Skip to content

สธ.วอนโรงพยาบาลทุกสังกัด เปิดรับผู้ป่วยโควิด เหตุอัตราครองเตียงพุ่ง

20 ก.ค. 2565 | 14:54น.
สธ.วอนโรงพยาบาลทุกสังกัด เปิดรับผู้ป่วยโควิด เหตุอัตราครองเตียงพุ่ง

กระทรวงสาธารณสุขฝาก รพ.ทุกเครือข่ายใน กทม. เปิดเตียงรับรักษาผู้ป่วยโควิดเพิ่มขึ้น เหตุอัตราครองเตียงพุ่ง ย้ำไม่ใช่ผู้ป่วยทุกรายจะได้รับยาต้านไวรัส

วันที่ 20 กรกฎาคม 2565 นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยภายหลัง นพ.จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล (รพ.) ราชวิถี นำตรวจเยี่ยมการให้บริการผู้ป่วยโควิด-19 ในระบบสแกน (หรือโทร.) แจก จบ ที่คลินิกโรคไข้หวัดใหญ่ รพ.ราชวิถี ว่า รพ.ราชวิถีเปิดบริการทั้งคลินิกโรคไข้หวัด (ARI clinic) และสแกน แจก จบ พบว่าในช่วงนี้ผู้ป่วยมีจำนวนเพิ่มขึ้นทั้งผู้ป่วยนอก (OPSI) และผู้ป่วยใน โดยผู้อำนวยการ รพ.ราชวิถีได้ขยายเตียงผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มเป็น 88 เตียง

“ขณะนี้อัตราครองเตียงเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 80-90 ในจำนวนนี้เป็นกลุ่มสีแดง ร้อยละ 30 ที่เหลือเป็นสีเหลืองและสีส้ม จึงมีแผนในการขยายเตียงเพิ่ม นอกจากนี้จะเดินทางไปตรวจเยี่ยมที่ รพ.เลิดสิน เพราะทราบว่ามีผู้ป่วยที่เข้าไปใหม่วันละประมาณ 500 ราย รพ.ราชวิถี อีกประมาณวันละ 500 ราย เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดที่หลาย รพ.ปิดให้บริการ จึงมีผู้ป่วยเข้าระบบที่ รพ.ราชวิถีมากขึ้น และของ รพ.นพรัตนราชธานีอีกประมาณวันละ 300-400 ราย”

ขอ รพ.ทุกสังกัด เปิดเตียงรับผู้ป่วย

“ฉะนั้น รวม ๆ กันทั้ง 3 รพ.ในสังกัดกรมการแพทย์ที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีประมาณวันละ 1,400-1,500 ราย ขณะนี้อยากฝากไปถึง รพ.ในทุกเครือข่าย ทั้ง รพ.ในสังกัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) รพ.โรงเรียนแพทย์, รพ.ทหาร, รพ.ตำรวจ, และ รพ.เอกชน ให้ช่วยเปิด ARI Clinic หรือมีคิวอาร์โค้ด เพราะหากทุกแห่งเปิดเหมือนกัน ก็จะเพียงพอ เนื่องจากตอนนี้เราใช้หลักสิทธิใคร สิทธิเรา”

“ดังนั้น หากทุกแห่งรับสิทธิของตัวเอง ก็จะรับมือการระบาดในขณะนี้ได้ เพราะทุกแห่งจะมีประวัติคนไข้ของตัวเอง ต้องเรียนว่า ที่เราไม่ได้เปิดรับคนไข้ทุกคน เพราะทุกแห่งมีความเป็นเจ้าของคนไข้อยู่แล้ว” นพ.สมศักดิ์ กล่าว

ย้ำ ไม่ใช่ทุกคนจะได้รับยาต้านไวรัส

นพ.สมศักดิ์กล่าวต่อไปว่า สำหรับผู้ป่วยที่มีสิทธิของ รพ.ราชวิถี เมื่อสแกนคิวอาร์โค้ดมาแล้ว ต้องกรอกข้อมูล ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล เบอร์ติดต่อ ผลตรวจโควิด-19 จาก ATK อาการป่วย โรคประจำตัว และที่อยู่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับไปสอบถามเพิ่มเติม ซึ่งได้รับแจ้งว่า หากข้อมูลครบถ้วน เจ้าหน้าที่สามารถติดต่อกลับได้ทันที บางรายที่เป็นสีเขียว ก็จะให้ไรเดอร์ส่งยาไปให้ แต่เน้นย้ำว่า ไม่ใช่ผู้ป่วยทุกรายที่จะต้องได้รับยาต้านไวรัส

ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ป่วยบางคนต้องการกินยาต้านไวรัส ก็อาจจะไปซื้อยาตามอินเทอร์เน็ตเอง นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า ยาต้านไวรัสโดยเฉพาะโมลนูพิราเวียร์ และแพกซ์โลวิด มีผลการศึกษาระยะสั้นเพียง 1 ปี ยังไม่รู้ผลข้างเคียงในอนาคต และโดยเวชปฏิบัติ จะมีการจ่ายยาให้กับคนที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ทั้งกลุ่ม 608 และคนที่มีโรคร่วม และยังไม่ได้รับวัคซีนครบโดส คือ การที่ไม่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น (บูสเตอร์โดส) หรือได้รับวัคซีนนานเกิน 6 เดือน

“เข้าใจว่า กระแสว่าผู้ป่วยต้องการรับทั้งยาโมลนูพิราเวียร์ แพกซ์โลวิกซ์ ฟาวิพิราเวียร์ เพื่อให้อาการดีขึ้น แต่แท้จริงคนส่วนใหญ่จะหายได้เอง เนื่องจากอาการไม่มาก เพียงแค่เจ็บคอ สามารถรับประทานยาตามอาการได้” นพ.สมศักดิ์กล่าว

ชี้ ไม่จำเป็นต้องกักตุนยา

ส่วนกรณีที่ขณะนี้ตามร้านขายยาพบปัญหายาบรรเทาอาการคล้ายหวัดพื้นฐาน ทั้งยาแก้ไอ ยาละลายเสมหะ ขาดตลาด เนื่องจากมีการแห่ซื้อกักตุน นั้น นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า เข้าใจความกังวลของประชาชนเกี่ยวสถานการณ์โควิด-19 การใช้ยาบรรเทาอาการสามารถทำได้ แต่ไม่จำเป็นต้องซื้อกักตุน ควรใช้เมื่อป่วย และบรรเทาอาการป่วย หากไม่มีอาการก็ไม่จำเป็นต้องใช้ยาหรือหาซื้อมาเก็บไว้

ด้าน นพ.จินดากล่าวว่า รพ.ราชวิถีรับผู้ป่วยนอกวันละ 300-500 ราย ส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป ประมาณร้อยละ 80-90 ในการขยายเตียงรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ก็จะปรับมาจากเตียงรักษาผู้ป่วยโรคอื่น ๆ ซึ่งจะเป็นการบริหารจัดการของทาง รพ.

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สถานการณ์โควิด-19