เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หลอน ให้สุด THE GHOST RADIO จับมือเดอะมอลล์ฯ เปิดบ้านผีสิง ’17 วันผีหลอก’
Biz Movement หลอน ให้สุด THE GHOST RADIO จับมือเดอะมอลล์ฯ เปิดบ้านผีสิง ’17 วันผีหลอก’
BEANS X วู้ดดี้ จับมือนำเข้า ‘Cheese Wonder’ ดังจากฮอกไกโด
Biz Movement BEANS X วู้ดดี้ จับมือนำเข้า ‘Cheese Wonder’ ดังจากฮอกไกโด
‘ซีพีแรม’ ไขข้อสงสัยดราม่าจดทะเบียนคุ้มครอง ‘กะเพรา’ ย้ำคนไทยปลูก กิน ขาย ได้ปกติ
Uncategorized ‘ซีพีแรม’ ไขข้อสงสัยดราม่าจดทะเบียนคุ้มครอง ‘กะเพรา’ ย้ำคนไทยปลูก กิน ขาย ได้ปกติ
พลังศรัทธา “เจี๊ยะฉ่าย” ปลุกไฮซีซั่นภูเก็ต
Business พลังศรัทธา “เจี๊ยะฉ่าย” ปลุกไฮซีซั่นภูเก็ต
โรงสีเสนอ 13 ข้อ เกษตรฯ ขานรับ ดันฟางข้าวผลิตไฟฟ้า-เร่งมาตรฐานข้าวพื้นนุ่ม
Economic โรงสีเสนอ 13 ข้อ เกษตรฯ ขานรับ ดันฟางข้าวผลิตไฟฟ้า-เร่งมาตรฐานข้าวพื้นนุ่ม
AFE 2026 ชูการศึกษายืดหยุ่น ศธ.เปิด 4 แกนปฏิรูปการศึกษา ดัน Credit Bank-ปรับสูตรงบใหม่
การศึกษา AFE 2026 ชูการศึกษายืดหยุ่น ศธ.เปิด 4 แกนปฏิรูปการศึกษา ดัน Credit Bank-ปรับสูตรงบใหม่
คมนาคมสั่งเข้มสนามบินภาคใต้รับมือฝนตกหนัก เตือน 10 จังหวัดเสี่ยง ลั่นไม่ปลอดภัยสั่งหยุดบินทันที
News คมนาคมสั่งเข้มสนามบินภาคใต้รับมือฝนตกหนัก เตือน 10 จังหวัดเสี่ยง ลั่นไม่ปลอดภัยสั่งหยุดบินทันที
Apple Store ICONSIAM สุดคึกคัก ต้อนรับการวางจำหน่าย iPhone Duo อย่างเป็นทางการ
Business Apple Store ICONSIAM สุดคึกคัก ต้อนรับการวางจำหน่าย iPhone Duo อย่างเป็นทางการ
‘iPhone Duo’ เข้ามากี่เครื่องก็ไม่พอขาย ปลุกตลาด ‘รีเซล’ คึกคัก บวกเพิ่มจากราคาจริงหลายหมื่น
Tech ‘iPhone Duo’ เข้ามากี่เครื่องก็ไม่พอขาย ปลุกตลาด ‘รีเซล’ คึกคัก บวกเพิ่มจากราคาจริงหลายหมื่น
“ศุภจี” หารือผู้อำนวยการใหญ่ WTO ดันปฏิรูปกติกาโลก หนุน SMEs เข้าถึงทุน-ตลาดดิจิทัล
Economic “ศุภจี” หารือผู้อำนวยการใหญ่ WTO ดันปฏิรูปกติกาโลก หนุน SMEs เข้าถึงทุน-ตลาดดิจิทัล
ดูทั้งหมด

5 ยักษ์ผู้ผลิตแจ้งแผนขึ้นราคาจับตาค่าไฟงวด พ.ค. เกิน 4 บาท/หน่วย

21 มี.ค. 2569 | 07:41น.
5 ยักษ์ผู้ผลิต

เมษานี้ราคาสินค้าขึ้นแน่ 5 ยักษ์ผู้ผลิต “เนสท์เล่-สหพัฒน์-ยูนิลีเวอร์-F&N-เบอร์ลี่ ยุคเกอร์”เร่งกำลังการผลิต แจ้งคู่ค้าสต๊อกด่วน “ศุภจี” พร้อมจัดธงฟ้าช่วย วงการค้าปลีกชี้เป็นแผนฉวยจังหวะระบายสต๊อก เผยกำลังซื้อแย่ ขายต่ำเป้า ขณะที่ค่าไฟงวดใหม่ พ.ค.-ส.ค.ส่อเค้ายืนไม่อยู่ กกพ.แย้มต้นทุนก๊าซพุ่ง 58 สต.ต่อหน่วย ส.อ.ท.ชี้เกิน 4 บาทแน่

