KBTG จับมือเร้ดแฮท ยกเครื่องระบบไอที ปูทางสู่ดิจิทัลแบงก์

KBTG ผนึกเร้ดแฮท ดึงโซลูชั่น “OpenShift” เสริมแกร่งระบบไอที ปูทางสู่ธนาคารดิจิทัล เผยธุรกิจการเงินแข่งแรง ใครออกโซลูชั่นตรงใจลูกค้าก่อนคือ ผู้ชนะ 

วันที่ 24 มิถุนายน 2564 นายตะวัน จิตรถเวช กรรมการผู้จัดการ กสิกร บิสซิเนส-เทคโนโลยีกรุ๊ป หรือ KBTG กล่าวว่า KBTG มีหน้าที่สนับสนุนเทคโนโลยีให้กับธนาคารกสิกรไทย ที่ต้องการเทิร์นไปสู่ดิจิทัลแบงกิ้งระดับภูมิภาค โดยปีนี้ได้ร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) สร้างแพลตฟอร์มซื้อขายโทเค็นดิจิทัล และมีแผนที่จะขยายเครือข่ายไปยัง 8 ประเทศ อาทิ เวียดนาม ฮ่องกง ลาว กัมพูชา และเมียนมา ซึ่งต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานไอทีที่มีประสิทธิภาพ รองรับปริมาณการทำธุรกรรมจำนวนมาก และสามารถเชื่อมแพลตฟอร์มดิจิทัลแบงกิ้งในแต่ละประเทศให้เข้ากันได้ 

KBTG จึงใช้โอเพ่นซอร์:โซลูชั่น “OpenShift” ของเร้ดแฮท ซึ่งช่วยลดระยะเวลาในการพัฒนาแอปพลิเคชัน จากเดิมที่ต้องใช้เวลา 1 เดือน เหลือเพียง 2 สัปดาห์ ทำให้ KBTG พัฒนาโปรเจ็กต์ไอทีที่มีไม่ต่ำกว่า 250 โปรเจ็กต์ต่อปีได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนแอปพลิเคชัน K PLUS ก็รองรับปริมาณการทำธุรกรรมได้ 5,000 รายการต่อวินาที 

“ฐานผู้ใช้งานของ K PLUS เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2 เท่าใน 5 ปี KBTG จึงเข้าไปสนับสุนนระบบไอที ออกโซลูชั่น K PLUS AI-Driven Experience (KADE) นำ AI มาวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าและเสนอบริการแบบเจาะจงลูกค้าแต่ละราย ทั้งยังสร้างโอเพ่นแบงกิ้งแพลตฟอร์มเชื่อมต่อกับระบบต่าง ๆ ของพาร์ตเนอร์ธุรกิจของธนาคารอีกด้วย”

ความท้าทายของการทรานส์ฟอร์มธุรกิจคือ บุคลากรที่ต้องมีทักษะดิจิทัล KBTG จึงออกโปรแกรมฝึกงาน 3-6 เดือน อัพสกิลดิจิทัลให้กับนักศึกษาจบใหม่ที่สนใจร่วมงานกับบริษัท อย่างไรก็ตาม การปรับสู่ดิจิทัลแบงก์ ทำให้พนักงานสามารถขายบริการผ่านดิจิทัลได้เพิ่มขึ้น 75% สิ่งสำคัญที่สุดคือ ระบบรักษาความปลอดภัยที่ต้องครอบคลุมให้พนักงานสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ จึงได้คิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ เช่น การยืนยันตัวตนด้วยระบบ facial recognition และอีวอลเลตสำหรับใช้ในองค์กร ซึ่งในอนาคตจะขยายไปยังธุรกิจอื่น 



สำหรับการแข่งขันในธุรกิจการเงินท่ามกลางยุคโควิด ต้องยอมรับว่า ทุกธนาคารกำลังปรับสู่ดิจิทัลแบงกิ้ง ใครสามารถออกโปรดักต์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ก่อนจะเท่ากับผู้ชนะ ดังนั้นการพัฒนานวัตกรรมของกสิกรไทย นอกจากจะคำนึงถึงการประยุกต์ใช้ได้แบบโอเพ่นกับทุกแพลตฟอร์มแล้ว ยังจะต้องมีโรดแมปที่ชัดเจน และยึดหลัก “Customer First” เป็นหลัก 


ด้านนางสาวสุพรรณี อำนาจมงคล รักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท เร้ดแฮท (ประเทศไทย) ผู้ให้บริการโอเพ่นซอร์ซโซลูชั่น กล่าวว่า ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแบบไม่มีที่สิ้นสุด เทคโนโลยีที่ตามมาคือ ซอฟต์แวร์แบบโอเพ่นซอร์ซ ที่สามารถใช้ได้จริง จะเห็นว่าธุรกิจที่เริ่มตื่นตัวก่อนจะเป็นภาคการเงินและเทลโก้ แต่ด้วยโควิด-19 ที่เข้ามาเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ทุกองค์กรต้องปรับสู่ดิจิทัล ทำให้ปัจจุบันเกือบทุกธุรกิจประยุกต์ใช้ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ซแล้ว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