ผ้าอนามัยแบบสอด ขึ้นภาษี 30% จริงหรือไม่ ? สาว ๆ เช็กก่อนแชร์

สินค้าควบคุม-ผ้าอนามัยแบบสอด
FILE PHOTO : SouthernSun / Pixabay /

#ผ้าอนามัยไม่มีภาษี ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์ทันที หลังราชกิจจาฯ ให้ผ้าอนามัยแบบสอด เป็นเครื่องสำอาง กรมสรรพสามิตแจงผ้าอนามัยแบบสอด ไม่จ่ายภาษี 30%

วันที่ 22 กรกฎาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่กฎกระทรวง กำหนดวัตถุอื่นเป็นเครื่องสำอาง พ.ศ.2564 โดยระบุว่า อาศัยอำนาจตามความใน (3) ของบทนิยามคำว่า “เครื่องสำอาง” ในมาตรา 4 และมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ออกกฎกระทรวงไว้ ให้ผ้าอนามัยชนิดสอดที่ใช้สอดใส่เข้าไปในช่องคลอดเพื่อซับเลือดประจำเดือน เป็นเครื่องสำอาง ประกาศ ณ วันที่ 29 มิถุนายน 2564 ลงนามโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ส่งผลให้ #ผ้าอนามัยไม่มีภาษี ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์ทันที โดยส่วนใหญ่มองว่า การที่ผ้าอนามัยถูกกำหนดให้เป็นเครื่องสำอาง จะทำให้ต้องมีภาระเสียภาษีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งอัตราภาษีของผ้าอนามัยอยู่ที่ 30% ทั้ง ๆ ที่เป็นของที่ต้องใช้กันเป็นประจำทุกเดือน

นอกจากนี้ยังอีกว่ามองว่า การรณรงค์เรื่องผ้าอนามัยฟรีไม่มีภาษีนั้น เป็นสิ่งที่รณรงค์มานาน และควรจะเป็นสิ่งที่ฟรีสำหรับประชาชน พร้อมยกตัวอย่าง ประเทศที่ยกเลิกภาษีผ้าอนามัยมาแล้วหลายประเทศ เช่น มาเลเซีย เยอรมัน ออสเตรเลีย

ทั้งนี้ พญ. ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล แพทย์วุฒิบัตรเวชศาสตร์ชะลอวัย กล่าวถึงเรื่องนี้ผ่านทวิตเตอร์ด้วยว่า ผ้าอนามัยแบบสอด อย.อเมริกา (องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา) จัดเป็นเครื่องมือแพทย์ มีการควบคุมคุณภาพการผลิตให้ได้มาตรฐาน และแนะนำให้เปลี่ยนทุก 4-8 ชม.เพื่อความปลอดภัย ข้อดีของผ้าอนามัยแบบสอดคือ ไม่เลอะเทอะ ใส่ทำกิจกรรมกีฬาต่าง ๆ ได้ดี ผ้าอนามัยเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ใช่เครื่องสำอาง จากนั้นร่วมติดแอชแท็ก #ผ้าอนามัยไม่มีภาษี

ขณะที่ เพจดังอย่าง Drama-addict ได้โพตส์ข้อความเตือนเกี่ยวกฏกระทรวงดังกล่าวว่า “ใจเย็น ๆ อย่าเพิ่งรีบด่า เดี๊ยวซวยเอา เพราะอันนี้มันเป็นเรื่องทางเทคนิคของข้อกฏหมายเกี่ยวกับเครื่องสำอางแบบสอด ที่มันพิเศษกว่าชาวบ้านหน่อย”

เพจดังระบุต่อว่า ก่อนหน้านี้ ผ้าอนามัยแบบสอด เฉพาะแบบสอด ถูกจัดเป็นเครื่องสำอาง ตั้งแต่ปี 2528 เพราะเข้าได้กับนิยามเครื่องสำอาง คือ วัตถุที่มุ่งหมายสำหรับใช้ทา ถู นวด โรย พ่น หยอด ใส่ อบ หรือกระทำด้วยวิธีอื่นใดต่อส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายเพื่อความสะอาด ความสวยงาม หรือส่งเสริมให้เกิดความสวยงามและรวมตลอดทั้งเครื่องประทินผิวต่างๆ ด้วย โดยไม่รวมถึงเครื่องประดับและเครื่องแต่งตัว ซึ่งเป็นอุปกรณ์ภายนอกร่างกาย

