ไม่หยุดแค่เบอร์ 1 ในตลาด ลุยปักธง “LINE TV = ทีวีออนไลน์”

หลัง LINE TV เปิดให้บริการมา 4 ปี มียอดดาวน์โหลดกว่า 20 ล้านครั้ง ทั้งครองแชมป์เป็น “คอนเทนต์รีรัน” 2 ปีซ้อน

“กวิน ตั้งอุทัยศักดิ์” ผู้อำนวยการธุรกิจคอนเทนต์ LINE ประเทศไทย ประกาศตั้งเป้าให้ภายในปี 2564 LINE TV จะเป็น “แพลตฟอร์มทีวีออนไลน์ของคนไทย” มีฐานคนดูให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยทำคอนเทนต์แบบ mass มากขึ้น ทั้งเพิ่มพันธมิตรคอนเทนต์รีรัน เช่น ช่อง 8 ที่มีซีรีส์อินเดีย, การเพิ่มออริจินอลคอนเทนต์จะจับมือกับผู้ผลิตชื่อดัง เช่น 9by9, BNK48 รวมถึงนำคอนเทนท์การ์ตูนเพื่อเจาะกลุ่มผู้ชายให้เป็น 50% จาก 40%ทั้งวางตัวเป็น “มิวสิกเอ็กซ์พีเรียนซ์” มีเอ็กซ์คลูซีฟอัลบั้มและเน้นเพลงลูกทุ่งมากขึ้น มีการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยให้แนะนำคอนเทนต์ได้ตรงตามความต้องการผู้ใช้งานแต่ละรายมากขึ้น มีฟีเจอร์ใหม่ ๆ ให้กระจายไปวงกว้างมากขึ้น

“ออริจินอลคอนเทนต์ในปีนี้ไม่ใช่การลองผิดลองถูก ดังนั้น จำนวนอาจน้อยลง แต่ลงทุนมากขึ้น เน้นที่คุณภาพ และเจาะกระแส เช่น BNK กระแสเกาหลี 9by9 และในส่วนการทำการตลาดก็ต้องทำมากขึ้น เพราะยังมีสัดส่วนการดูแค่ 10% ไม่เหมือนคอนเทนต์รีรัน”

ซึ่งขณะนี้ถือว่ายังอยู่ในช่วงลงทุนทั้งการเข้าถึงลูกค้าและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อขยายฐานลูกค้า ในส่วนการแข่งขันมองว่าไม่ได้แข่งกับเน็ตฟลิกซ์ เพราะไลน์ทีวีดูฟรี ทั้งมีผู้ชมเพียง 20% ที่ยอมจ่ายเงิน และ 27% ของคนที่อยู่บนแพลตฟอร์มเสียเงินชอบดูภาพยนตร์ และ 17% ดูซีรีส์ต่างประเทศ

“คอนเทนต์ออนดีมานด์เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ แต่คนก็ยังดูทีวี ดังนั้นเรามาเพิ่มโอกาส เพิ่มช่องทางให้ทีวี เพื่อขยายฐานคนดูให้กว้างขึ้น ไม่ได้มาแย่งแชร์จากทีวี โดยปีนี้เรามีช่องใหม่ ๆ มีเอ็กซ์คลูซีฟพาร์ตเนอร์มากขึ้น เชื่อว่าจะเข้าไปช่วยพาร์ตเนอร์มีเรตติ้งดีขึ้น จากการช่วยโฆษณาคอนเทนต์ให้เขา”

ด้าน “นรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร” ผู้อำนวยการฝ่ายขายและสื่อโฆษณา LINE กล่าวว่า ยอดโฆษณาบน LINE TV เติบโตกว่า 100% ต่อปี โดยในไตรมาสสุดท้ายปีที่แล้วโตถึง 400% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน

จุดเด่น คือ มองเห็นโฆษณาที่ดีกว่าแพลตฟอร์มอื่น 2 เท่า และ 88% ดูจนจบ ทั้งเป็นแพลตฟอร์มเดียวที่มี 0% brand risk โดยธุรกิจที่ลงเงินมากที่สุด คือ สินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) ลงเพิ่มถึง 100% อีกกลุ่มที่เติบโต คือ โทรคมนาคม และอีคอมเมิร์ซโต 40%

ความท้าทายคือ ทำให้คนจดจำและไปซื้อ โดยค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมพบว่าเมื่อเห็นโฆษณาแล้วอยากซื้อเลย 19% แต่บน LINE เป็น 31% ทั้งพบว่ายอดรับชมโฆษณาหลังจบเนื้อหาช่วยเพิ่มยอดวิวถึง 20% ปัจจุบันโฆษณาใน LINE TV ขายได้เร็วมากขึ้น และต้อง “ต่อคิว”

ส่วนพฤติกรรมผู้ชม LINE TV ใช้เวลาดูเฉลี่ย 2.43 ชั่วโมง/วัน คิดเป็น 75% ของระยะเวลาการรับชมบนทีวี เน้นที่คอนเทนต์ไทยเป็นหลัก 47% ดูละคร 39% ฟังเพลง 33% ดูเกมโชว์ และ 49% ดูผ่านมือถือ 38% ดูผ่านทีวี เนื่องจาก 79% มองว่าไม่มีเวลา อายุเฉลี่ย 25-35 ปี และมีแนวโน้มอายุมากขึ้น

Previous articleต้นทุนของสังคมไทย จากมลพิษ-วิกฤตฝุ่นพิษ PM 2.5
Next articleปลดแอก “ขายฝาก”