เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ม.ทักษิณผนึกเครือข่ายสินธุ์แพรทอง ดัน ‘ผักเหลียงใบใหญ่’ พืชเศรษฐกิจ จ.พัทลุง

10 พ.ค. 2569 | 20:39น.
พืชเศรษฐกิจ

พืชเศรษฐกิจ

“ผักเหลียงใบใหญ่” จ.พัทลุง ไม่ใช่เพียงผักพื้นถิ่นเท่านั้น แต่กลับเป็นพืชเศรษฐกิจสร้างรายได้ให้ชุมชน 800,000 บาท/ปี

ผศ.ดร.นันทิยา พนมจันทร์ ประจำคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง เปิดเผยว่า ผักเหลียงใบใหญ่ถือเป็นพืชท้องถิ่นที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงที่อุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุ โดยสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู โดยผู้บริโภคมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง

ทางมหาวิทยาลัยทักษิณจึงได้ผนึกกำลังร่วมกับ นายอุทัย บุญดำ  ประธานศูนย์เรียนรู้เครือข่ายสินธุ์แพรทอง ต.ลำสินธุ์ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง พาณิชย์จังหวัดพัทลุง การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพัทลุง ประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง และภาคีเครือข่ายเดินหน้าส่งเสริมเกษตรกรพัฒนาการปลูกผักเหลียงใบใหญ่พืชเศรษฐกิจสำคัญ

พืชเศรษฐกิจ

หน่วยงานรัฐและภาคีเครือข่ายร่วมกันส่งเสริมเกษตรกรพัฒนาการปลูกผักเหลียงใบใหญ่พืชเศรษฐกิจสำคัญของ ต.ลำสินธุ์ อ.ศรีนครินทร์ เพื่อเพิ่มผลผลิต สร้างมูลค่าเพิ่ม และขยายตลาดอย่างยั่งยืน โดยการมุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเพาะปลูกที่ได้มาตรฐาน การบริหารจัดการแปลงและการพัฒนาคุณภาพผลผลิตให้ตรงตามความต้องการของตลาด

สำหรับการดำเนินงานทางมหาวิทยาลัยทักษิณได้ส่งคณาจารย์และนักวิจัยลงพื้นที่ศึกษาวิจัยและพัฒนาการแปรรูปผักเหลียง เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร จากเดิมที่จำหน่ายในรูปแบบใบสด ไปสู่ผลิตภัณฑ์แปรรูปที่หลากหลาย อาทิ ไอศกรีมผักเหลียง ใบเหลียงอบกรอบ เส้นหมี่ผักเหลียง และเส้นขนมจีนผักเหลียง ฯลฯ

นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมให้เกษตรกรขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งเชื่อมโยงตลาดกับห้างค้าส่งและช่องทางจำหน่ายสมัยใหม่เพื่อให้มีตลาดรองรับผลผลิตตลอดทั้งปี ลดความเสี่ยงด้านราคาผันผวน มีราคาการจำหน่ายอยู่ในราคา  50 -70  บาท/กก. ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างรายได้ที่มั่นคง

ผศ.ดร.นันทิยากล่าวอีกว่า ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก จ.พัทลุง โดยใช้ผักเหลียงใบใหญ่เป็นพืชนำร่องในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางการเกษตรควบคู่กับการพัฒนานวัตกรรมและตลาด เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

ทางด้านนายอุทัย บุญดำ ประธานเครือข่ายศูนย์เรียนรู้สินธุ์แพรทอง ต.ลำสินธุ์ อ.ศรีนครินทร์ เปิดเผยว่า ทางเครือข่ายได้ร่วมยกระดับการเพาะปลูกเข้าสู่ปีที่ 6 จนเกิดความเข้มแข็งตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ โดยมีการแปรรูปและทำตลาดครบวงจร

ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกแปลงใหญ่กว่า 50 ไร่ โดยสามารถปลูกร่วมกับพืชอื่นได้ เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ทุเรียน และสวนพืชผลไม้ ทำให้เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า เนื่องจากการปลูกเพียงครั้งเดียวสามารถเก็บเกี่ยวได้ต่อเนื่อง โดยใส่ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพเท่านั้น

ปัจจุบันมีผลผลิตประมาณ 12 ตัน/ปี  เฉลี่ย 1 ตัน/เดือน หรือประมาณ 240 – 250 กก./สัปดาห์ เก็บเกี่ยวสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ราคารับซื้อหน้าสวนอยู่ที่ 70 บาท/กก. ราคาจำหน่ายออนไลน์อยู่ที่ 80 บาท/กก. ส่งผลให้มีเงินหมุนเวียนในชุมชนสัปดาห์ละ 2 ครั้ง รวมทั้งหมด 800,000 บาท/ปี ถือเป็นรายได้เสริมให้ชุมชนได้อย่างดีท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน

ส่วนด้านการตลาดส่วนใหญ่ส่งออกตามคำสั่งซื้อของกลุ่มร้านอาหาร ทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ โดยตลาดออนไลน์จะขายผักเหลียงใบใหญ่เกรด A  ราคา 80 บาท/กก. ยังมีแนวโน้มเติบโตขึ้นทุกปี ส่วนเกรด B จะขายให้กับกลุ่มร้านอาหาร

ส่วนที่ใบขนาดตกไซซ์จะมีการคัดออกนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์กว่า 10 รายการ เช่น เส้นบะหมี่ ข้าวเกรียบ ขนมแห้ง ฯลฯ ราคาตั้งแต่ 10 – 25 บาท/ซอง ช่วยเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้หมุนเวียนในชุมชนอีกทางหนึ่ง

ทั้งนี้ แนวโน้มความต้องการผักเหลียงใบใหญ่ยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยมีการเพาะกิ่งพันธุ์จำหน่ายในราคากิ่งละ 125 บาท บางช่วงสามารถจำหน่ายได้ถึง 2,000 กิ่ง/ครั้ง  ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 สามารถจำหน่ายได้ถึง 7,700 กิ่ง คิดเป็นมูลค่ากว่า 200,000 บาท ให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อนำไปส่งเสริมเกษตรกรในโครงการพักหนี้ พร้อมทั้งมีการผลักดันให้ผักเหลียงใบใหญ่เป็นพืชเศรษฐกิจอัตลักษณ์ของจังหวัดพัทลุงอย่างเป็นทางการ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พืชเศรษฐกิจ