5 บริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ ได้แก่ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) บริษัท เอฟแอนด์เอ็น แดรี่ส์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ F&N และบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC ได้ทำหนังสือแจ้งผู้ค้า ร้านค้าส่งค้าปลีก ถึงผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง กระทบต่อราคาน้ำมันและต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะเม็ดพลาสติกที่ขาดแคลน ซึ่งสต๊อกสินค้าราคาเดิมจะมีถึงแค่เดือนเมษายน หลังจากนั้นจำเป็นต้องพิจารณาปรับเพิ่มราคาตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

5 ยักษ์แจ้งขึ้นราคา เม.ย.นี้

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ทำหนังสือร้านค้า เรื่องความไม่เพียงพอของวัตถุดิบ จากผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง เช่น วัตถุดิบซองสินค้า ขวดพลาสติก และพลาสติก เป็นต้น ทำให้การส่งมอบสินค้าผลิตภัณฑ์ของบริษัท ตั้งแต่เดือนเมษายน มีโอกาสขาดส่งได้

บริษัท เอฟแอนด์เอ็น แดรี่ส์ (ประเทศไทย)จำกัด หรือ F&N แจ้งผู้ค้าว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจส่งผลให้ราคาสินค้าปรับตัวในอนาคต ดังนั้นเพื่อป้องกันความเสี่ยง บริษัทขอความร่วมมือลูกค้าสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าให้เพียงพอต่อการจัดจำหน่าย

บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัดแจ้งร้านค้าว่า ต้นทุนวัตถุดิบที่มีราคาสูงขึ้น รวมถึงค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น โดยคาดว่าผลกระทบจะเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 เพื่อรองรับสถานการณ์บริษัทจึงได้เร่งผลิตสินค้าในทุกกลุ่มธุรกิจและเพิ่มระดับ Safety Stock ในช่วงเดือนมีนาคมนี้

ขณะที่บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ทำหนังสือถึงผู้ค้าว่าต้นทุนการผลิตที่มีราคาสูงขึ้น ในกลุ่มสินค้าอุปโภคและบริโภค ทั้งในด้านการจัดหาวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ รวมถึงการขนส่งที่เพิ่มขึ้น บริษัทอาจมีข้อจำกัดในการผลิตและจัดส่งสินค้า ทำให้ปริมาณสินค้าที่พร้อมจำหน่ายลดลงจากปกติ จึงขอให้ลูกค้าพิจารณาจัดเก็บสต๊อกเพิ่มเติมเพื่อรับมือกับสถานการณ์

ส่วนบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) ได้ทำหนังสือระบุว่า บริษัทมีความเสี่ยงเรื่องปริมาณวัตถุดิบที่มีจำกัด รวมถึงราคาและค่าขนส่งที่ส่งผลกับทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยคาดการณ์ว่าผลกระทบจะเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน 2569

พาณิชย์งัดธงฟ้า 77 จว.รับมือ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ดำเนินมาตรการควบคุม ตรวจสอบ และติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งในมุมของผู้ประกอบการและประชาชน ใน 8 รายการสินค้าควบคุม เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง นมผง ปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช และอาหารสัตว์หากจะปรับราคาต้องขออนุญาตจากกรมการค้าภายใน โดยขณะนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดยื่นขอปรับราคา

ส่วนสินค้าในหมวดที่ต้องแจ้งเมื่อมีการปรับขึ้นราคา เช่น ผงซักฟอก น้ำยาซักผ้า แชมพู และน้ำยาล้างจาน รวมถึงสินค้าที่อยู่ในกลุ่มติดตามราคา เช่น ข้าวสารบรรจุถุง น้ำปลา และซอสปรุงรส ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดขอปรับขึ้นราคา โดยหากมีการปรับราคา กระทรวงจะเข้าไปหารือและขอความร่วมมือผู้ประกอบการในการพยุงราคา เนื่องจากต้นทุนพลังงานยังไม่ได้ปรับเพิ่มในระดับสูง จะเร่งหารือกับผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ในการจัดทำสินค้าราคาพิเศษ กระจายไปยังผู้ค้าปลีกค้าส่งทั่วประเทศทั้ง 77 จังหวัด รวมถึงการดำเนินโครงการ “ธงฟ้า” ในพื้นที่เปราะบาง เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน

กกพ.แย้มต้นทุนก๊าซเพิ่ม 58 สต.

ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกพ. ครั้งที่ 11/2569 เพิ่มสัดส่วนการผลิตจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งมีต้นทุนประมาณ 0.70 บาทต่อหน่วย และมีเสถียรภาพด้านราคา จึงเป็นกลไกสำคัญในการช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าในภาพรวม และรักษาเสถียรภาพค่าไฟฟ้าของประเทศ

สำหรับค่าไฟฟ้าปัจจุบัน งวดเดือนมกราคม-เมษายน 2569 กกพ.กำหนดไว้ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย โดยก่อนหน้านี้ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล และปัจจัยรอบด้านต่าง ๆ เพื่อใช้ในการคำนวณค่าไฟงวดใหม่ พฤษภาคม-สิงหาคม 2569 โดยจะปล่อยให้ กกพ.คิดตามต้นทุนจริงตามกระบวนการของ กกพ. ซึ่งจะมีการเปิดทำข้อเสนอทางเลือก เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นประกอบการพิจารณา หลังจากนั้น รัฐบาลจะเข้าไปพิจารณาอีกครั้ง โดยใช้กลไกจากหลายภาคส่วนทำให้ค่าไฟฟ้าไม่ปรับขึ้น และไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน

อย่างไรก็ตาม คาดว่า ต้นทุนพลังงานจากก๊าซที่เพิ่มขึ้น 0.58 บาทต่อหน่วย น่าจะส่งผลให้ค่าไฟฟ้างวดใหม่สูงกว่า 3.88 บาทต่อหน่วย ขึ้นอยู่กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ว่าจะใช้แนวทางใดในการชดเชยเพื่อตรึงค่าไฟไว้ที่อัตราเดิม

ส.อ.ท.คาดงวด พ.ค.เกิน 4 บาท

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การโจมตีแหล่งก๊าซสำคัญของโลกกำลังส่งผลทำให้ทั่วโลกได้รับผลกระทบจากก๊าซที่จะขาดหายไป ซึ่งจะทำให้ค่าไฟเพิ่มขึ้น โดยรอบเดือน พ.ค. 2569 ค่าไฟน่าจะเกิน 4 บาท จากเดิมค่าไฟรอบนี้อยู่ที่ 3.88 บาท/หน่วย แน่นอนว่าราคาสินค้าบางประเภทต้องปรับขึ้นตามอีก 3-5% และบางประเภทอาจขึ้นมากกว่านี้ เหตุเพราะได้รับผลพวงจากวัตถุดิบขาดแคลนอย่าง เม็ดพลาสติกประเภท PP ที่ใช้ผลิตถุงหิ้ว บรรจุภัณฑ์อาหาร ที่ราคาขึ้นถึง 50% จึงต้องหันไปซื้อเม็ด PP จากจีนแทน รวมถึงเหล็กที่มีผลกระทบไปยังภาคการก่อสร้าง อะลูมิเนียมมีผลไปยังสินค้าปลากระป๋อง ทั้งหมดนี้จะกินเวลายาวนาน เพราะจากที่ประเมินสงครามตะวันออกกลางเชื่อว่า จะไม่มีทางจบลงในเร็ววัน

จี้รัฐตรึงราคาสินค้าพื้นฐาน

นายแพทย์ณัฐพล วงศ์มณีรุ่ง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท แจ่มฟ้าเซฟมาร์ท จำกัด ยักษ์ใหญ่ค้าปลีก-ค้าส่ง จังหวัดลำพูนและเชียงใหม่ กล่าวว่า ขณะนี้ได้เตรียมความพร้อมก่อนที่ผู้ผลิตรายใหญ่จะปรับขึ้นราคาสินค้าในเดือนเมษายน 2569 โดยสั่งซื้อสินค้าเพิ่ม หรือสต๊อกสินค้าไว้ล่วงหน้า 2 เดือน จากเดิมสต๊อกเพียง 1 เดือน เน้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เช่น ซอส น้ำมัน น้ำปลา ข้าวสาร น้ำตาล กระดาษทิสชู สบู่ และแชมพู ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนแพ็กเกจจิ้งโดยตรง

