เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
Economic ‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
Economic คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
Economic วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
เศรษฐกิจภูมิภาค ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
World มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
น้ำท่วมลำพูน “ประกันภัยพิบัติ” จ่ายทันที 10,000 บาท 235 ครัวเรือน
Finance น้ำท่วมลำพูน “ประกันภัยพิบัติ” จ่ายทันที 10,000 บาท 235 ครัวเรือน
‘มาครง’ ชี้เหตุกราดยิงชานกรุงปารีส เข้าข่ายก่อการร้าย-เหยียดเชื้อชาติ
World ‘มาครง’ ชี้เหตุกราดยิงชานกรุงปารีส เข้าข่ายก่อการร้าย-เหยียดเชื้อชาติ
CPF ดัน AI เพิ่มมูลค่าพลิกโฉมอุตฯอาหาร
Economic CPF ดัน AI เพิ่มมูลค่าพลิกโฉมอุตฯอาหาร
ผ่างบฯ แบงก์ Q3 9 เดือนกำไร 1.98 แสนล้าน
Finance ผ่างบฯ แบงก์ Q3 9 เดือนกำไร 1.98 แสนล้าน
ดูทั้งหมด

ต่อยอด “อินไซต์ลูกค้า” ทีเด็ด “ท็อปส์” สู้ศึกค้าปลีก

02 ก.ย. 2566 | 19:58น.
จักรกฤษณ์ จตุปัญญาโชติกุล

ซูเปอร์มาร์เก็ตนับเป็นเซ็กเมนต์ค้าปลีกที่มีการแข่งขันสูง ไม่ว่าจะกับคู่แข่งในรูปแบบเดียวกัน และร้านค้าปลีกโมเดลอื่น ๆ ตั้งแต่ตลาดสด ไฮเปอร์มาร์เก็ต ไปจนถึงร้านสะดวกซื้อ โดยท่ามกลางการแข่งขันนี้ ท็อปส์ (Tops) นับเป็นหนึ่งในผู้เล่นแถวหน้าของวงการ หลังช่วง 27 ปีที่ผ่านมาไม่เพียงขยายซูเปอร์มาร์เก็ต 137 สาขา แต่ยังแตกโมเดลค้าปลีกต่าง ๆ จนมีสาขารวมกันกว่า 700 สาขาทั่วประเทศไทย

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้พูดคุยกับ “จักรกฤษณ์ จตุปัญญาโชติกุล” รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด, ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ในงานเปิดตัวแคมเปญท็อปส์ ครบรอบ 27 ปี ถึงยุทธศาสตร์เบื้องหลังความสำเร็จ และการต่อยอดไปยังทิศทางธุรกิจในปีที่ 28 และอนาคตหลังจากนี้

ขับเคลื่อนด้วยลูกค้า

“จักรกฤษณ์ จตุปัญญาโชติกุล” อธิบายถึงยุทธศาสตร์ของท็อปส์ว่า การตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ทันยังคงเป็นหัวใจสำคัญของค้าปลีก เนื่องจากปัจจุบันลูกค้ามีพฤติกรรมหลากหลาย ทั้งช่องทางที่ช็อปสินค้าและระดับราคาที่ต้องการ ผู้ค้าปลีกจึงต้องแข่งขันกันด้านบริการ สินค้าและราคา บริษัทจึงยึดแนวทาง “เปิด ฟัง ปรับ”หรือการปรับตัวตามข้อมูลของลูกค้า (customer data driven) ด้วยการนำฟีดแบ็กจากลูกค้ามาพัฒนากลยุทธ์การตลาด บริการและโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ ช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน

โดยอาศัยต่อยอดระบบฐานลูกค้าสมาชิกเดอะวันจำนวนกว่า 8 ล้านราย พร้อมกับสร้างช่องทางรับฟีดแบ็กในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นโซเชียลมีเดีย ออฟไลน์ ไปจนถึงการพูดคุยของพนักงานกับลูกค้า เพื่อให้ได้ข้อมูลอินไซต์ของลูกค้ามามากและลึกที่สุด

