รายได้ของแพลตฟอร์มเรียกเก็บจากค่าธรรมเนียมเรียกรถ 20 บาทเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม คนขับต้องพิจารณาเปรียบเทียบดูเองว่าการขับกับ TADA ไม่เสียค่าคอมมิชชั่น หักลบกับการคำนวนรายได้ตามระยะทางแล้วได้มากหรือน้อยกว่าเจ้าตลาด

Advertisment

แกร็บ Grab

แกร็บ เจ้าตลาด มีรูปแบบการจ่ายค่าตอบแทนให้คนขับหลากหลาย โดยมีการนำประสบการณ์จากผู้ขับจริงมาเผยแพร่บนเว็บไซต์ทางการบ่อยครั้ง ข้อมูลในเว็บไซต์ของแกร็บ ระบุว่า ผู้ที่ขับ GrabCar (รถยนต์ที่มี 4 ประตูขึ้นไป) แบบเต็มเวลา การขับแกร็บคาร์รายได้โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 180 บาทต่อรอบ แต่ถ้าในหนึ่งวันสามารถรับงานได้ 10 งาน จะสามารถหารายได้จากการรับผู้โดยสารราว 1,800 บาท (ยังไม่หักค่าใช้จ่าย)

ซึ่งโดยปกติทั่วไปแล้ว ผู้ขับที่ค่อนข้างชำนาญจะรับงานได้ไม่ต่ำว่า 12 งานต่อวัน ทำให้พาร์ตเนอร์ส่วนใหญ่สามารถหารายได้ได้อย่างต่ำวันละ 2,000 บาทเลยทีเดียว นอกจากการรับผู้โดยสารแล้ว ทางแกร็บจะมีอินเซนทีฟ และโบนัสต่าง ๆ เพิ่มให้ เช่น โบนัสรับงานไกล และโบนัส 5 บาท/รอบ ในกรณีที่ลูกค้าซื้อประกันเดินทางเพิ่ม

ในส่วนของผู้ขับ Grab Premium ที่ใช้รถหรูแบรนด์ต่าง ๆ แบบเต็มเวลา สามารถสร้างรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายได้สูงถึง 2,000-3,000 บาทต่อวัน

อย่างไรก็ตาม แกร็บ เก็บค่าคอมมิชชั่น 25% จากค่าโดยสารจริง

โบลต์ (Bolt)

แพลตฟอร์ม ที่เพิ่งได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก มีการวางอัตราค่าโดยสาร แล้วแต่ประเภทการเรียกรถ มีตั้งแต่

รถอีโคคาร์ กิโลเมตรแรก 40 บาท จากนั้น 6 บาท/กิโลเมตร
รถ 4 ประตูธรรมดา กิโลเมตรแรก 45 บาท จากนั้น 7 บาท/กิโลเมตร
รถขนาด 7 ที่นั่ง จนถึงรถตู้รถแวน กิโลเมตรแรก 100 บาท จากนั้น 12 บาท/กิโลเมตร
รถทุกประเภทคิดค่ารถติด 2 บาท/นาที
โบลต์ ระบุในเว็บไซต์ว่า สามารถสร้างรายได้ราว 3,400 บาทต่อสัปดาห์ (ยังไม่หักค่าใช้จ่าย) อย่างไรก็ตาม มีกลุ่มผู้ขับจำนวนมาก ได้แบ่งปันผลการขับขี่ตลอดทั้งวันแบบ Fill Time ตามคอมมิวนิตี้ในเฟซบุ๊ก โดยมีรายรับตั้งแต่ 20,000-60,000 บาทเลยทีเดียว

Bolt มีการเก็บค่าคอมมิชชั่น 15%

แอร์เอเชีย ซูเปอร์แอป หรือ Air Asia Ride

จากข้อมูลในเว็บไซต์ ของ Air Asia ระบุว่า ปัจจุบันพาร์ตเนอร์คนขับ ไรเดอร์ และเมสเซนเจอร์ของแอร์เอเชียมีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 300 บาทต่อชั่วโมง ซึ่งยังไม่รวมค่าโดยสาร ค่าคอมมิชชั่น และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ นั่นหมายความว่าหากต้องการทำรายได้ 1,000 บาท คุณจำเป็นต้องรับงานเป็นเวลา 4 ชั่วโมง

หากรับงานวันละ 8 ชั่วโมงเป็นเวลาติดต่อกัน 30 วัน คุณจะมีรายได้สูงถึง 40,000-64,000+ บาท ซึ่งขึ้นอยู่กับการรับงานและปัจจัยอื่น ๆ และแอร์เอเชียมีการเรียกเก็บค่าคอมมิชชั่น 15% จากส่วนแบ่งของรายได้ดังกล่าว