อย่างไรก็ตาม มีข้อเสนอแนะต่อภาครัฐเพื่อบรรเทาผลกระทบ ดังนี้ 1.การตรึงราคาสินค้า รัฐบาลควรพิจารณามาตรการตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เพื่อไม่ให้ราคาปรับตัวสูงเกินไปจนเป็นภาระประชาชน 2.การบริหารจัดการซัพพลายเชน ควรมีการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานให้มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันการขาดแคลนสินค้าและการเก็งกำไร 3.การควบคุมราคาพื้นฐาน ซึ่งสินค้าพื้นฐานไม่ควรมีราคาที่สูงเกินไป ดังนั้น รัฐบาลควรเข้ามาดูแลในจุดนี้ 4.การหารือกับผู้ผลิต รัฐบาลควรมีการหารือกับผู้ผลิตเพื่อหาแนวทางในการจัดการต้นทุนและราคาให้เหมาะสม

JSP ปรับแพ็กเกจลดต้นทุน 30-60%

นายพิษณุ แดงประเสริฐ รองประธานกรรมการบริหารสายงานการขายและการตลาด บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JSP ผู้ผลิตสินค้าแบรนด์สุภาพโอสถ กล่าวว่า ขณะนี้ราคาและปริมาณวัตถุดิบ อาทิ เม็ดพลาสติก ในอุตสาหกรรมทั้งต้นน้ำและปลายน้ำมีความไม่แน่นอนสูงและคาดการณ์ได้ยากว่าจะสิ้นสุดเมื่อใด บริษัทรับมือด้วยการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ของสินค้า Own Brand จากขวด-กระปุกพลาสติก ไปเป็นแบบซอง ซึ่งช่วยแก้ปัญหาเรื่องเม็ดพลาสติกขาดแคลน พร้อมช่วยลดต้นทุนด้านบรรจุภัณฑ์ลงได้ถึง 30-60% เพราะบรรจุภัณฑ์ใหม่รูปแบบซอง หรือพลาสติกชนิดอ่อน มีต้นทุนผลิตต่ำกว่าขวดพลาสติกมาก โดยปัจจุบันบริษัทมีสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์แบบขวดพลาสติก ประมาณ 97% ของสินค้าทั้งหมด ซึ่งคาดว่าในจำนวนนี้จะปรับมาใช้บรรจุภัณฑ์แบบซองได้ประมาณ 30%

ฉวยโอกาสระบายสต๊อกเก่า

นายสมชาย พรรัตนเจริญ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” กรณีการแจ้งคู่ค้าของ 5 บริษัทผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ว่า เป็นการใช้สถานการณ์มาเป็นโอกาสในการระบายสต๊อกสินค้าเก่า ทั้งนี้ เนื่องจากสินค้าต่าง ๆ มียอดขายที่ลดลงตั้งแต่เกิดปัญหาสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้สต๊อกคงเหลือจำนวนมากตั้งแต่กลางปี 2568 โดยพบว่าผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ต่างใช้กลยุทธ์ซื้อ 1 แถม 1 เพื่อกระตุ้นการขายและระบายสต๊อกสินค้า ขณะเดียวกันผู้ผลิตบางรายลดกำลังการผลิตลง

“ทุกเดือนผู้ค้าอย่างเราจะมีเป้าการขายในช่วงหลัง ๆ กระทั่งมาถึงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ไม่มีเดือนไหนที่ถึงเป้าเลย นี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ 5 ผู้ผลิตรายใหญ่นัดกันทำหนังสือถึงคู่ค้า ด้วยหวังว่าผู้บริโภคบางส่วนจะซื้อสินค้าไปกักตุนไว้ และแค่หยุดทำโปรโมชั่น 1 แถม 1 ก็เท่ากับสินค้าขึ้นราคาเท่าตัวแล้ว” นายสมชายกล่าว

นายสมชายกล่าวด้วยว่า อีกประเด็นหนึ่งที่น่าจับตามองคือ ผู้ผลิตสินค้าเริ่มแจ้งคู้ค้าว่าจะเลิกผลิตสินค้าไซซ์เล็ก ราคาขาย 5 บาท 10 บาทแล้ว ซึ่งประเด็นนี้มองว่าเป็นผลกระทบโดยตรงจากวัตถุดิบแพ็กเกจจิ้งเริ่มขาดแคลน แต่อีกมุมหนึ่งคือต่อไปเงินในกระเป๋าผู้บริโภคจะมีมูลค่าน้อยลง ค่าครองชีพผู้บริโภคจะเพิ่มสูงขึ้น

