เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
Politics สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
Politics กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
Politics ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
Politics ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
Business JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
News กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
Politics สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
Uncategorized DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
Finance เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
ดูทั้งหมด

“กลุ่มสมอทอง” รุกขยายฐานผลิต เล็งขึ้นอันดับ 4 “โรงสกัดปาล์มดิบ”

01 ก.ย. 2565 | 17:59น.
สมอทอง

สมอทอง

ปัจจุบันประเทศไทยเป็นประเทศผู้ผลิตปาล์มน้ำมันอันดับ 3 ของโลก รองจากมาเลเซียและอินโดนีเซีย ขณะที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีถือเป็นผู้ผลิตปาล์มเป็นอันดับ 1 ภายในประเทศ มีพื้นที่ปลูกรวมกว่า 1.3 ล้านไร่

ตอนนี้ทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน กำลังรวมตัวกันผลักดันปาล์มอย่างยั่งยืน ทั้งการทำ RSPO (Roundtable on Sustainable Palm Oil) สร้างผลผลิตปาล์มให้มีคุณภาพสูง

สอดคล้องกับอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันประเทศไทยที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นหลังจากได้รับอานิสงส์จากวิกฤตโควิด-19 และสงครามยูเครน-รัสเซีย แต่การพัฒนาและยกระดับให้สามารถแข่งขันกับประเทศคู่แข่งได้อย่างยั่งยืนยังขาดระบบการจัดการ

และการสนับสนุนจากภาครัฐอีกมาก โดยเฉพาะมาตรฐานให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลและเพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูป

“ศักดา ทองรอง” รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด จ.สุราษฎร์ธานี ผู้ประกอบการธุรกิจโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ เปิดเผยว่า ปัจจุบันตัวเลขของอุตสาหกรรมปาล์มในประเทศไทยมีมูลค่าเฉลี่ยประมาณ 80,000-100,000 ล้านบาท/ปี

เป็นน้ำมันปาล์มดิบแบ่งขายในประเทศประมาณ 85% ส่งออก 15% คู่ค้าอันดับ 1 ที่ส่งออกในช่วงเกิดโควิด-19 ผ่านมาคือ อินเดีย และประเทศโซนยุโรปบ้างเล็กน้อย

โดยน้ำมันปาล์มนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในอุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมอาหารอยู่ในสัดส่วนใกล้เคียงกัน นอกจากนี้นำไปใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง แต่ยังน้อยมาก

“จริง ๆ แล้วอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มไทยสามารถเติบโตได้อีก โดยเฉพาะปาล์มที่ได้มาตรฐาน RSPO ที่มีคุณภาพอย่างยั่งยืน หากนำโอลิโอเคมิคอลจากปาล์มน้ำมัน (oleochemical) มาใช้ในการแปรรูปเพิ่มขึ้น อย่างการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง (cosmetics)

ที่เป็นตลาดใหญ่และมีมูลค่ามหาศาล รวมถึงเวชภัณฑ์ต่าง ๆ จะสามารถสร้างเงินสร้างรายได้อีกจำนวนมาก ส่วนนี้อยากให้รัฐเข้ามาส่งเสริมมากขึ้น เพราะปัจจุบันประเทศไทยมีอยู่เพียงบริษัทใหญ่ไม่กี่รายที่สามารถทำได้”

ที่ผ่านมาประเทศไทยนำเข้าผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากประเทศต่าง ๆ ทั้งเกาหลี ญี่ปุ่น จีน ยุโรป ทั้งประเภทโลชั่น สบู่ คลีนซิ่ง และอื่น ๆ เป็นตัวชี้วัดได้ดีว่า หากผู้ประกอบการของไทยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในเรื่องการแปรรูปมูลค่าของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันจะเพิ่มขึ้น

แม้บริษัทผู้ผลิตหลายรายไม่มีความรู้มากนัก แต่มีงานวิจัยจากหลายสถาบันมาสนับสนุน แต่หากภาครัฐเข้ามาช่วยสนับสนุนจะดีกว่าการจับมือของภาคเอกชนกับเอกชนด้วยกัน

นอกจากนี้ การทำ RSPO เพื่อให้ผลผลิตปาล์มได้คุณภาพ และนำมาแปรรูป ต่อได้ จะเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ โดยต้องมีความร่วมมือจาก 3 ภาคส่วนคือ ภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร แต่ต้องยอมรับว่าเกษตรกรทำสวนปาล์มน้ำมันส่วนใหญ่เป็นรายย่อยกว่า 80% มีที่ดินประมาณ 10-50 ไร่ หลายพื้นที่รวมกลุ่มกันเป็นแปลงใหญ่

