ภาคีเครือข่าย ยื่น อย. ชูยุทธศาสตร์ 4 ด้าน ถอนรากถอนโคนยาปนสเตียรอยด์
มสภ.-กพย. เข้าพบเลขาธิการ อย. เสนอแผนการจัดการผลิตภัณฑ์สุขภาพอันตรายปนสเตียรอยด์ ชู 4 ด้าน “เฝ้าระวัง-กฎหมาย-รณรงค์-ความร่วมมือ” หวังสร้างระบบตรวจสอบข้ามหน่วยงานสกัดการขายทั้งในชุมชนและสื่อออนไลน์
มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค รายงานว่า เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์ราชการฯ กรุงเทพมหานคร ภาคีเครือข่ายจากหน่วยงานสาธารณสุขภาครัฐ เครือข่ายภาคประชาชน สื่อมวลชน และสถาบันการศึกษา ได้ร่วมแสดงเจตนารมณ์ในการจัดการปัญหาผลิตภัณฑ์สุขภาพอันตรายที่ลักลอบใส่สารสเตียรอยด์ ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง
ในโอกาสนี้ ภาคีเครือข่ายได้แก่ ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย) ศูนย์เฝ้าระวัง Tawai for Heath กลุ่มศึกษาปัญหายา เป็นตัวแทนภาคีเครือข่ายเฝ้าระวังด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ รวมถึงผู้ปฏิบัติการจากพื้นที่ ได้เข้าพบ เภสัชกรหญิง สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อยื่นเอกสาร แผนการจัดการผลิตภัณฑ์สุขภาพอันตรายที่ลักลอบใส่สารสเตียรอยด์ครอบคลุมทั้งการจำหน่ายในพื้นที่และการโฆษณาหรือจำหน่ายผ่านสื่อออนไลน์ ที่ผิดกฎหมาย พร้อมเสนอแนวทางการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและผลักดันให้เกิดเป็น นโยบายระดับชาติ
ปัญหาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ลักลอบใส่สารสเตียรอยด์เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาเป็นเวลานานเกินกว่า 20 ปี โดยพบประชาชนบางรายได้รับผลกระทบจากการบริโภคผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เช่น มีอาการภาวะ คุชชิง (Cushing’s syndrome) เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากการบริโภคสเตียรอยด์มากเกินและเป็นเวลาต่อเนื่องนาน ผู้ป่วยมักมีอาการหน้าบวม มีหนอก ผิวหนังบาง ภูมิคุ้มกันต่ำ กระดูกบางเปราะหักง่าย บางรายฟอกไต จนถึงขั้นเสียชีวิต รวมทั้งกดภูมิต้านทานทำให้ติดเชื้อง่าย
ขณะเดียวกันยังพบการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ลักษณะดังกล่าวในร้านชำ ตลาดนัด และพื้นที่ต่าง ๆ รวมถึงการขยายช่องทางการจำหน่ายผ่านสื่อออนไลน์
ข้อมูลจาก ศูนย์เฝ้าระวัง Tawai for Health ระหว่างวันที่ 7-14 สิงหาคม 2569 พบรายงานการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพอันตรายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ อาทิ Shopee, Lazada, TikTok และ Facebook รวมกว่า 208 รายงาน โดยพบการโฆษณาในลักษณะกล่าวอ้างสรรพคุณ เช่น ลดอาการปวดและไม่พบข้อมูลการขออนุญาตตามกฎหมาย ตัวอย่าง เช่น ยาผงจินดามณี ยาสมุนไพรไทย สมุนไพรรวมสูตรโบราณ และสมุนไพรอัดเม็ด ซึ่งมีการใช้ชื่อทางการค้าต่างๆ คุณธงชัย คุผนวัฒน์ เป็นต้น
ภาคีเครือข่ายจึงเสนอแนวทางการจัดการปัญหาแบบมีส่วนร่วม โดยมุ่งเน้นการบูรณาการข้อมูล การบังคับใช้กฎหมาย การสร้างความรอบรู้แก่ประชาชน และการเชื่อมโยงเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อให้สามารถป้องกัน เฝ้าระวัง ตรวจสอบ และจัดการปัญหาได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ผ่าน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่
- ด้านการสำรวจและเฝ้าระวัง พัฒนาระบบการสำรวจ ค้นหา และเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์สุขภาพต้องสงสัยทั้งในชุมชน ร้านค้า ตลาด และสื่อออนไลน์ พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างเครือข่าย
- ด้านกฎหมาย บูรณาการการตรวจสอบ การดำเนินคดี และการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และผู้โฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมายหรือเป็นอันตรายต่อประชาชน
- ด้านการรณรงค์และสื่อสาร สร้างความรู้และความตระหนักให้ประชาชนสามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพก่อนซื้อหรือบริโภค รวมถึงสื่อสารภัยจากผลิตภัณฑ์ที่ลักลอบปนสารสเตียรอยด์ผ่านช่องทางที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย
- ด้านความร่วมมือ สร้างกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคประชาชน สื่อมวลชน สถาบันการศึกษา และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันเฝ้าระวัง แจ้งเบาะแส แลกเปลี่ยนข้อมูลในการแก้ไขปัญหาการจำหน่ายในพื้นที่และผ่านสื่อออนไลน์ ผลักดันเป็นนโยบายระดับประเทศ
การรวมพลังของทุกภาคส่วนในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการจัดการปัญหาผลิตภัณฑ์สุขภาพอันตรายจากสารสเตียรอยด์ จากการแก้ไขปัญหาเป็นรายกรณี สู่การจัดการเชิงระบบและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อปกป้องประชาชนจากผลิตภัณฑ์สุขภาพอันตราย และสร้างระบบเฝ้าระวังที่เข้มแข็งและยั่งยืนพร้อมผลักดันให้การจัดการปัญหาผลิตภัณฑ์สุขภาพลักลอบปนสารสเตียรอยด์เป็นวาระเชิงนโยบายระดับชาติต่อไป