ไม่หวั่นขึ้นราคาชี้แข่งขันสูง

นายสมชายกล่าวว่า สำหรับประเด็นที่ผู้ผลิตอาจปรับขึ้นราคานั้น ทางสมาคมไม่ห่วงมาก เนื่องจากในสถานการณ์ปกติ ผู้ผลิตก็มีการขึ้นราคาสินค้าทางอ้อมอยู่แล้ว เช่น ขายในราคาเดิม แต่ลดขนาดหรือลดน้ำหนักลงเรื่อย ๆ ครั้งละ 10-15 กรัม ซึ่งผู้บริโภคบางส่วนไม่มีความรู้สึกว่าสินค้าแพงขึ้น

“ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นมีความเป็นไปได้ว่า ผู้ผลิตรายใหญ่อาจคุยกันว่าสินค้าที่จะผลิตลอตใหม่จะมีการกำหนดขนาดและราคาของสินค้าใหม่ เพื่อให้เป็นมาตรฐานราคาใหม่” นายสมชายกล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม จากภาพรวมการแข่งขันด้านราคาในตลาดยังสูง และกำลังซื้อของผู้บริโภคมีแนวโน้มลดลง จึงเชื่อว่าผู้ผลิตสินค้ายังไม่กล้าปรับขึ้นราคาสินค้ามากนัก

SMEs 4.5 หมื่นล้านเสี่ยงหนี้เสีย

นางสาวเกวลิน หวังพิชญสุข รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หากสถานการณ์ตะวันออกกลางลากยาว ธุรกิจที่มีสายป่านสั้นอาจจะหยุดผลิตชั่วคราว ซึ่งจะกระทบการจ้างงานหรือการปิดโรงงานตามมาได้ โดยประเมินว่าการผลิตภาคอุตสาหกรรม (MPI) จะติดลบมากขึ้น จากเดิมคาดติดลบเล็กน้อยอยู่ที่ -0.2% เพิ่มเป็น -0.5-1%

ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) จะได้รับผลกระทบสูง โดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่มีการพึ่งพาพลังงาน การขนส่ง ปุ๋ย และพลาสติก จะได้รับผลกระทบมากกว่ากลุ่มอื่น เพราะคิดเป็นสัดส่วนต่อต้นทุนรวมเฉลี่ยอยู่ที่ 11% และหากดูสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในกลุ่มขนส่ง ท่องเที่ยว เคมีภัณฑ์ และพลาสติกของธุรกิจเอสเอ็มอี มีสัดส่วนประมาณ 5.5% ของหนี้เอ็นพีแอลทั้งระบบ หรือคิดเป็นเม็ดเงิน 2.8 หมื่นล้านบาท จากหนี้เสียทั้งระบบกว่า 5.07 แสนล้านบาท และหากดูสินเชื่อกล่าวถึงเป็นพิเศษ (Stage 2) กลุ่มดังกล่าวมีสัดส่วน 4.5% หรือคิดเป็นมูลค่า 4.5 หมื่นล้านบาท ของ Stage 2 ทั้งหมดอยู่ที่ 1.2 ล้านล้านบาท หากสถานการณ์ยืดเยื้อ กลุ่ม Stage 2 มีความเสี่ยงจะไหลเป็นเอ็นพีแอลได้ จึงต้องจับตาใกล้ชิด

“การโจมตีและโครงสร้างพื้นฐานเสียหาย แม้ว่าสถานการณ์จะจบลง แต่กิจกรรมทางเศรษฐกิจต้องใช้เวลา ซึ่งในมุมสต๊อกสินค้าอย่างเก่งได้ 1-2 เดือน ดังนั้นการปรับตัวของผู้ประกอบการในช่วงที่สินค้าแพง อาจจะต้องหาแหล่งวัตถุดิบจากแหล่งอื่นมากขึ้น ดังนั้นการหา Option ทางเลือกที่สามารถใช้ทดแทนได้ เช่น เอทานอล เป็นอีกทางเลือก หรือภาคประชาชนการประหยัดก็เป็นสิ่งจำเป็น”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าไฟ ราคาสินค้า