ภูเก็ตทุบโต๊ะอีก 7 วันเปิดเมือง เข้มคนไทยเข้าจังหวัดต้องฉีดวัคซีนครบ

ภูเก็ตทุบโต๊ะอีก 7 วันเปิดเมือง วางกฎ Domestic Sandbox คนไทยเข้าภูเก็ตเงื่อนไขเดียวกับต่างชาติ ต้องฉีดวัคซีนครบ ตัองตรวจหาเชื้อ 3 ครั้งใน 14 วัน

วันที่ 31 สิงหาคม 2564 นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 51/2564 ว่า ที่ประชุมวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันของจังหวัดภูเก็ต ในเรื่องการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 และเศรษฐกิจที่ประชาชนหลายส่วนเรียกร้องอยู่ ซึ่งทั้งสองประเด็นนี้ต้องคำนึงถึงมาก โดยเฉพาะตัวเลขการติดเชื้อสูงขึ้น ได้พยายามควบคุมการแพร่ระบาดให้ได้ จากวิเคราะห์และสอบถาม สสจ.ภูเก็ต เชื่อมั่นว่าจากนี้ภายในหนึ่งสัปดาห์น่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น

ที่ประชุมพิจารณามาตรการคัดกรองการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ต ที่คำสั่งจังหวัดจะมีผลสิ้นสุดในวันนี้(31 ส.ค. 64) สรุปคือ การปฏิบัติคงไว้เหมือนเดิม เพิ่มมาคือ การเข้าออกของนักท่องเที่ยว มีการเสนอว่า เข้ามาแบบมีเงื่อนไข ในแนวทางเดียวกับภูเก็ตแซนด์บอกซ์ เพราะกังวลว่า ถ้าคนเข้ามาอาจนำเชื้อเข้ามาเพื่อรักษาภูเก็ตแซนด์บอกซ์ จึงมีมาตรการเข้มมากขึ้น ในส่วนชาวไทยที่จะเข้ามา จะเป็นโดเมสติกแซนด์บอกซ์ Domestic Sandbox มีการฉีดวัคซีนเข้ามาครบตามกติกา ตรวจคัดกรองโรคสวอบเข้ามา จากนั้น 6-7 วันจะมีการตรวจสวอบอีกครั้ง แต่เรื่องนี้ยังไม่มีผลในวันที่ 1 ก.ย.นี้ เนื่องจากหลายฝ่ายกังวลการควบคุมโรคโควิดก่อน ที่ผ่านมาการจัดการภายในยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร จะต้องเพิ่มความเข้มขึ้นในหลายมาตรการที่ได้ออกมาล่วงหน้าแล้ว อาทิ การลดกิจกรรม ปรับกิจกรรม การตรวจคัดกรองแรงงานต่างด้าว จะมีความเข้มข้นมากขึ้น 

ทั้งนี้ การเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาภูเก็ต จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 8 ก.ย.เป็นต้นไป เพราะว่าแต่ละส่วนปฏิบัติต้องมีการเตรียมการในส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งทางอากาศ ทางบก ทางน้ำ

ดังนั้น คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต จึงลงนามคำสั่งจังหวัดภูเก็ต ที่ 5139/2564 ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2564 เรื่อง มาตรการตรวจคัดกรองการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ตตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สาระสำคัญ ดังนี้ ห้ามบุคคลและผู้ขับขี่ยานพาหนะทุกประเภท ยกเว้น เด็กอายุไม่เกิน 6 ปี ที่เดินทางมากับผู้ปกครองหรือผู้ดูแล เข้าจังหวัดภูเก็ต ทั้งทางบก (ด่านตรวจท่าฉัตรไชย) ทางน้ำ (ท่าเรือทุกท่า ในจังหวัดภูเก็ต และช่องทางภายในประเทศ (ท่าอากาศยานภูเก็ต) เว้นแต่เป็นบุคคล หรือผู้ขับขี่ยานพาหนะ ดังต่อไปนี้

1) รถฉุกเฉินทางการแพทย์ ผู้ป่วยถูกเฉิน กู้ชีพ กู้ภัย

2) ขนส่งยา วัสดุอุปกรณ์ เวชภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ทางการแพทย์

3) ขนส่งสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภค สินค้าทางการเกษตร ปศุสัตว์ อาหารสัตว์

4)ขนส่งแก๊สหุงต้ม น้ำมันเชื้อเพลิง

5)ขนส่งเงินของธนาคาร สถาบันทางการเงิน

6) ขนส่งพัสดุและสิ่งพิมพ์

7) ขนส่งวัสดุก่อสร้าง เครื่องจักร และอะไหล่ที่ใช้ในการซ่อมบำรุง

8) ผู้ขนส่งสินค้าทางเรือ เพื่อนำเข้า-ส่งออกสินค้า ณ ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต, ท่าเรือคลังน้ำมัน ปตท.ภูเก็ต และพื้นที่ขนถ่ายสินค้าอื่น ๆ

