เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ตลาดหุ้นไทยเปิดปกติ 28 ก.ย. SET ประสาน ก.ล.ต.-โบรกฯ เตรียมระบบพร้อม
Finance ตลาดหุ้นไทยเปิดปกติ 28 ก.ย. SET ประสาน ก.ล.ต.-โบรกฯ เตรียมระบบพร้อม
น้ำท่วม 48 จังหวัดกด GDP ไตรมาส 3 หาย 0.55% เสียหาย 2.5 หมื่นล้าน กทม.หนักสุด
Economic น้ำท่วม 48 จังหวัดกด GDP ไตรมาส 3 หาย 0.55% เสียหาย 2.5 หมื่นล้าน กทม.หนักสุด
เจอแล้วกว่า 100 ตัว! สั่งตั้งทีม “เจอ-แจ้ง-จับ” ล่าปลาหมอคางดำเขื่อนลำปาว
Economic เจอแล้วกว่า 100 ตัว! สั่งตั้งทีม “เจอ-แจ้ง-จับ” ล่าปลาหมอคางดำเขื่อนลำปาว
TEAMG ชี้น้ำ กทม.-ปริมณฑลเริ่มลด ฝนเบาลง เหลือบางจุดขังถึง 28 ก.ย.
News TEAMG ชี้น้ำ กทม.-ปริมณฑลเริ่มลด ฝนเบาลง เหลือบางจุดขังถึง 28 ก.ย.
น้ำท่วมกรุงเทพฯ กวาด 40 ล้านเอ็นเกจเมนต์ ชาวเน็ตพูดถึงอะไรบ้าง ?
News น้ำท่วมกรุงเทพฯ กวาด 40 ล้านเอ็นเกจเมนต์ ชาวเน็ตพูดถึงอะไรบ้าง ?
พาณิชย์ถกห้าง-ร้านสะดวกซื้อ รับมือน้ำท่วม เร่งเชื่อมโยงสินค้า จับตาผักใบอ่อนแพง
Economic พาณิชย์ถกห้าง-ร้านสะดวกซื้อ รับมือน้ำท่วม เร่งเชื่อมโยงสินค้า จับตาผักใบอ่อนแพง
อนุทิน ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วม เจอตะโกน “รวยไม่ไหว” เผยเรียกถกครม.นัดพิเศษเคาะวันหยุด
Politics อนุทิน ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วม เจอตะโกน “รวยไม่ไหว” เผยเรียกถกครม.นัดพิเศษเคาะวันหยุด
“วัชระพล” ตั้งทีมฉุกเฉิน 24 ชม. รับมือน้ำท่วม เปิด อ.ต.ก.ช่วยระบายผลผลิตเกษตรกร
Economic “วัชระพล” ตั้งทีมฉุกเฉิน 24 ชม. รับมือน้ำท่วม เปิด อ.ต.ก.ช่วยระบายผลผลิตเกษตรกร
พาณิชย์ตั้ง Single Command รับมือน้ำท่วมทั่วประเทศ คุมของขาด-ห้ามฉวยขึ้นราคา
Economic พาณิชย์ตั้ง Single Command รับมือน้ำท่วมทั่วประเทศ คุมของขาด-ห้ามฉวยขึ้นราคา
แบงก์ระดมมาตรการช่วยลูกค้า-SME ถูกน้ำท่วม พักหนี้ ลดค่างวด สินเชื่อใหม่ฟื้นบ้าน ธุรกิจ
Finance แบงก์ระดมมาตรการช่วยลูกค้า-SME ถูกน้ำท่วม พักหนี้ ลดค่างวด สินเชื่อใหม่ฟื้นบ้าน ธุรกิจ
ดูทั้งหมด

