ค่าย “เกรย์มาร์เก็ต” กระอัก เบนซ์-เทสลา-โตโยต้า บุกทำตลาด

TOYOTA

“เกรย์มาร์เก็ต” สะอึกเตรียมยกธงขาวหลังเจอศึกหนักหลายระลอก ทั้งเมอร์เซเดส-เบนซ์และ Tesla ที่บริษัทแม่เข้ามาทำตลาดเอง ล่าสุด “โตโยต้า” ปล่อยหมัดตรงทุบราคา Alphard/Vellfire ตัวใหม่เคาะราคา 4 ล้านต้น ๆ ชูจุดแข็งส่งมอบรถได้เร็วกว่า หลายเจ้าถอดใจเลิกธุรกิจนำเข้าหันซบดีลเลอร์รถ EV จีน

ตลาดรถนำเข้าที่มีมูลค่าต่อปีราว ๆ 4-5 พันคัน ประสบวิกฤตมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการปรับเปลี่ยนนโยบายของหน่วยงานราชการ การรุกทำตลาดของค่ายรถยนต์โดยเฉพาะเจ้าของแบรนด์ตัดสินใจเข้ามาทำตลาดเอง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มรถหรูอย่างเมอร์เซเดส-เบนซ์ หรือแม้กระทั่งรถยนต์ไฟฟ้า Tesla และล่าสุดแบรนด์โตโยต้าที่ประกาศทำตลาดรถตู้ผู้บริหารเองทั้ง Alphard และ Vellfire

แหล่งข่าวจากสมาคมผู้นำเข้าและจำหน่ายรถยนต์ใหม่เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สมาชิกจำนวนมากตอนนี้กำลังท้อกับการทำธุรกิจ เนื่องจากประสบปัญหารอบด้าน ตั้งแต่ต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน และที่สำคัญ กลุ่มรถยนต์ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของตลาด มักจะถูกเจ้าของแบรนด์ปิดกั้นหันมาทำตลาดเองโดยอาศัยการสนับสนุนจากบริษัทแม่ ความได้เปรียบเรื่องอัตราภาษีและราคารวมถึงการส่งมอบรถที่เร็วขึ้น

“ต้องยอมรับว่าธุรกิจนำเข้าช่วงหลังลำบากมาก เราโดนมาหลายระลอกตั้งแต่แบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซึ่งก่อนหน้านี้ถือว่าเป็นรถธงของเกรย์มาร์เก็ตเลยทีเดียว แต่ก็ถูกเตะสกัดปัจจุบันแทบไม่มีเกรย์มาร์เก็ตรายใดทำตลาดรถเบนซ์ แบรนด์ต่อมา Tesla ที่บริษัทแม่เข้ามาทำตลาดก็สะบักสะบอมกันไปหลายเจ้า จากราคาขายโมเดล 3 เกือบ 3 ล้าน ตอนนี้ขายกันแค่ 1.7 ล้านบาท ล่าสุดนี้ Alphard และ Vellfire ก็กำลังจะถูกกระทบอย่างรุนแรง”

โตโยต้าถล่มเดือด

รายงานข่าวจาก บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ได้ส่งรถยนต์อเนกประสงค์ระดับ luxury 7 ที่นั่ง รุ่นใหม่ลงตลาด ประกอบด้วย ALPHARD และ VELLFIRE เครื่องยนต์ไฮบริด 2.5 ลิตร มีให้เลือก 3 รุ่น ALPHRAD 2.5 HEV ราคาขาย 4,129,000 บาท, VELLFIRE 2.5 HEV ราคาขาย 4,279,000 บาท และ ALPHARD 2.5 HEV LUXURY ราคาขาย 4,499,000 บาท คาดว่ารถรุ่นจะเป็นที่ต้องการของกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบความสะดวกสบายโดยเฉพาะประตูสไลด์ขึ้นลงได้อย่างสะดวกสบาย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับรถตู้ผู้บริหารกำลังเป็นต้องการของตลาดจากตัวเลขจดทะเบียนของกรมการขนส่งทางบกในปี 2565 ที่ผ่านมาพบว่า โตโยต้า ALPHARD และ VELLFIRE มียอดจดทะเบียนสูงถึง 4,487 คันส่วนในปีนี้ยอดจดทะเบียน 7 เดือน (ม.ค.-ก.ค.) ปรากฏว่ามียอดจดทะเบียนสะสมไปแล้วถึง 2,947 คัน

ทั้งนี้คาดการณ์ว่าหลังโตโยต้าบุกเข้ามาทำตลาดเองแล้วน่าจะมียอดขายระดับ 5,000 คันอย่างแน่นอน

พลิกซบดีลเลอร์ EV จีน

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับการปรับตัวของกลุ่มเกรย์มาร์เก็ต ระยะหลังพยายามมองหาโอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจ โดยเฉพาะการเป็นตัวแทนขายรถ EV จากจีน ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ของอุตสาหกรรมและกำลังได้รับความสนใจอย่างมาก โดยมีตัวเลขการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะตัวเลขการจดทะเบียน 6 เดือนแรกปี 2566 โตถึง 10 เท่าตัวจาก 3 พันกว่าคันในปี 2565 มาเป็น 31,515 คันในปี 2566

และเร็ว ๆ นี้ยังจะมีแบรนด์จีนอีก 4-5 แบรนด์ เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยมากขึ้น ทั้งฉางอัน, GAC, OMODA&JACCO

โดยช่วงนี้มีดีลเลอร์รถยนต์รายใหญ่ ๆ ใน กทม.และต่างจังหวัดให้ความสนใจเข้าไปเจรจาเพื่อเป็นตัวแทนของค่ายรถจีนอย่างหนาแน่น รวมทั้งกลุ่มเกรย์มาร์เก็ตด้วย อาทิ แบรนด์ฉางอัน ล่าสุดมีข่าวว่า เอเอเอส กรุ๊ป บรรลุข้อตกลงเป็นดิสทริบิวเตอร์เรียบร้อย และกำลังแต่งตั้งดีลเลอร์เพิ่ม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้นำเข้าจำนวน 6 ราย ทำตลาด คาดว่าจะเริ่มได้ปลายปีนี้แน่นอน

ตามมาด้วยแบรนด์ “AION” (ไอออน) ของกว่างโจว ออโตโมบิล กรุ๊ป ซึ่งตั้งเป้าจะเปิดโชว์รูมอย่างน้อย 30 สาขา ครอบคลุมพื้นที่สำคัญ ๆ ภายในสิ้นปีนี้เช่นกัน

ขณะที่แบรนด์ O&J (OMODA&JACCO) ภายใต้เชอรี่ กรุ๊ป เตรียมแต่งตั้งดีลเลอร์ ภายในสิ้นปีนี้อีก 40 แห่ง ซึ่งจะกระจายอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และจังหวัดหัวเมืองใหญ่ ๆ ทั่วประเทศก่อน


“ยังมีแบรนด์ BYD ที่ประกาศขยายโชว์รูมศูนย์บริการให้ครบ 113 แห่ง แบรนด์โอร่า จากค่ายเกรท วอลล์ฯ ที่ปัจจุบันเครือข่ายการจัดจำหน่ายมี 69 แห่ง ประกาศเพิ่มเป็น 80 แห่งทั่วประเทศ และแบรนด์ Neta ที่ต้องการเพิ่มจาก 24 แห่งเป็น 30 แห่ง”