“เชียงของ” จัดงาน “เทศกาลยางพารานานาชาติ” พ.ย.ดันยอดขายจีน

“เชียงของ” จัด “เทศกาลยางพารานานาชาติภาคเหนือ” 9-11 พ.ย.นี้ หวังส่งออกไปจีนได้เพิ่มทำรายได้เข้าจังหวัดปีละกว่า 4,000 ล้านบาท

นายทัศนัย สุธาพจน์ นายอำเภอเชียงของ จ.เชียงราย เปิดเผยว่า ในปัจจุบันทางฝ่ายปกครอง อ.เชียงของ ได้ร่วมกับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงราย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ บรรดากลุ่มผู้ประกอบการและเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีกำหนดจัด “งานเทศกาลยางพารานานาชาติภาคเหนือ” ขึ้น ระหว่างวันที่ 9-11 พ.ย.นี้ ณ ลานหน้าอาคารสำนักงานเทศบาล ต.ห้วยซ้อ อ.เชียงของ ติดแม่น้ำโขงชายแดนไทย-สปป.ลาว โดยภายในงานกำหนดให้มีกิจกรรมมากมาย เช่น การแข่งขันกรีดยางพาราชิงแชมป์ภาคเหนือ นิทรรศการและการออกร้านเกี่ยวกับยางพารา นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ยางพารา ขบวนแห่จากกลุ่มเครือข่ายเกษตรกร การออกร้านจำหน่ายสินค้า การประกวดธิดายางพาราภาคเหนือ การแสดงทางวัฒนธรรม การสัมมนาทางวิชาการและเวทีพบปะระหว่างเครือข่ายผู้ผลิตและผู้ประกอบการค้ายางพาราทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้ทาง อ.เชียงของ มีความตั้งใจที่จะจัดงานเทศกาลนี้ขึ้นเป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นเวทีส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการผลิตและตลาดของยางพาราอย่างครบวงจรรวมต่อไป


นายทัศนัยกล่าวอีกว่า สำหรับงานเทศกาลในลักษณะนี้มีการจัดขึ้นในประเทศไทยเพียง 2 จังหวัด คือที่ภาคใต้ ณ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และอีกแห่งคือที่ จ.บึงกาฬ ซึ่งถือเป็นสถานที่จัดงานเพียงแห่งเดียวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งแต่ละแห่งมีการจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี สำหรับภาคเหนือถือเป็นการจัดงานครั้งแรก เนื่องจาก จ.เชียงราย เป็นแหล่งปลูกยางพาราที่มีปริมาณมากในภาคเหนือแล้วยังเป็นจุดส่งออกสินค้าประเภทยางพาราที่สำคัญ โดยผ่านด่านศุลกากรเชียงของข้ามสะพานแม่น้ำโขงเชื่อมไทย-สปป.ลาว แห่งที่ 4 จาก อ.เชียงของ ข้ามไปยังเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว แล้วขนส่งต่อไปทางถนนอาร์สามเอสู่มณฑลยูนนานประเทศจีน นอกจากนี้ยังมีการส่งออกไปทางเรือแม่น้ำโขงที่ อ.เชียงแสน อีกด้วย

นายพนัสพล โกสิยาร์ ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย จ.เชียงราย กล่าวว่า ในปัจจุบันตลาดประเทศจีนได้รับซื้อยางพาราจากภาคเหนือของประเทศไทยโดยผ่านที่ จ.เชียงราย มากที่สุดถึงร้อยละ 95 ของปริมาณที่รับซื้อทั้งหมด เพราะ จ.เชียงราย มีเส้นทางคมนาคมที่อยู่ใกล้กับประเทศจีนมากที่สุด ทำให้ต้นทุนต่ำ จึงทำรายได้เข้าจังหวัดปีละกว่า 4,000 ล้านบาท สำหรับปีนี้ราคายางก้อนถ้วยที่นิยมจำหน่ายกันมากที่สุดในพื้นที่มีราคาดีกว่าปีที่ผ่านมา โดยอยู่ที่กิโลกรัมละ 23.50 บาท

ท่านคำแปง ใจยะสัก เจ้าเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ซึ่งเดินทางมาหารือเรื่องการจัดงานดังกล่าวกับทาง อ.เชียงของ กล่าวว่า พื้นที่เมืองห้วยทรายมีการปลูกยางพารารวมกันประมาณ 70,000 ไร่ และพื้นที่อื่น ๆ ปลูกกันเป็นบริเวณกว้าง ดังนั้นการจัด งานเทศกาลยางพารานานาชาติภาคเหนือของ อ.เชียงของ จะสามารถช่วยพัฒนาคุณภาพและตลาดยางพาราในภูมิภาคนี้ร่วมกัน รวมถึงใน สปป.ลาว ได้เป็นอย่างดี จึงให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยคาดว่าจะมีเกษตรกรชาวลาวข้ามมาร่วมงานอย่างคับคั่งด้วย

รายงานข่าวจากด่านศุลกากรเชียงของแจ้งว่า ในปี 2560 มีการส่งออกยางพาราและเศษยางพาราจาก อ.เชียงของ ข้ามไปยังเมืองห้วยทราย มูลค่า 1,194.40 ล้านบาท และตั้งแต่เดือน ต.ค. 2560-ก.พ. 2561 มีการส่งออกแล้วกว่า 1,397.36 ล้านบาท โดยเป็นสินค้าส่งออกมากเป็นอันดับ 1 มากกว่าสินค้าผลไม้สดและอุปโภคบริโภค รวมถึงน้ำมันเชื้อเพลิง ด้านด่านศุลกากรเชียงแสนแจ้งว่า มีการส่งออกในปี 2560 มูลค่า 1,688.06 ล้านบาท มากเป็นอันดับ 3 รองจากชิ้นส่วนไก่แช่แข็งและน้ำมันเชื้อเพลิง ส่วนปี 2561 ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2560-เม.ย. 2561 พบว่ามีมูลค่ากว่า 2,412.95 ล้านบาท ทั้งนี้ ในปัจจุบัน จ.เชียงราย มีพื้นที่ปลูกยางพาราประมาณ 300,000 ไร่ เกษตรกรประมาณ 20,000 ราย มีผลผลิตซึ่งส่วนใหญ่เป็นยางก้อนถ้วยและน้ำยางปีละประมาณ 50,000 ตัน