แต่มีเพียงส่วนน้อยที่มีความเข้มแข็ง ทำให้ระบบการจัดการยาก ส่วนรายกลางถึงใหญ่มากที่อยู่ในรูปแบบบริษัทสัดส่วนอยู่ที่ 20% ขณะเดียวกันในประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย เกษตรกรที่ปลูกแปลงใหญ่หลายร้อยไร่ มีภาครัฐเข้ามากำกับดูแลดี

“ศักดา” บอกว่า “น้ำมันปาล์มเป็นวัตถุดิบที่สามารถนำมาสกัดสารสำคัญมาทำเป็นเครื่องสำอางได้จะประสบความสำเร็จจะเพิ่มมูลค่าได้มหาศาล ผมเคยคิดจะสร้างผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเข้าสู่ตลาด ทำวิจัยนำวัตถุดิบจากปาล์มน้ำมันไปใช้ในการผลิต

ด้วยการดึงเบต้าแคโรทีนซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระจากปาล์มมาใช้ แต่ไปไม่ถึงฝันเพราะเงินไม่พอ ต่อให้ทำผลิตภัณฑ์ออกมาได้ แต่ก็แข่งขันต่อไม่ไหว อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมปาล์มยังต้องมี cooking oil และ biodiesel ในประเทศไทยยังไปได้อยู่

เพราะน้ำมันเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค ที่สำคัญ อุตสาหกรรมต่อเนื่องในบ้านเรามีอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น การผลิตบะหมี่ การทอดไก่ แต่ภาครัฐควรจะต้องเข้ามาพัฒนาให้ผู้ประกอบการมีศักยภาพแข่งขันกับต่างประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น”

ทั้งนี้ บริษัท กลุ่มสมอทอง ที่ควบรวมกิจการของบริษัท สมอทอง น้ำมันปาล์ม จำกัด, บริษัท สมอทองปาล์ม 2 จำกัด, บริษัท สมอทองปาล์ม 3 จำกัด และบริษัท สมอทองปาล์ม 4 (สระบุรี) จำกัด เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจการสกัดน้ำมันปาล์มดิบ มีรายได้เฉลี่ย 4,000-5,000 ล้านบาทต่อปี ติดอันดับ 1 ใน 5 บริษัทผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่ของประเทศ

และในปี 2565 ได้ตั้งเป้าขยายฐานการผลิตไต่ระดับขึ้นไปติด 1 ใน 4 ของประเทศ เพราะปัจจุบันบริษัทสามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้าว่าจะได้ผลผลิตจากเกษตรกรมากน้อยเพียงใด คุณภาพอย่างไร เพราะมีข้อมูลจากเกษตรกรที่เป็นคู่ค้าซึ่งได้รับมาตรฐาน RSPO

ด้าน “กุศล เขียวดํา” เกษตรกรเจ้าของสวนปาล์มน้ำมัน สมาชิกสหกรณ์นิคมพนม และเจ้าของลานเทรับซื้อปาล์มน้ำมัน พี.เค. จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า อนาคตของปาล์มน้ำมันไทยดีแน่นอนเพราะน้ำมันดิบจะแพงและมีความต้องการสูงขึ้นเรื่อย ๆ

คาดว่าในอนาคตภาคใต้จะมีการทำสวนปาล์มน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็นพืชที่ปลูกแล้วทนทาน ให้ผลผลิตสูง เฉลี่ยพื้นที่ 1 ไร่ให้ผลผลิต 3 ตัน/ไร่/ปี หรือมากกว่านั้น หากดูแลรักษาและลงรายละเอียดการปลูกให้ได้มาตรฐานจะได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ซึ่งมีกำไรดี

“ตอนนี้อยากให้รัฐบาลเข้ามาสนับสนุนนำน้ำมันปาล์มดิบไปใช้ในโรงงานไฟฟ้าชีวมวล ซึ่งจะดีต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าถ่านหิน”

“กุศล” กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “ปาล์มไทยนั้นสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้อย่างแน่นอน หากรัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร เข้ามาช่วยกันพัฒนาความรู้มากกว่านี้

ต้องจัดโซนนิ่งการปลูกปาล์มน้ำมันทั้งดูดินให้เหมาะสมกับสายพันธุ์ ส่วนการแก้ไขปัญหาเรื่องปาล์ม โดยเฉพาะการพยุงราคาก็แค่ปัญหาเฉพาะหน้า เป็นนโยบายหาเสียงเท่านั้น”

อย่างไรก็ตาม ต้องรอดูความเคลื่อนไหวต่อไปว่าทิศทางของตลาดปาล์มน้ำมันไทยจะพัฒนาก้าวไปสู่อนาคตได้อย่างไร

แท็กที่เกี่ยวข้อง

น้ำมันปาล์มดิบ อุตสาหกรรม