แอร์เอเชียมีการเรียกเก็บค่าคอมมิชชั่น 15% จากส่วนแบ่งของรายได้

inDrive

แพลตฟอร์มจากสหรัฐอเมริกา ที่เห็นมาทำตลาดในไทยมานานแล้ว และเปิดตัวทางการ 6 ตุลาคม 2566

inDrive ชูจุดเด่นเรื่อง “การต่อรองราคา” ระหว่างผู้ใช้บริการ และไรเดอร์คนขับ (peer-to-peer) แม้จะมีระบบคำนวณราคาตามระยะทาง แต่ผู้ใช้สามารถเลือกคนขับที่เสนอราคาที่พึงพอใจได้ โดยมีทั้งบริการขนส่งภายในเมือง ระหว่างเมือง และขนส่งพัสดุหรือรถบรรทุกส่งของ

เมื่อเปิดตัวเป็นทางการได้นำระบบการต่อรองราคาออกไป เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศไทย

inDrive คิดค่าคอมมิชชั่น จากคนขับ 9.99%

Lineman Driver

ไลน์แมน มีระบบการเรียกรกแท็กซี่มานานแล้ว แต่มีการเปิดให้ผู้ที่จะนำรถส่วนตัว 4 ประตูขึ้นไป หรือมอเตอร์ไซค์มาร่วมเป็นพาร์ตเนอร์เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

ตอนนี้ สำหรับผู้ขับรถบ้าน แพลตฟอร์มคิดค่าคอมมิชชั่น 10% ในส่วนของรายได้ นอกจากจะมีค่าโดยสารปกติ ขณะนี้ยังมีรายได้เสริมเป็นอินเทนซีฟด้วย ประมาณการรายได้สามารถลองเทียบกับการขับ Lineman Rider ที่จะอยู่ราว 15,000 บาท/เดือน ในส่วน Lineman Driver คาดว่าจะมากกว่าเล็กน้อย

โรบินฮู้ด ไรด์ Robinhood Ride

โรบินฮู้ด ขยายบริการแอปดีลิเวอรี่ ไปสู่บริการเรียกรถ Robinhood Ride ปัจจุบันมี คนขับอยู่ในระบบแล้ว 4,500 คน ตั้งเป้าว่าปีนี้จะมียอดธุรกรรมเฉลี่ยต่อวันที่ 12,000 ครั้ง และมีรถยนต์พร้อมให้บริการกว่าหมื่นคัน

Robinhood Ride มีการเก็บค่าคอมมิชชั่นจากคนขับ 20% คนขับเริ่มรับงานได้เลยโดยไม่ต้องเติมเครดิตก่อน ไม่รับชำระค่าบริการเป็นเงินสด มีประกันเหตุร้ายในช่วงสี่ทุ่มถึงตีสี่ และมี call center 24 ชั่วโมง

ข้อมูลค่าบริการ ค่อนข้างละเอียด เอื้อให้คนขับรถแต่ละประเภท ได้คำนวนรายได้เยื้องต้นของตน ซึ่งมีดังนี้

Robinhood Taxi แท็กซี่

  • ราคาเริ่มต้น 35.00 บาท
  • ระยะทาง 1.01-10 กิโลเมตร 6.50 บาทต่อกิโลเมตร
  • ระยะทาง 10.01-20 กิโลเมตร 7.00 บาทต่อกิโลเมตร
  • ระยะทาง 20.01-40 กิโลเมตร 8.00 บาทต่อกิโลเมตร
  • ระยะทาง 40.01-60 กิโลเมตร 8.50 บาทต่อกิโลเมตร
  • ระยะทาง 60.01-80 กิโลเมตร 9.00 บาทต่อกิโลเมตร
  • ระยะทางมากกว่าหรือเท่ากับ 80.01 กิโลเมตร 10.50 บาทต่อกิโลเมตร
  • ค่ารถไม่เคลื่อนที่ 3.00 บาทต่อนาที
  • ค่าบริการแพลตฟอร์ม 20.00 บาท

Robinhood EV Car รถยนต์ไฟฟ้า

  • ราคาขั้นต่ำ (ระยะทางน้อยกว่า 2.00 กิโลเมตร) 45.00 บาท
  • ระยะทาง 2.01-6 กิโลเมตร 8.00 บาทต่อกิโลเมตร
  • ระยะทาง 6.01-40 กิโลเมตร 7.00 บาทต่อกิโลเมตร
  • ระยะทางมากกว่า 40 กิโลเมตร 10.00 บาทต่อกิโลเมตร
  • ค่ารถไม่เคลื่อนที่ 2.00 บาทต่อนาที
  • ค่าบริการแพลตฟอร์ม 20.00 บาท

