กรมควบคุมโรค เปิดแผนกระจายวัคซีน 24 ล้านโดส 5 สูตรหลัก

ขั้นตอนฉีดวัคซีนเข็ม 2
ภาพจากเฟซบุ๊ก CVC กลางบางซื่อ

กรมควบคุมโรค กางโรดแมปกระจายวัคซีนเดือน ต.ค. 24 ล้านโดส ผ่าน 5 สูตรหลัก ตั้งเป้าฉีดครอบคนไทยจังหวัดละ 50% ขึ้นไป มุ่งกลุ่มเสี่ยงสูงวัย-โรคเรื้อรัง-หญิงตั้งครรภ์มากสุด ขณะที่กระตุ้นเข็ม 3 กลุ่มซิโนแวค ให้ผู้ที่ฉีดครั้งสุดท้ายเมื่อเดือน มี.ค.-พ.ค. ก่อน เหตุภูมิคุ้มกันตกแล้ว

วันที่ 11 กันยายน 2564 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า สถานการณ์การติดเชื้อโควิดทั่วโลกยังคงรุนแรง โดยวันนี้ (11 ก.ย.) เพิ่มขึ้น 5.9 แสนคน อันดับ 1 ยังคงเป็นสหรัฐอเมริกา รองลงมาเป็นอินเดีย และสหราชอาณาจักร ส่วนอัตราผู้เสียชีวิตรายวันสูงถึง 9.08 พันราย แต่ภาพรวมถือว่ายังไม่หนักเท่า 3-4 เดือนก่อน

สำหรับประเทศไทยมียอดการติดเชื้อรายวันอยู่ที่ราว 15,191 ราย โดยยังคงดำเนินมาตรการการป้องกันครอบจักรวาล พร้อมเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโควิด และตรวจคัดกรองเชิงรุกด้วย ATK มากขึ้น

ส่วนในระยะถัดไปอาจต้องเน้นมาตรการองค์กรเข้ามาเสริม ในกรณีอนาคตจะมีการผ่อนคลาย เปิดให้ประชาชนทำกิจการและกิจกรรมต่าง ๆ โดยอาศัยความร่วมมือทั้งจากภาครัฐ เอกชน ตลอดจนประชาชนทั่วไป

อย่างไรก็ดี ในวันนี้ (11 ก.ย.) อัตราการฉีดวัคซีนสูงถึง 758,503 โดส (ข้อมูล ณ วันที่ 10 ก.ย.) มียอดรวมการฉีดสะสมกว่า 39 ล้านโดส แบ่งเป็นเข็มที่ 1 กว่า 26.9 ล้านคน เข็มที่ 2 ราว 12 ล้านคน และเข็มที่ 3 ครอบคลุม 6 แสนคน

ทั้งนี้ สำหรับแผนการกระจายในเดือน ต.ค. หลัก ๆ จะมุ่งเน้นไปที่ 5 แนวทาง ได้แก่

1.เน้นให้ทุกจังหวัดฉีดครอบคลุมประชากรทั้งหมดอย่างน้อย 50% และแต่ละจังหวัดให้มีอย่างน้อย 1 อำเภอ ความครอบคลุม 70% และมีต้นแบบ COVID free Area อย่างน้อย 1 พื้นที่ รวมทั้งเพิ่มความครอบคลุมในกลุ่มสูงอายุ ผู้มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค หญิงตั้งครรภ์ให้มากที่สุด ส่วนกลุ่มอื่น ๆ ให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพิจารณา

2.ฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 สำหรับผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรก

3.ขยายกลุ่มอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน

4.ฉีดเข็มกระตุ้นผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็มในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2564


5.ฉีดพื้นที่เศรษฐกิจและเพื่อควบคุมการระบาด

โดยวัคซีนทั้งหมดที่จะเข้ามาในเดือน ต.ค. จะมีทั้งสิ้นราว 24 ล้านโดส คือ ซิโนแวค 6 ล้านโดส, แอสตร้าเซนเนก้า 10 ล้านโดส, ไฟเซอร์ 8 ล้านโดส และหากนับรวมวัคซีนทางเลือกซิโนฟาร์มที่จะนำเข้ามาอีก 6 ล้านโดส ประเทศไทยจะมีวัคซีนมากถึง 30 ล้านโดสในเดือนหน้า

สำหรับการจัดสรรวัคซีนในเดือน ต.ค. จะแบ่งวัคซีน 24 ล้านโดส ออกเป็น 5 สูตรหลัก ดังต่อไปนี้

1.ซิโนแวคเข็มที่ 1 จำนวน 7 ล้านโดส + แอสตร้าฯ เข็มที่ 2 จำนวน 7.5 ล้านโดส (SV+AZ)
2.แอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็ม จำนวน 2 ล้านโดส (AZ+AZ)
3.แอสตร้าเซนเนก้า เพื่อบูสเตอร์โดสเข็ม 3 กลุ่มซิโนแวค 2 เข็ม 5 แสนโดส (SV+SV+AZ)
4.ไฟเซอร์เป็นเข็มที่ 2 จำนวน 2 ล้านโดส ในกลุ่มผู้ฉีดแอสตร้าเซนเนก้าเข็มที่ 1 (AZ+Pf)
5.ไฟเซอร์เข็มที่ 1 จำนวน 4 ล้านโดส + ไฟเซอร์เข็มที่ 2 จำนวน 1 ล้านโดส (Pf+Pf)

แต่หากแยกตามกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับวัคซีนในเดือน ต.ค. กลุ่มประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป จะได้วัคซีนในอัตราร้อยละ 70 คิดเป็น 16.8 ล้านโดส ขณะที่กลุ่มนักเรียนอายุ 12-17 ปี ได้รับวัคซีนร้อยละ 20 คิดเป็น 4.8 ล้านโดส ส่วนกลุ่มแรงงานในระบบประกันสังคมได้รับวัคซีนร้อยละ 3 คิดเป็น 8 แสนโดส ด้านหน่วยงานรัฐ อาทิ กรมราชทัณฑ์ ได้รับวัคซีนร้อยละ 5 คิดเป็น 1.1 ล้านโดส และผู้ได้รับวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม รับวัคซีนบูสเตอร์โดสเข็ม 3 ร้อยละ 2 หรือ 5 แสนโดส

เมื่อถามถึงกลุ่มที่ได้รับซิโนแวค 2 เข็ม ในช่วงก่อนหน้านี้ที่ภูมิคุ้มกันเริ่มตก จะเริ่มบูสเตอร์โดสใครก่อน นพ.โอภาส กล่าวว่า คณะสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค จะฉีดตามลำดับ เริ่มจากผู้ที่ฉีดซิโนแวคเข็มที่ 2 ในเดือน มี.ค.-พ.ค. ก่อน เพราะเหลือภูมิน้อย และเมื่อได้วัคซีนมามากขึ้น จะค่อย ๆ ขยายการฉีดเป็นคนที่ฉีดเข็ม 2 ในเดือน มิ.ย. ต่อไป


ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