PNA คว้ารถจีนเสริมทัพ คัมแบ็ก “ตัวแทนนำเข้า” ปีหน้า

ธวัชชัย จึงสงวนพรสุข
ธวัชชัย จึงสงวนพรสุข
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ

กว่า 66 ปีบนเส้นทางสายอุตสาหกรรมรถยนต์ “กลุ่มพระนครยนตรการ” หรือ PNA GROUP ถือว่าเก่าแก่คร่ำหวอดกับการทำตลาดรถยนต์มาแล้วหลากหลายยี่ห้อ ทั้งในฐานะตัวแทนนำเข้ารถยนต์จากทั่วทุกมุมโลก และจัดจำหน่ายรถยนต์หลากหลายยี่ห้อ มีธุรกิจในเครือรองรับการทำตลาดแบบครบวงจร ทั้งโรงงานประกอบรถยนต์, กิจการไฟแนนซ์, รถมือสอง รถเช่า แม้ว่าบางยี่ห้อจะไม่เหมาะกับตลาดในบ้านเรา แต่ปัจจุบันก็มีรถยนต์ในมือสูงสุด มีเทิร์นโอเวอร์ทั้งกรุ๊ปต่อปีมากกว่า 2 หมื่นล้าน

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “ธวัชชัย จึงสงวนพรสุข” กรรมการบริหาร กลุ่มพระนครยนตรการ สะท้อนแนวคิด การปรับตัว การตั้งรับ ในภาวะที่ตลาดรถยนต์มีการแข่งขันสูงและการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว

Q : วันนี้ PNA GROUP วางยุทธศาสตร์ทางธุรกิจอย่างไร

แน่นอน คอร์บิสซิเนสของเราคือรถยนต์ยังโฟกัสในสิ่งที่ถนัด ตอนนี้เรามีรถยนต์ที่จัดจำหน่ายอยู่ 8 ยี่ห้อ ได้แก่ อีซูซุ, ฮอนด้า, ฟอร์ด, มิตซูบิชิ, วอลโว่, เกรท วอลล์ฯ, มาสด้า ส่วนเชฟโรเลตยังให้บริการหลังการขายเป็นศูนย์เอซี เดลโก้ ปัจจุบันมีโชว์รูมและศูนย์บริการกว่า 30 แห่งทั่วประเทศ

เรายังมีธุรกิจสินเชื่อรถมือสอง, ธุรกิจรถเช่าไทย เพรสทิจ เร้นท์ เอ คาร์, โรงงานประกอบรถยนต์ บางชันเยนเนอเรลเอเซมบลี, มีบริษัทยูไนเต็ดโอโต เซลส์ ทำตลาดฟลีตและงานประมูลองค์กรขนาดใหญ่, มีศูนย์ PDI ตรวจสอบรถยนต์อย่างละเอียดก่อนส่งมอบให้เมอร์เซเดส-เบนซ์ แต่ละธุรกิจจะรองรับซึ่งกันและกัน เอื้อประโยชน์ต่อกัน ทำให้ PNA กลายเป็นค้าปลีกรถยนต์แบบครบวงจร

Q : มองปัจจัยบวกที่จะมากระตุ้นตลาดรถยนต์อย่างไร

วันนี้ยังไม่มีอะไรชัดเจน ถ้าจะบอกว่าปัจจัยบวกคงไม่มี ส่วนปัจจัยลบเรื่องใหญ่สุดคือ ไฟแนนซ์เข้มงวดการปล่อยสินเชื่อจากปัญหาหนี้เสียรถยนต์เยอะ โดยรวมตอนนี้มีอัตราการปฏิเสธสินเชื่อกว่า 35-40% อย่าลืมว่าลูกค้าซื้อรถปัจจุบัน 80-90% ใช้สินเชื่อ ดังนั้นตลาดคงซึม ๆ ไปแบบนี้อีกพักใหญ่ เชื่อว่ายอดขายรวมปีนี้ทั้งตลาดคงไม่โต น่าจะใกล้เคียงปี 2566 ที่ผ่านมา ราว 7.8 แสนคัน