ตัวอย่างของการตลาดและโมเดลธุรกิจจากการพัฒนาต่อยอดข้อมูลของลูกค้าที่บริษัทถือว่าประสบความสำเร็จสูง เช่น ท็อปส์ ไพร์ม (Tops Prime) ระบบสมาชิกรายเดือนราคา 99 บาท ที่สมาชิกจะได้สิทธิพิเศษ สามารถใช้บริการดีลิเวอรี่ได้ฟรีไม่จำกัดจำนวนครั้ง รวมถึงสามารถเลือกเวลาจัดส่งได้ เมื่อมียอดซื้อครบ 250 บาท ซึ่งพัฒนาขึ้นหลังพบว่ามีกลุ่มลูกค้าที่มีพฤติกรรมสั่งสินค้ามูลค่าไม่สูง แต่สั่งบ่อยและต้องการความสะดวกในการรับสินค้าตามเวลาที่ต้องการ

หลังเปิดให้บริการเมื่อปี 2565 ที่ผ่านมา พบว่าสามารถดึงดูดลูกค้าเพศหญิง ในพื้นที่กรุงเทพฯและจังหวัดใกล้เคียง เช่น นนทบุรี สมุทรปราการ ชลบุรี และปทุมธานี เข้ามาเป็นสมาชิกได้จำนวนมาก อีกทั้งลูกค้าที่เป็นสมาชิกท็อปส์ ไพร์ม ยังสั่งสินค้าถี่ขึ้นถึง 36% และยอดซื้อต่อครั้งสูงขึ้น 20% เมื่อเทียบกับสมาชิกปกติ รวมถึงจำนวนสมาชิกยังเติบโต 37% ต่อเดือน ส่วนสินค้าที่นิยมจะเป็นเครื่องดื่ม อุปกรณ์ทำความสะอาด ผักและผลไม้ วัตถุดิบประกอบอาหารและของใช้ภายในบ้าน

เช่นเดียวกับการแตกโมเดลใหม่ ๆ เพื่อรับดีมานด์ลูกค้าแต่ละกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นท็อปส์ ฟู้ดฮอลล์ 16 สาขาที่เน้นสินค้ากลุ่มอาหาร, ท็อปส์ ไฟน์ฟู้ด 2 สาขา เน้นอาหารนำเข้า, ท็อปส์ คลับ 1 สาขา เน้นสินค้านำเข้าระดับพรีเมี่ยม รวมไปถึงท็อปส์อีก 137 สาขา และท็อปส์ เดลี่ 534 สาขา ที่มีการปรับไลน์อัพสินค้าและบริการภายในตามดีมานด์ของลูกค้าในแต่ละพื้นที่

โอว์นแบรนด์-นำเข้าดีมานด์สูง

ผู้บริหารท็อปส์กล่าวต่อไปว่า ทิศทางหลังจากนี้จะยังคงเน้นการต่อยอดความต้องการของลูกค้า มาสร้างกลยุทธ์และบริการใหม่ ๆ มาชิงความได้เปรียบในการแข่งขัน โดยขณะนี้แนวโน้มกำลังซื้อดีกว่าช่วงเดียวกันของปี 2565 สะท้อนจากยอดช็อปต่อครั้งที่สูงขึ้น การมาช็อปแบบวันเว้นวัน และเชื่อว่าช่วง 4 เดือนที่เหลือจะดีขึ้นต่อเนื่องตามการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว ความชัดเจนทางการเมืองเช่นเดียวกับการเป็นฤดูท่องเที่ยว

