สหรัฐ-ไทย ลงนามศึกษา พัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรก เทคโนโลยี SMR
องค์การการค้าและการพัฒนาของสหรัฐอเมริกา (USTDA) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐ เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์เมื่อ 14 กันยายน 2026 ระบุว่า สนับสนุนการนำเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์เพื่อการใช้งานโดยสันติของสหรัฐมาใช้ประกอบการพิจารณาของประเทศไทยในการสำรวจแนวทางการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกของประเทศ
โดย USTDA ได้ลงนามในข้อตกลงกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้น ซึ่งจะดำเนินการวิเคราะห์ด้านเทคนิคเกี่ยวกับเทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบโมดูลาร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor – SMR) ของสหรัฐที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 600 เมกะวัตต์ ซึ่งเพียงพอต่อการจ่ายไฟฟ้าให้แก่หลายแสนครัวเรือน ขณะที่เศรษฐกิจไทยเติบโต ความต้องการไฟฟ้าของประเทศก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย การมีแหล่งผลิตไฟฟ้าที่มีความมั่นคงและเชื่อถือได้จึงมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจในวงกว้าง
“สำหรับสหรัฐอเมริกา ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการส่งเสริมนวัตกรรมของอเมริกา และบทบาทความเป็นผู้นำด้านพลังงานนิวเคลียร์เพื่อการใช้งานโดยสันติและเทคโนโลยีนิวเคลียร์ขั้นสูง ความร่วมมือนี้เป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูและขับเคลื่อนภาคพลังงานนิวเคลียร์ของสหรัฐ ซึ่งเป็นยุคแห่งการส่งเสริมนวัตกรรมและการลงทุนอีกครั้ง และกำลังสร้างโอกาสใหม่ในการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ทั้งในสหรัฐและทั่วโลก” โทมัส อาร์. ฮาร์ดี รองผู้อำนวยการ USTDA กล่าว
“ความร่วมมือนี้ยังสอดคล้องกับนโยบายต่างประเทศที่มีความสำคัญในวงกว้างของสหรัฐ นั่นคือการทำงานร่วมกับประเทศพันธมิตรที่มีความไว้วางใจซึ่งกันและกัน เพื่อขยายการเข้าถึงเทคโนโลยีพลังงานที่มีความน่าเชื่อถือ พร้อมทั้งเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานทั่วภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก” รองผู้อำนวยการ USTDA กล่าว
การศึกษาที่ได้รับการสนับสนุนจาก USTDA จะช่วยให้ กฟผ. สามารถประเมินพื้นที่ที่มีศักยภาพ ต้นทุน ตลอดจนขั้นตอนและข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่จำเป็นสำหรับการเดินหน้าตามแผนการนำเทคโนโลยี SMR มาใช้ในประเทศไทย โดยการศึกษาดังกล่าวจะดำเนินการอย่างเป็นกลางต่อผู้พัฒนาเทคโนโลยี และจะพิจารณาการออกแบบเครื่องปฏิกรณ์จากบริษัทสหรัฐ ได้แก่ GE Hitachi, Holtec, Kairos Power, NuScale, TerraPower, Westinghouse และ X-Energy ข้อเสนอแนะจากการศึกษาจะช่วยวางแนวทางสำหรับประเทศไทยในการพัฒนาแหล่งพลังงานที่มีความมั่นคงและมีความหลากหลายมากขึ้น พร้อมเปิดโอกาสให้บริษัทสหรัฐ มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานนิวเคลียร์เพื่อการใช้งานโดยสันติของประเทศไทย
โครงการต่าง ๆ ที่ได้รับการสนับสนุนจาก USTDA ดำเนินการโดยบริษัทของสหรัฐโดยประกาศเชิญชวนให้ยื่นข้อเสนอสำหรับการศึกษาครั้งนี้จะเผยแพร่ที่เว็บไซต์: www.ustda.gov/work/bid-on-an-overseas-project
ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น รัฐบาลไทยได้คำนึงถึงความเป็นไปได้ในการนำเทคโนโลยี SMR มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศในระยะยาว การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน SMR จะช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นและความมั่นคงของระบบโครงข่ายไฟฟ้าไทย สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงช่วยส่งเสริมบทบาทของประเทศไทยในฐานะผู้นำระดับภูมิภาคด้านเทคโนโลยีพลังงานขั้นสูง
ดร.นรินทร์ เผ่าวานิช ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า “การสนับสนุนครั้งนี้ถือเป็นรากฐานสำคัญสำหรับประเทศไทยในการประเมินความเป็นไปได้ของเทคโนโลยี SMR ในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและสนับสนุนอนาคตด้านพลังงานที่สะอาดยิ่งขึ้น เราให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับโอกาสในการเรียนรู้จากนวัตกรรม ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ของสหรัฐฯ พร้อมทั้งเดินหน้าส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสองประเทศ”
การสนับสนุนดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของความร่วมมืออันยาวนานระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ขณะที่ประเทศไทยพิจารณาอย่างรอบคอบถึงบทบาทที่เป็นไปได้ของเทคโนโลยี SMR ในระบบพลังงานของประเทศในอนาคต
ทั้งนี้ องค์การการค้าและการพัฒนาของสหรัฐอเมริกา (USTDA) เป็นหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐ ที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ โดยส่งเสริมความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และประเทศพันธมิตร พร้อมทั้งสนับสนุนการใช้โซลูชันที่เชื่อถือได้จากสหรัฐฯ ผ่านการให้ทุนสนับสนุนด้านเทคนิคในระยะเริ่มต้นของโครงการ เพื่อช่วยเร่งการพัฒนาโครงการและสนับสนุนการจัดหาเงินทุน รวมถึงการจัดซื้อสินค้าและบริการจากสหรัฐ