ส่วนของเราเองจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการขยายธุรกิจ ทั้งการเพิ่มแบรนด์ใหม่ซึ่งเป็นแบรนด์รถจีน และการขยายอู่ซ่อมสีตัวถัง ซึ่งพยายามทำให้ครบทุกแบรนด์ที่จำหน่าย PNA ปีนี้ตั้งไว้ราว ๆ 2 หมื่นคัน เติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ทำได้ 1.8-1.9 หมื่นคัน หรือมีมูลค่ารวม 2 หมื่นล้านบาท โดยจะมีแบรนด์ใหม่ ซึ่งเป็นแบรนด์จีนเข้ามาเสริมทัพ

Q : วิเคราะห์โอกาสความท้าทายทั้ง 8 แบรนด์อย่างไร

แบรนด์อีซูซุดีสุด เรามีถึง 12 โชว์รูม รองลงมาเป็นฮอนด้า ตามมาด้วยฟอร์ด มิตซูบิชิ วอลโว่ ที่แย่สุดคือมาสด้า ส่วนปีนี้ก็คงเหมือนเดิม ตัวไหนที่แย่เราก็มีการคุยกับทางบริษัทแม่ ซึ่งเขาก็มีมาตรการช่วยเหลือ รวมถึงตัวเราเองก็ต้องประคับประคอง ในฐานะคนขายรถ เช่นการทำตลาดที่หลากหลายเข้าถึงกลุ่มลูกค้า จัดโรดโชว์ ปีนี้ก็เริ่มกันตั้งแต่ต้นปี และก็จะทำต่อเนื่องกันไปทั้งปี

Q : แบรนด์จีนใหม่จะเริ่มเมื่อไหร่

น่าจะเร็ว ๆ นี้ ขออุบชื่อแบรนด์ไว้ก่อน เพราะยังไม่ได้เซ็นสัญญา แต่ผ่านการแอปพรูฟทุกอย่างแล้ว การลงทุนก็คงไม่มาก เพราะทางเจ้าของแบรนด์เขาต้องการเร็ว ดังนั้นเราจะใช้วิธีรีแบรนด์เดิมที่มีอยู่ ปรับรูปแบบโชว์รูมนิดหน่อยก็ขายได้เลย ทุกอย่างพร้อมอยู่แล้ว ทีมงานก็ขยับจากอีกแบรนด์มาขายอีกแบรนด์ ส่วนปี 2568 เราจะมีรถยนต์อีกแบรนด์ ตอนนี้ได้บรรลุของตกลงแล้ว ไม่ใช่เป็นดีลเลอร์ แต่จะเป็นดิสทริบิวเตอร์ในฐานะตัวแทนนำเข้าเอามาขายในบ้านเรา ส่วนคนที่จะมาช่วยขายเราก็สามารถแต่งตั้งดีลเลอร์ได้ตามความเหมาะสม

Q : ปี 2567 PNA จะลงทุนใหม่ในด้านใดบ้าง

อย่างแรกคงไปเน้นที่การขยายโรงงานบางชัน เพื่อรองรับการผลิตรถ EV เนต้า ตามที่ผู้บริหารเนต้า ไทยแลนด์ แจ้งผ่านสื่อหลายสำนัก ระบุว่า NETA V-II จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นเเรกที่ NETA จะผลิตจากฐานผลิตนอกจีน โดยเมื่อในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2023 ได้ทำพิธีกดปุ่มไลน์ผลิตไปเรียบร้อยแล้ว และได้เริ่มทำ Pilot Production เมื่อมกราคมที่ผ่านมาโรงงานที่บางชันนี้จะมีกำลังการผลิต 20,000 คันต่อปี และไม่เกิน 40,000 คันต่อปี นอกจากนั้นก็จะมีลงทุนกับแบรนด์จีนใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมี 2 โชว์รูม

Q : การทำธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ต้องมีอะไรเป็นจุดขาย

เราค่อนข้างได้เปรียบคนอื่น ๆ โดยเฉพาะกลุ่มพระนครฯ คอร์บิสซิเนสเราคืออุตสาหกรรมรถยนต์ คลุกคลีกับอุตสาหกรรมมากว่า 60 ปี ระดับความน่าเชื่อถืออยู่ในลำดับต้น ๆ นอกจากนี้เรายังมีจุดเด่นด้านเซอร์วิส รวมถึงทุกแบรนด์ที่เราจำหน่าย มีบอดี้แอนด์เพนต์ทุกยี่ห้อ โดยเฉพาะแบรนด์วอลโว่ แม้ว่าเราจะเป็นแห่งที่ 3 แต่ถือว่าเป็น Volvo Certified Damage Repair Centre (VCDR) ดีที่สุดในเซาท์อีสต์เอเชียเลยทีเดียว ใช้เทคโนโลยี Dent Jet System จาก PIVAB มาตรฐานสวีเดนในขั้นตอนการอบสี เพื่อเป่าลมสะอาดรอบตัวถังรถทั้ง 4 มุม ผ่านหัวเป่าพลังเจ็ต 12 หัว ทำให้สีเรียบเนียนแห้งเร็ว

