“พรรณนา” มองไม่เห็นก็ดูหนังได้ ดึงเทคโนโลยีสร้างความเท่าเทียม

ถ้ารู้จักใช้ “เทคโนโลยี” ไม่ได้เข้ามาช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับการดำเนินชีวิตของคนปกติได้เท่านั้น แต่ยังเพิ่มโอกาสให้กับหลายฝ่ายที่ “ขาด” ขึ้นอยู่กับว่าจะนำมาใช้แค่ไหนหรือไม่และอย่างไร

เมื่อเร็ว ๆ นี้หลายหน่วยงานร่วมด้วยช่วยกันเติมความสุขให้กับผู้พิการทางการมองเห็น ทั้ง บมจ.เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น, บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด บริษัท กล่องดินสอ จำกัด และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยร่วมกันจัดฉายภาพยนตร์รอบพิเศษ สำหรับผู้พิการทางสายตาในโปรเจ็กต์ “pannana ความระทึกกับเพื่อน..ที่ระลึก” และเปิดตัวแอปพลิเคชั่น “พรรณนา” (PANNANA) เพื่อช่วยให้คนตาบอดสามารถที่จะสนุกไปกับการดูภาพยนตร์ได้เหมือนคนปกติ

“พรรณนา” (Pannana) คือแอปพลิเคชั่นเสียงบรรยายภาพสำหรับผู้พิการทางการมองเห็น ทำให้สามารถสร้างภาพจินตนาการจากการฟังบรรยายภาพด้วยเสียง ทำให้ผู้พิการทางสายตารับชมเรื่องราวได้อย่างมีอรรถรส โดยจะมีรายการสารบัญของเสียงบรรยายภาพของภาพยนตร์ เมื่อเปิดดูภาพยนตร์ และเปิดใช้งานแอปพลิเคชั่น พร้อมกับเปิด Audio Description : AD (เสียงบรรยาย) ของภาพยนตร์เรื่องนั้นไปพร้อมกัน ซึ่งการทำงานของพรรณนาคือฟังเสียงของภาพยนตร์ที่ดำเนินอยู่ในขณะนั้น เชื่อมต่อเข้ากับระบบฐานข้อมูล ค้นหาเสียงบรรยายภาพ และเริ่มใช้เสียงบรรยายภาพ


“ฉัตรชัย อภิบาลพูนผล” ผู้ก่อตั้ง และซีอีโอ บริษัท กล่องดินสอ จำกัด ผู้พัฒนาแอปพลิเคชั่น เปิดเผยว่า ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และใช้เวลาพัฒนาแอปพลิเคชั่น “พรรณนา” ประมาณ 1 ปี โดยได้ประยุกต์มาจากแอปพลิเคชั่นที่ฟังเสียงเพลง และบอกว่า เพลงที่เล่นชื่อเพลงอะไร ส่วนคอนเทนต์ได้รับการสนับสนุนจาก SF และ GDH ทำให้มีเสียงบรรยายภาพของภาพยนตร์ที่รวบรวมไว้ เช่น คิดถึงวิทยา, ฟรีแลนซ์ เป็นต้น

“วิธีการใช้งานเมื่อเปิดชมภาพยนตร์ทางทีวีหรือโรงภาพยนตร์ และเปิดใช้งานแอปฯแล้วเลือกเสียงบรรยายภาพยนตร์ ก็จะมีเสียงบรรยายภาพยนตร์ (Audio Description) ให้ฟังผ่านแอปพลิเคชั่น โดยแอปฯจะจับเสียงของภาพยนตร์ เพื่อให้สามารถปล่อยเสียงบรรยายได้ตามบทภาพยนตร์ แม้ไม่ได้รับชมตั้งแต่ต้นเรื่องก็สามารถบรรยายได้อย่างถูกต้อง ซึ่งสิ่งที่ต้องเร่งพัฒนาคือ คอนเทนต์ เนื่องจากการทำเสียงบรรยายมีค่าใช้จ่าย และคอนเทนต์ยังไม่หลากหลาย ตอนนี้ได้เข้าไปคุยกับส่วนของทีวี เช่น ThaiPBS ที่จะทำเสียงบรรยายให้ละครต่าง ๆ และพูดคุยกับไลน์ทีวี เป็นต้น ในอนาคตจะเข้าไปคุยกับค่ายหนังอื่น ๆ ด้วย”

