มูลนิธิสืบฯ สวนกลับ สส.จันทบุรี ยันฟ้องศาลเพิกถอน EHIA อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด
เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ตอกกลับ สส.จันทบุรี พรรคภูมิใจไทย ยืนยันการจัดสรรน้ำเป็นหน้าที่รัฐ ไม่ใช่ NGO โต้ไม่ได้ค้านแล้ง แต่ EHIA หมกเม็ดข้อมูล ชี้เดินหน้าสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดรุกป่าเขาสิบห้าชั้นกว่า 6,000 ไร่ ทำลายต้นทุนธรรมชาติ ย้ำต้องเปลี่ยนวิธีคิดบริหารจัดการน้ำรับโลกร้อน
จากกรณีที่ พลตำรวจโท สุรพล วิรัตน์โยสินทร์ ส.ส.จันทบุรี เขต 1 จากพรรคภูมิใจไทย ถาม ‘มูลนิธิสืบฯ-NGO’ เวลาชาวสวนจันทบุรีประสบภัยแล้ง ’ท่านไปอยู่ที่ไหน’ หลังเปิดหน้าค้านสร้าง ’อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด’ (จากข่าว: https://www.facebook.com/reel/2419835711839673 )
ล่าสุด ‘อรยุพา สังขะมาน’ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร โพสต์ภาพช้างป่าที่ดำรงชีวิตอยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้นพร้อมข้อความชี้แจง ถึงประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่า
ขอตอบคำถามท่าน สส.จันทบุรี ที่ถามมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2569 โดยกล่าวถึงมูลนิธิสืบฯ เอาแต่ค้าน ชาวสวนประสบปัญหาภัยแล้งไปอยู่ที่ไหน … ดังนี้
1. หน้าที่ช่วยประชาชนในการจัดสรรน้ำให้ทั่วถึงและเป็นธรรม ไม่น่าจะใช่หน้าที่ของมูลนิธิสืบนาคะเสถียร และNGO ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมค่ะ
2. มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ตั้งแต่จดหมายฉบับแรกจนถึงฉบับก่อนฟ้องคดี ไม่ได้เสนอให้ยกเลิกการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด แต่เสนอให้ลดขนาดอ่างเก็บน้ำเพื่อหลีกเลี่ยงบ้านของสัตว์ป่าที่อยู่ในพื้นที่อุทยานเขาสิบห้าชั้นและประชาชนยังมีน้ำใช้ตามสมควร เพราะเราเข้าใจว่าน้ำคือสิ่งจำเป็น แต่อ่างเก็บน้ำที่จะเกิดขึ้นก็ไม่ควรทำลายต้นทุนทางธรรมชาติด้วยเช่นกัน แต่เมื่อมูลนิธิสืบฯมุ่งหน้าใช้สิทธิทางศาลแล้วเราจะไม่พูดถึงเรื่องลดขนาดอ่างเก็บน้ำอีก
3. ในวันที่พื้นที่ป่าของไทยลดลงอย่างต่อเนื่องในทุกๆปี รัฐตั้งเป้าให้ประเทศควรมีพื้นที่ป่าตามที่กำหนด แต่รัฐเองกลับไม่ได้ดูสิ่งที่ตนเองไปให้คำมั่นสัญญาทั้งในระดับประเทศและระดับโลก ป่าธรรมชาติที่มีอยู่เดิมไม่รักษาเน้นแต่ทำลาย การกระทำย้อนแย้งสวนทางไปหมด วันนี้ประเทศเราไม่ได้มีพื้นที่ป่าธรรมชาติมากเพียงพอที่จะทำอะไรโดยไม่คิดให้รอบคอบรอบด้านได้อีกต่อไปแล้ว
ในระดับโลกการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพเป็นสิ่งที่หลายๆฝ่ายกังวลใจมากที่สุด แต่รัฐไทยดูเหมือนจะเฉยๆ
ดังนั้น คำถามสำคัญในตอนนี้ เรายังสามารถบริหารจัดการน้ำแบบเดิมในปัญหาสิ่งแวดล้อมแบบใหม่สภาพอากาศที่คาดเดาได้ยากได้อยู่อีกหรือไม่?
4. EHIA ที่เป็นต้นทางนำไปสู่การตัดสินใจในระดับนโยบาย พวกเรา(นักวิชาการด้านป่าไม้ สัตว์ป่า เศรษฐศาสตร์ ,เครือข่ายองค์อนุรักษ์ฯ)ที่ช่วยกันอ่านEHIAพบว่า ในหลายจุดยังมีข้อกังขา ข้อคำถามถึงความถูกต้องของข้อมูลในEHIA เราคัดค้านการเห็นชอบการผ่านรายงานฉบับดังกล่าว และเห็นควรฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อเพิกถอนมติทั้งหมด เพราะพวกเราเห็นว่าประเทศไม่ควรเดินหน้าพัฒนาด้วยข้อมูลพื้นฐานที่ยังมีข้อท้วงติง หากข้อมูลพื้นฐานยังคงถูกตั้งคำถามและมีข้อคัดค้าน โต้แย้ง อาจนำไปสู่การประเมินมูลค่าที่ผิดพลาด และมาตรการลดผลกระทบที่ระบุไว้ในรายงานจะไม่สามารถปฏิบัติได้จริง
5. ประเด็นสุดท้าย ฝากถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านได้ทำหน้าที่ภายใต้ภารกิจของหน่วยงานตัวเองแล้วหรือยัง ? (ข้อนี้ให้สัมภาษณ์สื่อไปหลายหน แต่ไม่เคยเห็นนำเสนอ วันนี้ขอเขียนเอง)
นี่ยังไม่ได้พูดถึงประเด็นที่พื้นที่แห่งนี้ บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้นที่จะต้องถูกน้ำท่วมหากสร้างอ่างเก็บน้ำไป 6,000 กว่าไร่ ความเป็นบ้านของสัตว์ป่า การเป็นแนวเชื่อมต่อทางธรรมชาติ ฯลฯ แทบไม่ต้องลงทุนอะไรที่ไม่จำเป็น ไม่ต้องปลูกป่า ไม่ต้องสร้างคอริดอร์ให้สัตว์ป่า แค่รักษาให้ป่าผืนนี้ยังคงอยู่
กระบวนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่หากโครงการต่างๆเกิดขึ้นแล้วจะมีมาตรการลดผลกระทบได้มากที่สุดเพื่อสร้างความเชื่อมั่น แต่กระบวนการที่ว่านี้กลับล้มเหลว บ้านเราแทบไม่ได้รับความเชื่อถือ จากภาพสะท้อนที่เห็นการประท้วง คัดค้าน โครงการต่างๆเต็มไปหมด ไปจนถึงการใช้สิทธิทางศาล ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่มีเหตุผล เราพยายามใช้เหตุผลอย่างมากที่สุดแต่ไม่มีใครฟัง ขอบคุณค่ะ
อรยุพา สังขะมาน
เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร
12 สิงหาคม 2569
#EHIA.EIA.IEEพังเพราะกฎหมายไม่พอ
#แก้กฎหมายสิ่งแวดล้อมเท่านั้นคือคำตอบ
#ปกป้องผืนป่าสัตว์ป่าเพื่อความยั่งยืนของทุกชีวิต