โดยจุดที่บริษัทจะเน้นต่อยอดพฤติกรรมใหม่ของลูกค้าอย่างความต้องการสินค้านำเข้าสูงขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นสินค้าจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐ ฯลฯ จนปัจจุบันสินค้านำเข้ามีจำนวน 1.5 หมื่นรายการ หรือคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 1 ใน 3 ของไลน์สินค้าทั้งหมดแล้ว เช่นเดียวกับสินค้าโอว์นแบรนด์หรือสินค้าแบรนด์ของบริษัทเอง เช่น ท็อปส์, มายช้อยส์, ถูกใจ และอื่น ๆ ที่มีความต้องการจากลูกค้ามากขึ้นด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้เชื่อว่าพฤติกรรมเหล่านี้เกิดจากคนรุ่นใหม่มีกำลังซื้อ และมองหาความแตกต่างจากสินค้าที่มีในท้องตลาด และการไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศมานานในช่วงการระบาดของโควิด-19 ทำให้หันมาเลือกซื้อสินค้านำเข้าจากต่างประเทศมากขึ้น เห็นได้จากผลตอบรับของโมเดลท็อปส์ คลับ และการจัดเทศกาลสินค้านำเข้าในช่วงที่ผ่านมา ขณะเดียวกันลูกค้ามีความเข้าใจเกี่ยวกับคุณภาพของสินค้าโอว์นแบรนด์มากขึ้น

หลังจากนี้บริษัทจึงจะเน้นเพิ่มสัดส่วนสินค้าและกิจกรรมเกี่ยวกับสินค้านำเข้า ไม่ว่าจะเป็นการหมุนเวียนจัดแคมเปญสินค้านำเข้าจากประเทศต่าง ๆ และการนำสินค้านำเข้าจากท็อปส์ คลับ เข้ามาวางจำหน่ายในท็อปส์ เพื่อตอบรับดีมานด์สินค้านำเข้าและสินค้าไซซ์ใหญ่ รวมถึงเพิ่มการเข้าถึงสินค้านำเข้าสำหรับลูกค้าในต่างจังหวัด เนื่องจากปัจจุบันท็อปส์ คลับ ยังมีเพียงสาขาเดียวในย่านพระราม 2

ทุ่มงบฯอัดโปรฯปลุกจับจ่าย

นอกจากการปรับไลน์อัพสินค้าแล้ว “จักรกฤษณ์” ยังเผยว่า ช่วง 4 เดือนท้ายนี้จะโหมทำโปรโมชั่นและแคมเปญอย่างเต็มที่ ตามแนวทางของปี 2566 นี้ที่จะใช้งบฯส่วนใหญ่ในการจัดโปรโมชั่นลดแลกแจกแถม สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า

โดยมีไฮไลต์เป็นแคมเปญครบรอบ 27 ปี ที่จะจัดลากยาวตั้งแต่ 30 ส.ค.ไปจนถึง 10 ต.ค. 66 ซึ่งจะมีสินค้าราคาพิเศษ 27 รายการหมุนเวียนทุก 2 สัปดาห์, ทัพสินค้าราคา 27 บาท และราคาเริ่มต้น 127 บาท ครอบคลุมทั้งกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม และของใช้ในบ้าน

“สินค้าที่นำมาจัดโปรฯนี้มาจากการต่อยอดข้อมูลลูกค้าเช่นกัน โดยคัดเลือกสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดมาร่วมรายการ เพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้ตรงที่สุด”

พร้อมกับสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก The1 เมื่อช็อปครบ 500 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ รับคะแนน extra เพิ่ม 27 เท่า จำกัดเฉพาะ 100 คนแรกต่อวัน และเมื่อช็อปสินค้าที่ร่วมรายการครบ 600 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ รับคูปองส่วนลดสูงสุด 27% นอกจากนี้ยังดึง “นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ” แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของท็อปส์มาช่วยสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายอีกด้วย ขณะเดียวกันยังจัดแคมเปญท็อปส์ล็อคไพรซ์ ที่เป็นการตรึงราคาสินค้านาน 1 ปีเอาไว้ด้วย

ทั้งนี้ “จักรกฤษณ์” ย้ำความเชื่อมั่นว่า ด้วยยุทธศาสตร์ที่ขับเคลื่อนด้วยความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงแคมเปญและโปรโมชั่นต่าง ๆ เหล่านี้ จะผลักดันให้ท็อปส์สามารถครองตำแหน่งท็อปออฟไมนด์ของผู้บริโภคได้