Skip to content

เมเจอร์-เถ้าแก่น้อย ร่วมทุน 100 ล้าน ตั้งบริษัทผลิตป๊อปคอร์นแบบซอง

11 ส.ค. 2568 | 16:50น.
เมเจอร์-เถ้าแก่น้อย ร่วมทุน 100 ล้าน ตั้งบริษัทผลิตป๊อปคอร์นแบบซอง

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ร่วมทุน เถ้าแก่น้อย เปิดบริษัทใหม่ ลุยตลาดป๊อปคอร์นแบบซอง ทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2568 บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถึงการลงทุนจัดตั้งบริษัทร่วมทุน โดยระบุว่า ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ครั้งที่ 4/2568 เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2568 ได้มีมติอนุมัติการเข้าร่วมลงทุนใน บริษัท ทีเคเอ็น แอนด์ เมเจอร์ ป๊อปคอร์น จำกัด

โดยมีทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญ จำนวน 1 ล้านหุ้น หุ้นละ 100 บาท มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจผลิต จัดซื้อ และจัดจำหน่ายสินค้าประเภทข้าวโพดคั่วแบบซองพร้อมรับประทาน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ทั้งนี้ บริษัทร่วมทุนนี้ มีโครงสร้างและสัดส่วนการลงทุนดังนี้

  • บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) จำนวน 510,000 หุ้น (สัดส่วนการลงทุน 51%) เงินลงทุน 51,000,000 บาท
  • บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) จำนวน 490,000 หุ้น (สัดส่วนการลงทุน 49%) เงินลงทุน 49,000,000 บาท

สำหรับการเรียกชำระเงินลงทุน มีการระบุไว้ดังนี้

การชำระเงินครั้งที่ 1 กำหนดชำระภายในเดือน กันยายน 2568 (โดยในการชำระเงินลงทุนในครั้งที่ 1 บริษัทจะชำระเงินลงทุนจำนวน 24.5 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 50 ของเงินลงทุน)

การชำระเงินครั้งที่ 2 กำหนดชำระเมื่อบริษัท มีความจำเป็นต้องการเพิ่มสภาพคล่องและ/หรือขยายธุรกิจ

ขณะเดียวกัน บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ชี้แจงการร่วมลงทุนและจัดตั้งบริษัทร่วมทุน โดยระบุว่า บริษัทขอแจ้งให้ทราบว่า บริษัทได้บรรลุข้อตกลงร่วมกับบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) ในการร่วมลงทุนและจัดตั้งบริษัทร่วมทุน โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการผลิต จัดซื้อ และจัดจำหน่ายข้าวโพดคั่วบรรจุซองพร้อมรับประทาน ภายใต้เครื่องหมายการค้า “Popcorn Major”

บริษัทขอเรียนชี้แจงว่า ขณะนี้โครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างการเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ รวมถึงพิจารณากำหนดแนวทางและ/หรือมาตรการในการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นจากการร่วมลงทนดังกล่าว ในวันที่ 11 สิงหาคม 2568 โดยบริษัทมุ่งมั่นที่จะรักษาธรรมาภิบาลที่ดี และจะดำเนินการให้การร่วมลงทุนและจัดตั้งบริษัทร่วมทุน เป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย

ทั้งนี้ ภายหลังที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาและมีมติอนุมัติโครงการ และกำหนดแนวทางและ/หรือมาตรการในการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ บริษัทจะดำเนินการแจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการ และแนวทางและ/หรือมาตรการในการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชนให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และผู้ถือหุ้นทราบในลำดับถัดไป

อนึ่ง หากมีความคืบหน้าหรือรายละเอียดประการใดเพิ่มเติม บริษัทจะแจ้งให้ทุกท่านทราบผ่านระบบเผยแพร่ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่อไป

ก่อนหน้านี้ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ได้เริ่มจำหน่ายป๊อปคอร์นแบบซอง ภายใต้ชื่อ “POPCORN MAJOR (ป๊อปคอร์นเมเจอร์)” วางขายครั้งแรกเมื่อประมาณกันยายน 2566 โดยปัจจุบันมีวางจำหน่ายตามช่องทางโมเดิร์นเทรด ทั้งร้านสะดวกซื้อ และซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ

นายวิศรุต พูลวรลักษณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์องค์กร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยไว้เมื่อปี 2566 ว่า การวางจำหน่ายป๊อปคอร์นผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งได้พัฒนาจากป๊อปคอร์นโรงหนังซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ที่มีเอกลักษณ์ความอร่อยไม่เหมือนใคร ในรูปแบบซองสุญญากาศที่เก็บรสชาติความหอม กรอบ อร่อยได้ทุกที่ทุกเวลา

“การนำป๊อปคอร์นโรงหนังเข้าสู่ตลาดขนมขบเคี้ยว (สแน็ก) จะช่วยขยายฐานกลุ่มลูกค้าที่ชอบกินป๊อปคอร์น เพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจป๊อปคอร์น และยังเป็นการสร้างการรับรู้ของแบรนด์ “POPCORN MAJOR” ให้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้นอกจากแตกไลน์สินค้าสู่สแน็ก บริษัทมีแผนที่จะเดินหน้าเปิดคีออสก์เพิ่มอีกกว่า 40 สาขา และดีลิเวอรี่ยังคงเดินลุยขายต่อเนื่อง” นายวิศรุตกล่าว

ขณะที่ POPCORN MAJOR และเถ้าแก่น้อย ได้ร่วมกันเปิดตัวป๊อปคอร์นแบบซอง รสโนริสาหร่าย วางจำหน่ายตั้งแต่เมื่อ 21 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา

ภาพจาก Facebook Popcorn Major