นอกจากนี้ยังใช้เทคโนโลยีสีสูตรน้ำ (Water Based Paint) ที่เป็นมาตรฐานของวอลโว่ เพื่อลดปริมาณสารพิษซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน เราต้องการมอบประสบการณ์และความพึงพอใจที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า เน้นการบริหารและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าเพื่อความยั่งยืน เพิ่มความคล่องตัว และความยืดหยุ่นของธุรกิจในภาพรวม เรารับทั้งรถใหม่และรถเก่า สามารถรองรับบริการได้สูงถึง 150 คันต่อเดือน

Q : มาร์จิ้นธุรกิจดีลเลอร์ยังถือว่าดีมากน้อยแค่ไหนในภาวะที่การแข่งขันสูง

จริง ๆ ต้องบอกว่ามาร์จิ้นไม่ดีมานานแล้ว ไม่ใช่เพราะนาทีนี้มีรถจีนเข้ามาเบียดตลาด บางแบรนด์แทบจะขายขาดทุนกันเลย บริษัทแม่ให้มาเท่าไรทิ้งให้ลูกค้าหมด เพราะต้องการให้ขายได้ ยิ่งถ้าบริษัทไหนพุชรถให้ดีลเลอร์มาก ๆ ก็ต้องตัดราคากันเต็มที่ เพื่อให้ได้วอลุ่ม แล้วค่อยไปเก็บคืนจากเซอร์วิส แต่ระยะหลังเริ่มมีการใช้นโยบายราคาเดียว

อย่างตอนนี้ที่เราขายอยู่มี 2 แบรนด์คือ วอลโว่กับเกรท วอลล์ฯ ก็ช่วยได้เยอะ เกรท วอลล์ฯ ดีลเลอร์ไม่ต้องสต๊อกรถทุกอย่างอยู่กับบริษัทแม่ เราก็ทำหน้าที่แค่ขาย ปล่อยรถให้ลูกค้า ส่วนยี่ห้ออื่นที่สต๊อกอยู่กับดีลเลอร์ บางครั้งบริษัทแม่ก็จะมีเงินซัพพอร์ต เช่น การทำกิจกรรมหรืออย่างกรณีโรดโชว์ตามสถานที่ต่าง ๆ

Q : PNA ขายหลายแบรนด์มีแผนจะทำมอเตอร์โชว์เองรึเปล่า

การทำกิจกรรมหรือโรดโชว์ก็ถือเป็นรูทีนของคนขายรถอยู่แล้ว แต่รวมหลาย ๆ แบรนด์เรายังไม่เคยทำ ปีนี้เราเริ่มด้วย CLEARANCE SALE ซึ่งถือเป็นกิจกรรมดี ๆ ที่จะมอบให้กับลูกค้า และกระตุ้นไปในตัว “PHRANAKORN CLEARANCE SALE @MEGA BANGNA” โดยเราได้รวม 3 แบรนด์ดังในเครือฟอร์ด, มิตซูบิชิ และมาสด้า ซึ่งเป็นรถเดโม่ รถผู้บริหารใช้แล้วไมล์น้อย เอามาทำโปรโมชั่นสุดพิเศษ พร้อมรวมสิทธิประโยชน์ ที่จะมอบให้ลูกค้าสูงสุดถึง 2 แสนบาท โดยงานนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-26 กุมภาพันธ์ 2567 ณ ลานน้ำพุ ศูนย์การค้าเมกาบางนาเชื่อว่างานนี้น่าจะมียอดจองในงานไม่ต่ำกว่า 100 คัน

นอกจากนี้ในเดือนหน้า วันที่ 9-10 มีนาคม 2567 ทางพระนคร สวีดิช คาร์ จะจัดงาน “VOLVO PHRANAKORN FEST 2023” ครั้งที่ 3 มหกรรมรถผู้บริหารป้ายแดง ไมล์น้อยขึ้นที่โชว์รูมวอลโว่ ถนนวิภาวดี ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากการจัดงานครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ที่ผ่านมา