9) ขนส่งเครื่องมืออุปกรณ์ วัสดุ วัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ ชิ้นส่วนประกอบซ่อมบำรงพื้นฐานด้านโทรคมนาคม พลังาน ยานยนต์ อากาศยาน และการอุตสาหกรรมอื่น ๆ

10) ผู้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน หรือทำงานในเขตพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเป็นการประจำ (ต้องมีเอกสารหลักฐานยืนยัน)

11) ผู้ที่ได้รับคำสั่งหรือมีหนังสือมอบหมายจากต้นสังกัดให้ปฏิบัติหน้าที่ในด้านการป้องกัน และควบคุมโรคในจังหวัดภูเก็ต

12) ผู้เดินทางมาตามโครงการเปิดพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวภูเก็ตแซนด์บอกซ์ และผู้ขับขี่ยานพาหนะ (ต้องมีเอกสารยืนยัน)

13 ผู้ที่ได้รับคำสั่งจากส่วนราชการให้ไปหรือมาปฏิบัติภารกิจจำเป็นเร่งด่วนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต

14) ผู้มีความจำเป็นในการเดินทางออกทางช่องทางระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานภูเก็ต (ต้องมีตั๋วโดยสารของวันที่เดินทางเท่านั้น)

15) ผู้ที่มีนัดหมายตามกระบวนการพิจารณาในชั้นศาล พนักงานอัยการ หรือพนักงานสอบสวน ซึ่งต้องมีเอกสารหลักฐานที่ชัดเจนว่าหากเลื่อนเวลานัดหมายดังกล่าวจะทำให้กระบวนการพิจารณาเสียหายอย่างร้ายแรง หรือมีนัดหมายการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้ มิฉะนั้นจะเกิดความเสียหายแก่คู่กรณีหรือส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นอย่างยิ่ง


16) ผู้ที่เดินทางเข้ามาจังหวัดภูเก็ตเพื่อการท่องเที่ยว โดยต้องมีหลักฐานการจองโรงแรม หรือสถานที่พัก และชำระค่าที่พักล่วงหน้า และหากพักอาศัยเกิน 9 วัน ต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในวันที่ 5 ของการพักอาศัยในจังหวัดฎเก็ต โดยผู้เดินทางเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน 2564 เป็นต้นไป

17) กรณีอื่นใดซึ่งมีปัญหาในทางปฏิบัติที่ต้องวินิจฉัยสั่งการ ให้ผู้บัญชาการเหตุการณ์ประจำด่านตรวจ เป็นผู้มีอำนาจพิจารณาเป็นรายกรณี โดยผู้ได้รับการยกเว้นตามกรณีดังกล่าวข้างต้น ต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ชนิดชิโนแวค (Sinovac), ชิโนฟาร์ม (Sinopharm), สปุตนิก วี (Sputnik V) ครบ 2 เข็ม หรือซิโนแวค (Sinovac) เข็ม 1 แอสตร้าเชนเนก้า (AstraZeneca) เข็ม หรือได้รับวัคซีนชนิดแอสตร้าเชนเนก้า (AstraZeneca), ไฟเซอร์ (Pfizer), โมเดอร์นา (Moderna), จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (Johnson and Johnson) จำนวน 1 เข็มมาแล้วเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน หรือเป็นผู้ที่หายจากอาการป่วยด้วยโรคโควิด-19 มาแล้วไม่เกิน 90 วัน และต้องได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธีการ RT-PCR หรือวิธีการ Antigen Test โดยมีระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมง ก่อนการเดินทางถึง

ผู้เดินทางมาตามโครงการนำร่องด้านการท่องเที่ยว (7+7 Extension) หรือบุคคลที่เดินทางไป ท่องเที่ยวนอกเขตจังหวัดภูเก็ตทางทะเลไปจังหวัดนำร่องอื่น แบบไป-กลับภายในวันเดียว พร้อมคนขับเรือ มัคคุเทศก์ และพนักงานประจำเรือ ให้สามารถเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ตได้โดยมีผลการฉีดวัคชีนครบตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยให้ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี ATK (Antigen Test Kit) ทุกสัปดาห์ เด็กอายุตั้งแต่ 6 ปี จนถึงผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่ไม่อยู่ในเกณฑ์การได้รับวัคซีน ต้องได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธีการ RT-PCR หรือวิธีการ Antigen Test โดยมีระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง

กรณีนักเรียนนักศึกษาอายุไม่ถึง 18 ปี ที่ไม่สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ได้และมีความจำเป็นต้องเดินทางผ่านเข้า-ออกจังหวัดภูเก็ตเพื่อการเรียนการศึกษา ให้หน่วยงานต้นสังกัดของสถานศึกษาหรือศึกษาธิการจังหวัดออกบัตรประจำตัวเป็นรูปแบบเดียวกัน แสดงต่อเจ้าหน้าที่เมื่อเดินทางผ่านเข้า – ออกจังหวัดภูเก็ต และให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตทำการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธีการ RT-PCR และออกใบรับรองการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ให้มีผลใช้ได้ครั้งละไม่เกิน 1 เดือน กรณี ผู้มีนัดหมายฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็ม 2 (ต้องมีใบนัดหมายการฉีดวัคซีนเข็ม 2 ที่จังหวัดภูเก็ต) และต้องได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด – 19 ด้วยวิธีการ RT-PCR หรือวิธีการ Antigen Test โดยมีระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมง 

ก่อนการเดินทางถึงต้องลงทะเบียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.gophuget.com เพื่อแจ้งข้อมูลในการเดินทางจังหวัดภูเก็ตล่วงหน้า และแสดงคิวอาร์โค้ด (QR Code) ต่อเจ้าพนักานควบคุมโรคติดต่อก่อนเข้า

การใช้เส้นทางคมนาคมและการตรวจคัดกรองการเดินทาง ผ่านทางด่านตรวจ ห้ามบุคคลและยานพาหนะทุกประเภทเข้าจังหวัดภูเก็ต ระหว่างเวลา23.00 นาฬิกา ถึงเวลา 04.00 นาฬิกาของวันรุ่งขึ้น ยกเว้น เมื่อมีความจำเป็นเร่งด่วนหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงหรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ

ผู้ติดเชื้อที่จงใจปกปิดข้อมูลการเดินทางหรือแจ้งข้อมูลเท็จ ต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อทำให้เป็นอุปสรรคต่อการสอบสวนและควบคุมโรคเป็นผลให้เชื้อโรคแพร่ออกไป อาจเข้าข่ายเป็นการฝ้าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ด้วย

ขอความร่วมมือผู้ที่เดินทางเข้ามาในจังหวัดภูเก็ต ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 (D-M-H-T-T-A) ติดตั้งและสแกนแอปพลิเคชั่นไทยชนะ และหมอชนะ

หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฉบับนี้ อาจเป็นความผิดตามมาตรา 51 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมี่นบาท หรือมาตรา 52 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับแห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และอาจได้รับโทษตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน ถึงวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2564

ทางด้านนายแพทย์เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต กล่าวว่า มั่นใจว่า จากนี้ไปภายใน 1สัปดาห์ ตัวเลขผู้ติดเชื้อน่าจะดีขึ้นจากสถานการณ์ในกลุ่มชุมชนที่มีความเสี่ยงเกือบทุกชุมชน มีมาตรการตรวจเชิงรุกครบครอบคลุมแล้ว ชุมชนที่เหลือไม่ใช่ชุมชนแออัดหรือมีผู้ป่วยจำนวนมากเหมือนที่ไปคัดกรองมา น่าจะไม่มีตัวเลขเพิ่มมากขึ้นแล้ว

ทางด้านนายแพทย์ กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การตรวจเชิงรุกกลุ่มเสี่ยงที่เป็นกลุ่มใหญ่ คือ ประมง แรงงานต่างด้าวในแคมป์คนงาน ยังมีกลุ่มสุดท้ายเป็นพื้นที่เสี่ยง คือ กลุ่มชาวเลไม้ขาว เหลืออีก 1 พื้นที่ ที่จะลงไปตรวจคัดกรองจำนวนประมาณ 100-200 คน ประชากรไม่แออัดมาก

และวันนี้ (31 ส.ค. 64) ลงไปที่ชุมชนชาวเล ที่สะปำ-เกาะแก้ว เป็นแหล่งที่สามในภูเก็ต ตรวจจำนวน 248 คน พบติดเชื้อ 100คน ส่วนมากที่พบไม่มีอาการ ซึ่งในภูเก็ต จะมีชาวเล อยู่ที่ 1.แหลมตุ๊กแก 2.ราไวย์ 3.สะปำ-เกาะแก้ว 4.ไม้ขาว

หากผู้ติดเชื้อถึง 300 คนต่อวัน ถือว่าเต็มที่มาก ถ้าไม่ตรวจคือไม่เจอเพราะไม่แสดงอาการ หลังจากนี้ภายใน1 สัปดาห์คาดว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อจะทยอยลดลง


ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