ที่ผ้าอนามัยแบบสอดต้องใช้มาตรฐานของเครื่องสำอาง เพราะผ้าอนามัยแบบสอดนี่มันแตกต่างจากผ้าอนามัยทั่วไปนิดหน่อย คือ ถ้าใส่คาไว้นาน ไม่ถอดมาเปลี่ยน อาจเกิดการหมักหมม แล้วแบคทีเรียผลิตพิษออกมาจนติดเชื้อในกระแสเลือดช๊อคตายได้ ดังนั้นจึงต้องมีมาตรฐานควบคุมสูงหน่อย เพื่อสุขภาพคนใช้งาน

แต่ปรากฏว่ามีการแก้ไขนิยามเครื่องสำอางในพระราชบัญญัติ ปี 2558 เปลี่ยนนิยามของเครื่องสำอาง ให้ผ้าอนามัยแบบสอด หลุดจากนิยามของเครื่องสำอางไป จึงออกกฏกระทรวงมาระบุว่า ผ้าอนามัยแบบสอดจัดเป็นเครื่องสำอางอีกที แต่เพื่อผลทางกฏหมายในการจดแจ้งพวกผ้าอนามัย ส่วนประเด็นราคาของผ้าอนามัยแบบสอด


นอกจากนี้ เพจดังยังระบุถึงประเด็นที่หลายคนมีความกังวลใจในเรื่องราคาว่าจะสูงขึ้นหรือไม่นั้นว่า สามารภคลายความกังวลใจได้ เนื่องจากกรมสรรพสามิตร ได้ยืนยันแล้วว่า ไม่มีการเก็บภาษีอนามัย ไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือย มีราคาตามเดิมเหมือนที่ผ่านมา

แจงผ้าอนามัยแบบสอด ไม่จ่ายภาษี 30%

นายลวรรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยถึงกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีที่มีการประกาศให้ผ้าอนามัยแบบสอด เป็นเครื่องสำอาง กังวลว่าจะทำให้ต้องมีภาระเสียภาษีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งอัตราภาษีของผ้าอนามัยอยู่ที่ 30% ว่า กรมสรรพสามิต ไม่มีนโนบายการจัดเก็บภาษีผ้าอนามัยตามที่เป็นข่าว และไม่เคยมีการกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต ซึ่งปัจจุบัน กรมสรรพสามิตมีการจัดเก็บภาษีสินค้าฟุ่มเฟือยเพียงรายการเดียว คือ น้ำหอม ในอัตราภาษีตามมูลค่า 8%

ทั้งนี้ ปัจจุบันผ้าอนามัยเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% เท่านั้น ไม่ได้เสียภาษีสินค้าฟุ่มเฟือยหรือมีเพดานการจัดเก็บภาษี 30% ตามที่เป็นข่าว เพราะสินค้าผ้าอนามัยไม่ถือว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นที่สตรีต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ดังนั้น ในนิยามการเสียภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย คือ ถ้าไม่มีใช้ ก็ไม่กระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน ถ้าส่งผลกระทบ ก็ให้ถือว่าเป็นสินค้าที่ไม่ฟุ่มเฟือย

ขณะที่ นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยถึงกรณีกระทรวงสาธารณสุข ประกาศให้ผ้าอนามัยแบบสอดเป็นเครื่องสำอางว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษี แต่เพื่อเป็นการควบคุมตามกฎหมายของสาธารณสุข โดยในส่วนของกรมศุลกากรยืนยันว่าไม่มีนโยบายเพิ่มอัตราภาษีสินค้าผ้าอนามัยแบบสอดแต่อย่างใด ที่สำคัญหากมีการนำเข้าโดยใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรจากความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ก็จะได้รับการยกเว้นอากรขาเข้าอีกด้วย

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