กว่าจะมาเป็น ยาริส เอทีฟ โตโยต้า…ใช้เวลาถึง 5 ปี

ฮิเดยูกิ คามิโกะ
ฮิเดยูกิ คามิโกะ
สัมภาษณ์

โตโยต้า ยาริส เอทีฟ เปิดตัวพร้อมประกาศราคาขายอย่างเป็นทางการไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับรถยนต์นั่งขนาดเล็ก (อีโคคาร์) ที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าชาวไทยมาเป็นอันดับต้น ๆ

สตาร์ตเพียง 539,000 บาท ราคาโดนใจมาก ๆ เรียกว่าการกลับมาครั้งนี้ โตโยต้ามั่นใจจะสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น แต่กว่าที่จะมาเป็น “โตโยต้า ยาริส เอทีฟ” คันนี้ ต้องผ่านกระบวนการมากมาย เคี้ยวจนตกผลึก เพื่อให้ออกมาเป็นรถให้ลูกค้าชาวไทยได้สัมผัส

ลองไปฟังจากปาก “ฮิเดยูกิ คามิโนะ” หัวหน้าวิศวกรบริหาร ผู้รับผิดชอบโครงการพัฒนารถยนต์ยาริส เอทีฟ ใหม่และเป็นลูกหม้อคนสำคัญของโตโยต้า ซึ่งเขาผ่านประสบการณ์มาโชกโชน ทั้งการออกแบบ การขาย การตลาดผลิตภัณฑ์ การวางแผนองค์กร และการวางแผนผลิตภัณฑ์

Q : มาครบทุกองค์ประกอบ



เขายอมรับว่าจากประสบการณ์ทั้งหมด มีเพียงสองสิ่งที่ตั้งใจอยากทำให้สำเร็จ คือ 1.การส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ “ตรง” กับความต้องการของลูกค้า และ 2.การมีส่วนร่วมกับทีมงานที่เกี่ยวข้องเพื่อ “พัฒนา” และ “ส่งมอบ” รถยนต์ให้กับลูกค้า

ภารกิจของ “คามิโนะ” คือการรังสรรค์และเปิดตัวรถยาริส เอทีฟ คันนี้ให้สำเร็จ

Q : กว่าจะเป็นรถ 1 คัน ใช้เวลา 5 ปี

ทีมวิศวกรผู้พัฒนาโครงการโตโยต้า ยาริส เอทีฟ รุ่นนี้ ได้เริ่มวางแผนงาน เตรียมความพร้อมมาตั้งแต่เมื่อ 5 ปีก่อน (พ.ศ. 2561) “คามิโนะ” ฉายภาพว่า เขาเริ่มต้นจากการพบปะกับผู้คนมากมายทั่วโลก เพื่อตรวจสอบให้มั่นใจว่า โตโยต้าจะตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั้งในตลาดของประเทศไทย และทั่วโลกได้ เพื่อนำไปพัฒนารถยนต์ยาริส เอทีฟ ที่มอบความอุ่นใจและความพึงพอใจให้กับลูกค้า

ข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตและความนึกคิดของทั้งเจ้าของรถในปัจจุบัน รวมทั้งกลุ่มลูกค้ามุ่งหวัง เพื่อทำความเข้าใจความคิดของกลุ่มลูกค้าอย่างลึกซึ้ง ซึ่งโตโยต้าได้รับฟีดแบ็กจากลูกค้ารวม 250 คนจากประเทศต่าง ๆ มากกว่า 3 ประเทศ

