Pomelo โชว์รายได้ “ออนไลน์-หน้าร้าน” โต 93%

ยักษ์แพลตฟอร์มแฟชั่น Pomelo โชว์รายได้รวมครึ่งปีแรกโต 93% ยอดขายหน้าร้านโต 134% ตั้งเป้าขยับยอดขายหน้าร้าโตสองเท่า เพิ่มความหลากหลายของสินค้า สนับสนุนแฟชั่นยั่งยืนเติมสินค้ารักษ์โลกเป็น 40%

วันที่ 14 กรกฎาคม 2565 Pomelo ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มแฟชั่นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รายงานรายได้สุทธิเติบโตกว่า 93% ในครี่งแรกปี 2565 เทียบกับปีที่ผ่านมา จากยอดผู้ใช้บริการ Tap.Try.Buy. at Home ที่เติบโตต่อเนื่อง ประกอบกับรายได้จากยอดขายหน้าร้านที่เพิ่มขึ้นในช่วงผ่อนผันมาตรการโควิด

นายเดวิด โจว ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Pomelo Fashion กล่าวว่าบริษัทยินดีอย่างยิ่งที่ได้ประกาศความสำเร็จในครึ่งปีที่ผ่านมา ในขณะที่ทั่วภูมิภาคกำลังค่อย ๆ กลับสู่การเปิดประเทศ หลังโควิด-19 ทั้งแบรนด์ Pomelo และแบรนด์อื่น ๆ บนแพลตฟอร์มของเรากำลังมุ่งหน้าสู่ยอดขายที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2565 รวมถึงบริการ Tap.Try.Buy. at Home และความคิดริเริ่มด้านความยั่งยืน Down to Earth ถือเป็นประเด็นที่มุ่งให้ความสำคัญในอนาคตอันใกล้

โดยในครึ่งแรกของปี 2565 การขายทั้งผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ มีรายได้สุทธิเติบโตถึงกว่า 93% และรายได้จากหน้าร้านยังสูงขึ้นถึง 134% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2564 มากกว่านั้น รายได้จากหน้าร้านในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมายังเป็นรายได้ที่สูงเป็นประวัติการณ์ของบริษัทหลังก้าวข้ามวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 ด้วยกลยุทธ์ Tap.Try.Buy. at Home บริการลองสินค้าที่บ้านก่อนซื้อโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย มียอดการสั่งซื้อเพิ่มถึง 347% ในระยะเวลาน้อยกว่า 1 ปีนับตั้งแต่เปิดตัวบริการ



นอกจากนี้ ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา Pomelo ได้นำแบรนด์ชั้นนำมากกว่า 370 แบรนด์มาสู่แพลตฟอร์ม ปัจจุบัน มีแบรนด์เข้าร่วมกว่า 700 แบรนด์ ทั้งแบรนด์ไทย และแบรนด์ต่างประเทศ โดยเติบโต 174% ของจำนวนแบรนด์ที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน เพื่อไปสู่เป้าหมายในการเป็นแพลตฟอร์มที่ตอบสนองความต้องการด้านแฟชั่นและความงามของลูกค้า

สำหรับแบรนด์พาร์ทเนอร์หน้าใหม่จากประเทศไทย ได้แก่ Merge, Two Twice และ Hamburger Studio ส่วนแบรนด์พาร์ทเนอร์ใหม่จากต่างประเทศ ได้แก่ Foreo, Maybelline, L’Oreal, Garnier, MLB และ Never Fully Dressed เป็นต้น

และในช่วงครึ่งปีหลัง Pomelo มีเป้าหมายจะขยายการเติบโตของธุรกิจในหลายส่วน ตั้งแต่การขยายการเติบโตของธุรกิจค้าปลีก โดยเปิดสาขาหน้าร้านเพิ่มที่เดอะมอลล์โคราช และเซ็นทรัล โคราช เพื่อขยายฐานลูกค้า และมีแผนขยายบริการ Tap.Try.Buy. at Home ไปสู่ผู้ใช้ระบบ Android และกลุ่มลูกค้าที่ประเทศสิงคโปร์เร็ว ๆ นี้

อีกหนึ่งเป้าหมายที่ Pomelo ให้ความสำคัญ คือ การสร้างนิยามใหม่ให้กับแฟชั่นแบบยั่งยืน ในฐานะผู้ริเริ่มโครงการ Down to Earth โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนสินค้าที่ทำจากวัสดุรักษ์โลก ผ่านกระบวนการเป็นมิตรต่อโลก และมีกระบวนการผลิตที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย ให้เป็นสัดส่วน 40% ของสินค้าทั้งหมดในอนาคตอันใกล้


และวางกลยุทธ์เพื่อขยายหมวดหมู่ของสินค้า โดยเพิ่มดีลพิเศษของแบรนด์สินค้าจากประเทศไทยและทั่วโลก ทั้งมีแผนจัดอีเวนต์ช้อปปิ้งต่าง ๆ โดยยึดความต้องการของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เช่น โปรโมชั่นลดราคาประจำเดือน การเพิ่มตัวเลือกสินค้าคุณภาพสูง และการพัฒนาบริการช้อปปิ้งแบบ Omnichannel ให้มีการใช้งานที่สะดวกสบายมากขึ้น

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