Robinhood EV Premium Car รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมี่ยม

  • ราคาขั้นต่ำ (ระยะทางน้อยกว่า 2.00 กิโลเมตร) 110.00 บาท
  • ระยะทาง 2.01-6 กิโลเมตร 12.00 บาทต่อกิโลเมตร
  • ระยะทาง 6.01-40 กิโลเมตร 12.00 บาทต่อกิโลเมตร
  • ระยะทางมากกว่า 40 กิโลเมตร 12.00 บาทต่อกิโลเมตร
  • ค่ารถไม่เคลื่อนที่ 2.00 บาทต่อนาที
  • ค่าบริการแพลตฟอร์ม 20.00 บาท

Robinhood Car รถยนต์ทั่วไป

  • ราคาขั้นต่ำ (ระยะทางน้อยกว่า 2.00 กิโลเมตร) 45.00 บาท
  • ระยะทาง 2.01-6 กิโลเมตร 8.00 บาทต่อกิโลเมตร
  • ระยะทาง 6.01-40 กิโลเมตร 7.00 บาทต่อกิโลเมตร
  • ระยะทางมากกว่า 40 กิโลเมตร 10.00 บาทต่อกิโลเมตร
  • ค่ารถไม่เคลื่อนที่ 2.00 บาทต่อนาที
  • ค่าบริการแพลตฟอร์ม 20.00 บาท

Robinhood Premium Car รถยนต์พรีเมี่ยม

  • ราคาขั้นต่ำ (ระยะทางน้อยกว่า 2.00 กิโลเมตร) 110.00 บาท
  • ระยะทาง 2.01-6 กิโลเมตร 12.00 บาทต่อกิโลเมตร
  • ระยะทาง 6.01-40 กิโลเมตร 12.00 บาทต่อกิโลเมตร
  • ระยะทางมากกว่า 40 กิโลเมตร 12.00 บาทต่อกิโลเมตร
  • ค่ารถไม่เคลื่อนที่ 2.00 บาทต่อนาที
  • ค่าบริการแพลตฟอร์ม 20.00 บาท

Robinhood Lady รถยนต์ทั่วไปคนขับผู้หญิง

  • ราคาขั้นต่ำ (ระยะทางน้อยกว่า 2.00 กิโลเมตร) 45.00 บาท
  • ระยะทาง 2.01-6 กิโลเมตร 8.00 บาทต่อกิโลเมตร
  • ระยะทาง 6.01-40 กิโลเมตร 7.00 บาทต่อกิโลเมตร
  • ระยะทางมากกว่า 40 กิโลเมตร 10.00 บาทต่อกิโลเมตร
  • ค่ารถไม่เคลื่อนที่ 2.00 บาทต่อนาที
  • ค่าบริการแพลตฟอร์ม 20.00 บาท

Robinhood Premium Lady รถยนต์พรีเมี่ยมคนขับผู้หญิง

  • ราคาขั้นต่ำ (ระยะทางน้อยกว่า 2.00 กิโลเมตร) 110.00 บาท
  • ระยะทาง 2.01-6 กิโลเมตร 12.00 บาทต่อกิโลเมตร
  • ระยะทาง 6.01-40 กิโลเมตร 12.00 บาทต่อกิโลเมตร
  • ระยะทางมากกว่า 40 กิโลเมตร 12.00 บาทต่อกิโลเมตร
  • ค่ารถไม่เคลื่อนที่ 2.00 บาทต่อนาที
  • ค่าบริการแพลตฟอร์ม 20.00 บาท

Robinhood SUV รถยนต์ขนาดใหญ่สำหรับผู้ที่มีสัมภาระ

  • ราคาขั้นต่ำ (ระยะทางน้อยกว่า 2.00 กิโลเมตร) 110.00 บาท
  • ระยะทาง 2.01-6 กิโลเมตร 12.00 บาทต่อกิโลเมตร
  • ระยะทาง 6.01-40 กิโลเมตร 12.00 บาทต่อกิโลเมตร
  • ระยะทางมากกว่า 40 กิโลเมตร 12.00 บาทต่อกิโลเมตร
  • ค่ารถไม่เคลื่อนที่ 2.00 บาทต่อนาที
  • ค่าบริการแพลตฟอร์ม 20.00 บาท