ที่ผ่านมา ภาพยนตร์ที่มีเสียงบรรยายสำหรับผู้พิการทางการมองเห็น ส่วนใหญ่จะเปิดลักษณะการเปิดรอบพิเศษ ซึ่งตนมองว่า ยังเป็นเรื่องของการแบ่งแยก ดังนั้นจึงคุยกับหลายส่วนจนเกิดความร่วมมือเป็นแอปพลิเคชั่น “พรรณนา” ขึ้นมาได้

“ความร่วมมือเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะถ้าไม่มีการสนับสนุนแอปฯแบบนี้จะเกิดยาก แม้ตัวแอปฯจะไม่ได้พิเศษมาก เพราะเทคโนโลยีปัจจุบันสามารถไปได้ไกลกว่านี้ แต่เชื่อว่าจะทำให้เกิดความเท่าเทียม”

ด้าน “จินา โอสถศิลป์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด กล่าวว่า การมีเสียงบรรยายภาพยนตร์ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทำ เพราะจีดีเอชเริ่มทำตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่อง “คิดถึงวิทยา” แต่เป็นในฉบับดีวีดี และหนังทุกเรื่องของจีดีเอชก็จะทำทั้งหมด รวมถึงภาพยนตร์ “พรจากฟ้า” แต่ในครั้งนี้เป็นการทำผ่านแอปพลิเคชั่นเป็นครั้งแรก และทำให้คนตาบอดสามารถรับชมในโรงภาพยนตร์พร้อมคนทั่วไปได้ และดูได้ทุกโรงภาพยนตร์ไม่ใช่แค่ในเครือ SF เท่านั้น

“สุวรรณี ชินเชี่ยวชาญ” ประธานเจ้าหน้าที่บริการ สายงานการตลาด บริษัท เอส เอฟ คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผู้พิการทางการมองเห็นไม่ค่อยมีโอกาสมาชมภาพยนตร์ทางโรงภาพยนตร์มากนัก ที่ผ่านมามีภาพยนตร์เรื่อง “พรจากฟ้า” ที่มีเสียงมีบรรยายทำให้ผู้พิการทางสายตาสามารถร่วมชมกับคนปกติ ซึ่งเอสเอฟไม่อยากให้เกิดการแบ่งแยกจึงเข้ามาสนับสนุนแอปพลิเคชั่นนี้ โดยบริษัทกำลังติดต่อค่ายภาพยนตร์อื่น ๆ เพื่อร่วมกันทำในส่วนนี้ต่อไป

อีกหนึ่งผู้สนับสนุน “วรวรรณ ชายไพฑูรย์” นักวิเคราะห์ และบริหารโครงการ สำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. กล่าวว่า เป็นความภูมิใจของ สสส.ที่จะช่วยให้ผู้พิการทางการมองเห็นสามารถทำกิจกรรมร่วมกับคนไม่พิการได้อย่างเท่าเทียม ซึ่ง สสส.เองมีส่วนสนับสนุนโครงการสำหรับผู้พิการทุกประเภท

“ต่อพงศ์ เสลานนท์” นายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า คนตาบอดไม่สามารถดูภาพยนตร์ได้เหมือนคนปกติ เพราะเป็นการเล่าเรื่องด้วยภาพทำให้เวลาดูต้องมีคนมาบรรยายจึงอาจทำให้คนรอบข้างเกิดความรำคาญได้ แต่ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่สามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโรงภาพยนตร์ได้

“ครั้งแรกที่ได้รับชมภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์คือเรื่องพรจากฟ้าที่มีรอบเฉพาะ แต่แอปพลิเคชั่นนี้ต่างออกไปคือทำให้คนตาบอดได้มายืนอยู่ร่วมกับคนในสังคม และอยากให้สิ่งที่ทำอยู่เพื่อคนตาบอดนั้นยั่งยืนและมีคุณค่า อยากให้มีหนังเรื่องอื่น ๆ เพื่อให้คนตาบอดได้สนุกร่วมกับคนทั่วไปเพิ่มขึ้นอีกเรื่อย ๆ เมื่อก่อนดูหนังแล้วไม่มีความสุข เพราะเราไม่เห็นภาพ แอปฯนี้มาช่วยเติมเต็มความรู้สึก เพราะเราไม่สามารถเสพได้เหมือนคนอื่น เสียงบรรยายช่วยให้เราได้จินตนาการ เชื่อว่าคนพิการสามารถจินตนาการได้ดีกว่าคนทั่วไป จากนี้ไปคนพิการจะสะดวกมากขึ้น ไม่ถูกต้องแบ่งแยก”

Previous article“สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ดิเรกคุณาภรณ์ 8,667 ราย
Next articleโอกาสของโมรียา…จะมาถึงเมื่อไหร่?