Skip to content

“บิ๊กซี” มั่นใจแคมเปญช่วง “Back to School” หนุนยอดขายโต 25%

06 พ.ค. 2568 | 14:59น.
“บิ๊กซี” มั่นใจแคมเปญช่วง “Back to School” หนุนยอดขายโต 25%

“บิ๊กซี” อัดแคมเปญ “ช้อปครบคุ้ม รับเปิดเทอม” ดันยอดขาย Back to School โต 25% พร้อมกางแผนเดินหน้าขยายสาขา-เร่งลงทุนต่างประเทศ เพื่อรับมือการแข่งขันระยะยาว โดยจะมุ่งเน้นกลยุทธ์สินค้าคุ้มค่า-จัดโปรฯแรงหนุนกำลังซื้อท่ามกลางเศรษฐกิจโลกผันผวน

นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ในกลุ่มบีเจซี เปิดเผยถึงแนวโน้มธุรกิจในช่วงใกล้เปิดภาคเรียนว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนจากทั้งในและต่างประเทศ แต่บริษัทคาดการณ์ว่ายอดขายสินค้าในกลุ่ม Back to School ปีนี้จะเติบโตกว่า 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 500 ล้านบาท โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์การเรียนที่ยังคงได้รับความนิยมสูง

อัดแคมเปญ-กระตุ้นกำลังซื้อ

โดยในปี 2568 นี้ บริษัทได้จับมือพันธมิตรทางธุรกิจจัดแคมเปญพิเศษ “ช้อปครบคุ้ม รับเปิดเทอมที่บิ๊กซี” ระหว่างวันที่ 14 เมษายน-21 พฤษภาคม 2568 เพื่อสอดรับกับโครงการ “เปิดเทอม เติมพลัง” ของภาครัฐ ที่จะมุ่งกระตุ้นกำลังซื้อในช่วงเปิดเทอม และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง

ซึ่งแคมเปญดังกล่าวจะมีสินค้าครอบคลุมกว่า 7,000 รายการ ทั้งเครื่องแบบนักเรียน อุปกรณ์การเรียน และสินค้าอุปโภคบริโภค โดยมีส่วนลดสูงสุดถึง 50% เช่น ชุดนักเรียนทุกระดับชั้นเริ่มต้นเพียง 69 บาท รองเท้า 99 บาท ถุงเท้า 5 คู่ 100 บาท ซื้อชุดนักเรียน 3 จ่าย 2 คละแบบได้จากแบรนด์ดัง อุปกรณ์เครื่องเขียนซื้อ 5 จ่าย 4 พร้อมสิทธิผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน และคูปองส่วนลด 50 บาท เมื่อซื้อชุดนักเรียนครบ 299 บาท

“อย่างไรก็ตาม แม้จะมีนโยบายยกเลิกการใส่ชุดลูกเสือ-เนตรนารี แต่บริษัทมองว่าไม่ได้กระทบกับยอดขายแต่อย่างใด เพราะเราจะเน้นในกลุ่มเครื่องแบบชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนเป็นส่วนใหญ่ ประกอบกับในช่วงสงกรานต์หลังจากที่เริ่มแคมเปญ กลุ่มผู้ปกครองก็เริ่มมีการวางแผนการใช้จ่ายอย่างรอบคอบ โดยเลือกที่จะไม่ไปเที่ยวช่วงสงกรานต์ เพื่อที่จะประหยัดค่าใช้จ่ายและนำเงินไปใช้ในช่วงเปิดเทอมสำหรับบุตรหลานแทน ดังนั้นจึงเชื่อว่ายอดขายในช่วง Back to School จะเติบโตขึ้นอย่างแน่นอน”

เร่งลงทุนต่างประเทศ-เจาะตลาดศักยภาพสูง

นายอัศวินกล่าวต่อว่า สำหรับในด้านแผนการลงทุน บริษัทจะยังคงเดินหน้าขยายและปรับปรุงสาขาในประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเร่งการลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะในตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูง เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายด้านความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวของประเทศไทย

นอกจากนี้ ยังคงให้ความสำคัญกับการปรับกลยุทธ์สินค้า โดยจะมุ่งเน้นสินค้าที่มีความคุ้มค่า คุ้มราคา และการจัดโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคในยุคที่ต้องระมัดระวังการใช้จ่าย ขณะที่สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นยังคงเป็นหัวใจหลักของธุรกิจ ที่สามารถรักษาการเติบโตได้แม้ในภาวะเศรษฐกิจไม่แน่นอน

ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง เบื้องต้นมองว่ายังคงต้องจับตาสถานการณ์โลกเป็นหลัก โดยเฉพาะการเจรจาด้านนโยบายเศรษฐกิจและภาษีระหว่างประเทศขนาดใหญ่ หากสามารถบรรลุข้อตกลงได้ ก็จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจโดยรวมมากขึ้น