ญี่ปุ่นฮึดเท 1.5 แสนล้าน ขยายลงทุนในไทยสู้ศึก EV จีน

31 ธ.ค. 2566 | 09:23น.
TOYOTA

แผนยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยตลอดครึ่งทศวรรษที่ผ่านมา เริ่มตั้งแต่การผลักดันโปรดักต์แชมเปี้ยนตัวแรก “รถปิกอัพ” ตามมาด้วย “อีโคคาร์” ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น ก่อนที่จะมาถึงโปรดักต์แชมเปี้ยนตัวที่ 3 “EV” ซึ่งรัฐบาลก็เชื่อว่าน่าจะประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับปิกอัพและอีโคคาร์ โดยเฉพาะช่วงออกสตาร์ตปรู๊ดปร๊าดตามสไตล์รถ EV เลยทีเดียว

เพียงแต่การเดินทางไปสู่โปรดักต์แชมเปี้ยนตัวที่ 3 เที่ยวนี้ดันไม่มีนักลงทุนญี่ปุ่นสักรายร่วมขบวน มีแต่ทัพลงทุนจีนเพียว ๆ มิหนำซ้ำยังไปได้สวย แค่ระยะเวลาปีเศษ ๆ กวาดแชร์ในตลาดไปมากกว่า 10%

ส่งผลให้บรรดาแถวหน้าค่ายญี่ปุ่นต้องออกโรงวิ่งล็อบบี้รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน เพื่อหาทางช่วยเหลือ

ในงานปาฐกถาพิเศษ “Next Chapter ประเทศไทย” ซึ่งจัดโดย “ประชาชาติธุรกิจ” เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา นายกฯเศรษฐาพูดบนเวทีตอนหนึ่งว่า ประเทศไทยต้องไม่ลืมว่ามีมหาอำนาจอีกหนึ่งประเทศคือ “ญี่ปุ่น” เพราะถือเป็นประเทศที่มีการลงทุนสูงที่สุดในประเทศไทย

“เราเป็นคนไทย เราต้องไม่ลืมต้นน้ำที่ใครทำอะไรดี ๆ ให้กับเรา ญี่ปุ่นมีความกังวลเรื่องรถ EV ว่าเข้ามาแล้วทำให้เขาเสียเปรียบในแง่ธุรกิจ เพราะเขาอาจจะช้าไปนิดหนึ่ง สำหรับเรื่อง EV หลายคนคงเข้าใจ ช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเคยเป็นดีทรอยต์ออฟเอเชีย มีโรงงานประกอบรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปเยอะมาก

ถึงแม้วันนี้ประเทศไทยจะสนับสนุน EV แต่เราต้องสนับสนุนเครื่องยนต์สันดาปต่อไปด้วย ซึ่งตนเองจะเดินทางไปญี่ปุ่นในเดือนธันวาคมนี้ หารือกับรัฐบาลญี่ปุ่นหรือเอกชนญี่ปุ่นเพื่อดูแลธุรกิจเดิม ๆ รถที่เครื่องยนต์สันดาปยังต้องมีต่อไปอีก 10-15 ปี โดยจะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุดท้ายของเครื่องยนต์สันดาป”

หลังจากนั้นกระบวนการอุ้มรถสันดาปเพื่อให้ต่อกรกับรถ EV ก็อุบัติขึ้น โดยเฉพาะบีโอไอต้องออกหมายเรียก บิ๊กค่ายญี่ปุ่น เพื่อขอรับฟังความคิดเห็น สิ่งหนึ่งที่ค่ายรถสันดาปมองก็คือ การจะเปลี่ยนผ่านจากรถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปไปสู่มอเตอร์ไฟฟ้าควรจะมีช่วงเวลา และสเต็ปที่ควรเป็น ก็ต้องไล่เรียงเป็นขั้นตอน ไฮบริด ไปสู่ปลั๊ก-อิน ไฮบริด ก่อนไปสิ้นสุดที่ EV

นอกจากนี้จากการรุกคืบเข้ามาของค่ายรถจีน โดยเฉพาะรถ EV ปัจจุบันสามารถแย่งส่วนแบ่งตลาดไปมากกว่า 10% ซึ่งปัจจุบันเป็นการนำเข้าเกือบทั้งหมด ทำให้กระทบกับผู้ผลิตรถยนต์และซัพพลายเชนในประเทศไทย