Yaris Ativ

Q : พัฒนารถหนึ่งคันไม่ใช่เรื่องง่าย

“คามิโนะ” บอกว่า เป็นครั้งแรกที่โตโยต้าทดลองพัฒนาร่วมกับหน่วยงานวิจัยและพัฒนาในระดับโลก ผ่านความท้าทายต่าง ๆ มากมายจนรถคันนี้ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ย้อนกลับไปเมื่อปี 2560 โตโยต้าได้แนะนำยาริส เอทีฟ ครั้งแรกในไทย ซึ่งยาริส เอทีฟ แบบ 4 ประตู ถือเป็นรถรุ่นเริ่มต้นรุ่นสำคัญของเราในระดับโลก หากย้อนกลับไปให้ลึกกว่านั้น โตโยต้าแนะนำยาริส เอทีฟ แบบ 4 ประตู (วีออส) เจเนอเรชั่นแรกในปี 2545 และมียอดขายสะสมมามากกว่า 3.5 ล้านคันทั่วโลก

ปี 2550 ส่งเจเนอเรชั่นที่ 2 และเจเนอเรชั่นที่ 3 ในปี 2556 ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง

Q : มั่นใจตลาดอีโคคาร์จะโตเพิ่มขึ้น

โตโยต้า ยาริส เอทีฟ ได้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมอีโคคาร์ของประเทศไทย ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องกลายเป็นเซ็กเมนต์ใหญ่สุดเมื่อปี 2558 มีส่วนแบ่งตลาดถึง 36% ของตลาดรถยนต์โดยเมื่อปี 2564 อีโคคาร์มีส่วนแบ่งตลาดขึ้นไประดับ 60% ของตลาดรถยนต์นั่ง ซึ่ง “คามิโนะ” มีความมั่นใจว่าตลาดนี้ยังเติบโตไปได้อีก และตลาดอีโคคาร์เป็นตลาดที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในประเทศไทย

Q : มองลูกค้าหลักให้ชัดเจน

เราพยายามเฟ้นหาว่าลูกค้าหลักของรถคันนี้คือใคร ซึ่งก็ได้คำตอบเป็นผู้ซื้อรถคันแรก ที่มีช่วงอายุประมาณ 30 ต้น ๆ กลุ่มผู้หญิงโสดที่อยู่กับครอบครัว หรือที่เพิ่งเริ่มมีครอบครัว มีลูกเล็ก ซึ่งแนวคิดด้านผลิตภัณฑ์และการออกแบบ และจุดขายหลักของยาริส เอทีฟ โตโยต้า ใช้หลักกลยุทธ์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ความภาคภูมิใจ ความสะดวกสบาย และราคาที่จับต้องได้

รถคันนี้ไม่ใช่แค่รถที่ใช้งานได้จริง แต่ยังต้องเป็นรถที่สะท้อนไลฟ์สไตล์และตัวตนได้ด้วย ยาริส เอทีฟ ใหม่ จึงมาพร้อมกับความทรงพลังและสง่างาม ด้วยการออกแบบให้เป็นรถ “ฟาสต์แบ็ก” ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถยุโรป

แต่ขณะเดียวกัน ห้องโดยสารต้องกว้างขวาง โตโยต้ายังยกระดับสมรรถนะพื้นฐานต่าง ๆ ครั้งใหญ่ เพื่อทำให้รถคันนี้เป็นยนตรกรรมที่เพียบพร้อมล้ำสมัย มอบความมั่นใจในการขับขี่ยาริส เอทีฟ คันนี้ ถือเป็นรถที่มีสมรรถนะที่เหนือระดับกว่ารถรุ่นอื่น ๆ ในกลุ่มอีโคคาร์ ที่สำคัญ ทุกอย่างที่กล่าวมาทั้งหมด ได้ถูกรวมอยู่ในรถที่มาพร้อมกับ “ราคาที่จับต้องได้” และเขามั่นใจว่า ยาริส เอทีฟ จะช่วยเติมเต็มไลฟ์สไตล์ลูกค้า

สุดท้าย หัวหน้าวิศวกรบริหาร ผู้รับผิดชอบโครงการพัฒนารถยนต์ยาริส เอทีฟ หวังว่า ทุกคนจะรักยาริส เอทีฟ มากเท่า ๆ กับเขาและทีมงาน เพื่อให้สามารถเรียกรวม ๆ ว่าเป็น “รถของเรา”


Yaris Ativ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