แม้ว่ารถ EV จีนที่เข้ามาทำตลาดในไทยภายใต้มาตรการอุดหนุนมีเงื่อนไขที่ตกลงกับบีโอไอจะต้องผลิตชดเชย แต่ยังต้องใช้เวลาอีกเป็นปี ดังนั้นหากรัฐบาลไม่กลับมาสนับสนุนในกลุ่มสันดาปบ้าง ก็น่าจะทำให้ประเทศสูญเสียเม็ดเงินไปไม่น้อย โดยเฉพาะการปรับเป้าการผลิตลงประมาณ 5-7 หมื่นคัน ในปี 2566 เท่ากับเม็ดเงินหายไปเกือบแสนล้าน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย แถมรัฐบาลยังต้องส่งเสริมด้วยเม็ดเงินมหาศาล

หลังจากนั้นสื่อหลายสำนักได้รายงานถึงแนวทางการส่งเสริมภาคอุตฯยานยนต์ของไทยว่า รัฐบาลจะให้การสนับสนุนควบคู่กันไปทั้งอุตฯ EV และอุตฯรถยนต์สันดาป แม้จะดูย้อนแยงกับเทรนด์ของโลกที่มุ่งสู่ Carbon Neutral แต่ก็ยังรักษาฐานผลิตสำคัญไว้ได้

7 ค่ายญี่ปุ่นเทเพิ่ม 1.5 แสนล้าน

ล่าสุด หลังการโรดโชว์ประเทศญี่ปุ่น เพื่อร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน-ญี่ปุ่น กลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ปรากฏว่ารัฐบาลไทยมีข่าวดี 7 ค่ายรถญี่ปุ่นตอบรับเพิ่มการลงทุนในบ้านเราราว ๆ 1.5 แสนล้านบาท ภายใน 5 ปี โดยโตโยต้า 5 หมื่นล้าน ฮอนด้า 5 หมื่นล้าน อีซูซุ 3 หมื่นล้าน มิตซูบิชิ 2 หมื่นล้าน ที่เหลือก็เป็นแบรนด์อื่น ๆ

หลัก ๆ ของการลงทุนจะมีทั้งไฮบริด อีวี ไฮโดรเจน และพลังงานสะอาดอื่น ๆ

โตโยต้าชูปิกอัพอีวี-อีโคคาร์ไฮบริด

เริ่มจากโตโยต้ามองว่ารถปิกอัพปัจจุบันไม่ได้ใช้งานแค่ในเมืองหลวงหรือหัวเมืองใหญ่เท่านั้น แต่ใช้แพร่หลายในชนบทด้วย ดังนั้น ถ้ารถ EV แพร่หลายมากขึ้น จำเป็นที่จะต้องมี
สถานีชาร์จไฟให้มากขึ้นด้วย จึงเรียกร้องให้ทางรัฐบาลสนับสนุนเกี่ยวกับเรื่องของสาธารณูปโภคในการชาร์จไฟ

รวมถึงการนำเทคโนโลยีอื่น ๆ อย่างเช่นไฮบริด ที่มีความสำคัญเช่นเดียวกัน ส่วนการลงทุนในไทยจะเน้นขยายตลาดปิกอัพให้มีครบวงจร ทั้งเครื่องยนต์ดีเซลเดิมผสมกับมอเตอร์ไฟฟ้า (ไฮบริด) ปิกอัพ EV และเทคโนโลยี Fuel Cell EV รถปิกอัพเซลล์พลังงานที่ได้จากการใช้ไฮโดรเจนทำปฏิกิริยากับเซลล์เชื้อเพลิงเพื่อสร้างพลังงานไฟฟ้าสำหรับนำไปขับเคลื่อนมอเตอร์

อีกกลุ่มหนึ่งคืออีโคคาร์ ซึ่งเป็นฐานผลิตสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ซึ่งโตโยต้าพร้อมทำอีโคคาร์ไฮบริดทั้งหมดมาพร้อมกับเป้าหมายการลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 ก็จะพุ่งเป้าไปที่พลังงานสะอาด ซึ่งโตโยต้าได้เริ่มทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อผลักดันพลังงานสีเขียว

โตโยต้ายังระบุชัดเจนว่า อุตสาหกรรมรถยนต์ไทยผลิตใช้ในประเทศและเพื่อส่งออกอย่างละครึ่ง โดยเฉพาะรถปิกอัพโตโยต้าและอีซูซุ มียอดผลิตรวมกันสูงถึง 50% ส่วนอีโคคาร์ราว ๆ 25% ฉะนั้น ถ้านโยบายรัฐบาลช่วยค้ำจุนอุตสาหกรรมของรถยนต์ 2 ประเภทนี้ได้ก็จะเดินต่อไปได้อย่างแน่นอน

ฮอนด้าเปิดสายผลิต SUV ไฟฟ้า

ขณะที่ฮอนด้า ยืนยันว่า ปี 2567 จะเริ่มบุกรถ EV ทั้งนี้ได้เปิดสายการผลิต Honda e:N1 ยนตรกรรมเอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% ที่โรงงานฮอนด้า สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จ.ปราจีนบุรี โดยฮอนด้านับเป็นแบรนด์รถยนต์ญี่ปุ่นหลักที่เริ่มเดินสายการผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้าเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงถึงความเชื่อมั่นและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย ทั้งจากการผลิตและการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ และฮอนด้าได้เตรียมเดินหน้าสู่เป้าหมายปี พ.ศ. 2573 ในการผลิตและจำหน่ายยนตรกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าด้วยสัดส่วนไม่น้อยกว่า 2 ล้านคันทั่วโลก

อีซูซุเดินแผนผลิตปิกอัพอีวี

ไม่ต่างจากค่ายอีซูซุ ก็มีแผนที่จะผลิตรถปิกอัพ EV ในปี 2568 เพื่อรับแผนการส่งออกยุโรป ขณะที่ประเทศไทย ล่าสุุดตอบรับพลังงานสะอาด โดยได้ MOU กับ ปตท.ผลักดันความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยโครงการดังกล่าวประกอบด้วยการทดสอบรถบรรทุกไฟฟ้าอีซูซุ วิ่งใช้งานจริง โดยใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 100% ผ่านระบบบริหารจัดการพลังงาน ระบบชาร์จ และ EV อีโคซิสเต็มของ ปตท.

นอกจากนี้ยังมีโครงการลดคาร์บอนฟุตพรินต์สำหรับรถยนต์ดีเซล โดยการทดสอบใช้ HVO (Hydro Vegetable Oil) หรือน้ำมันไบโอดีเซลจากน้ำมันพืชใช้แล้ว รวมทั้งร่วมกับมิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ศึกษาวิจัยน้ำมัน e-Fuels ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงสังเคราะห์ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และสามารถใช้งานในเครื่องยนต์สันดาปที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ส่วนค่ายมิตซูบิชิ แม้จะยังไม่มีแผนชัดเจนด้านการผลิตปิกอัพ EV แต่มีกระแสข่าวว่า มิตซูบิชิสนใจที่จะขยายการลงทุน ผลิตรถไฮบริด ซึ่งจะเริ่มการผลิตรถไฮบริด 2 รุ่น ได้แก่ เอ็กซ์แพนเดอร์ ไฮบริด และ เอ็กซ์ ครอส ไฮบริด

ส่วนแบรนด์อื่น ๆ โดยเฉพาะนิสสัน ยังคงมุ่งเน้นการลงทุนไปที่เทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ ในขณะที่ซูซูกิ หากรัฐบาลยังให้การส่งเสริมอีโคคาร์ ซึ่งซูซูกิมีความถนัดน่าจะเทน้ำหนักทั้งหมดไปที่อีโคคาร์ โดยมีมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ามาเสริม