เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
Business ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
Finance ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
Real Estate จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
Economic ‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
World ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
Real Estate ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
Real Estate เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
Real Estate ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
มธ. เปิดสมัครแข่งล่ามระดับชาติ “TNIC 2027” สมัครฟรี! เฟ้นตัวแทนไทยลุยศึกมาเลเซีย
Biz Movement มธ. เปิดสมัครแข่งล่ามระดับชาติ “TNIC 2027” สมัครฟรี! เฟ้นตัวแทนไทยลุยศึกมาเลเซีย
พระราชินี ทอดพระเนตร การแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งระหว่างญี่ปุ่น-เกาหลี
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทอดพระเนตร การแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งระหว่างญี่ปุ่น-เกาหลี
ดูทั้งหมด

ปัญหาสะสม

07 ก.ค. 2567 | 07:38น.
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : สันติ จิรพรพนิต

ช่วงเวลา 9-10 เดือน ที่รัฐบาลชุดปัจจุบันเข้ามาบริหารประเทศ

ภาพรวมเศรษฐกิจไทยเกือบทุกภาคส่วน อยู่ในภาวะกะปลกกะเปลี้ยอย่างมาก

ข่าวปิดโรงงาน เลิกกิจการ หรือย้ายฐานการผลิต มีออกมาให้เห็นอยู่เนือง ๆ

แต่ที่สาหัสสากรรจ์และส่งผลกระทบวงกว้าง ไม่พ้นอสังหาริมทรัพย์และรถยนต์

ราคาน้ำมันและก๊าซหุ้งต้มปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง สวนทางกับตลาดหุ้นที่ปักหัวลง

จึงเริ่มมีเสียงบ่น หรือไม่พอใจออกมาเรื่อย ๆ

รัฐบาลชุดปัจจุบันต้องรับผิดชอบหรือไม่ ?

แน่นอนส่วนหนึ่งปฏิเสธไม่ได้ เพราะคือภาระหน้าที่หลัก

แต่หากจะโยนความผิดให้ทั้งหมด ดูจะไม่เป็นธรรมสักเท่าใดนัก

เพราะปัญหาเศรษฐกิจในตอนนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิด แต่เป็นสิ่งที่สะสมมายาวนานหลายปี

หากเจาะลึกรายละเอียดของบริษัททั้งไทยและข้ามชาติ รวมถึงโรงงานน้อยใหญ่ที่ปิดตัวแบบรัว ๆ ในช่วงที่ผ่านมา

พบว่าขาดทุนสะสมต่อเนื่องอย่างน้อย 3-4 ปีมาแล้ว

ก่อนเจอ “ฟางเส้นสุดท้าย” พร้อม ๆ กันในช่วงเวลานี้พอดี

แล้วจักโทษรัฐบาลชุดที่แล้วได้หรือไม่ ?

นั่นก็ไม่เต็มปากเต็มคำเช่นกัน เพราะเกิดโคตรอภิมหาโรคระบาด “โควิด-19”

รวมถึงสงครามที่ก่อตัวขึ้นหลายภูมิภาค

อีกหนึ่งประเด็นที่รัฐบาลชุดปัจจุบันโดนแซะบ่อย ๆ ไม่พ้นเรื่องราคาน้ำมัน

การปล่อยให้น้ำมันดีเซลทะลุเพดาน 30 บาท/ลิตร และก๊าซหุงต้มปรับสูงขึ้น ขณะที่รัฐบาลชุดก่อนตรึงเอาไว้ได้

พลอยทำให้ฝ่ายตรงข้ามหยิบยกมาอ้างถึงอยู่เนือง ๆ

โดยอาจลืมว่าหลายปีก่อนหน้านี้ เงินกองทุนน้ำมันถูกผลาญไปกับการอุ้มราคาดีเซลและก๊าซหุงต้มมากขนาดไหน

ไม่เพียงเท่านั้น ก่อนรัฐบาลชุดปัจจุบันจะเป็นรูปเป็นร่าง คนเก่าออก พ.ร.ก.ให้คลังค้ำประกันเงินกู้ 1.5 แสนล้านบาท เพื่อบริหารจัดการกองทุนน้ำมัน

แม้ใช้ไม่เต็มวงเงิน แต่ก็กู้มาราว ๆ 1.1 แสนล้านบาท แถม พร.ก.ฉบับนี้หมดอายุไปก่อนที่รัฐบาลชุดปัจจุบันจะเข้ามารับช่วงต่อ

ไม่นับกลไกทางภาษีที่ถูกใช้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เพื่อตรึงราคาดีเซลและก๊าซหุงต้มมายาวนาน

ทำให้เมื่อทีมบริหารชุดใหม่เข้ามา เครื่องมือที่จะนำมาแก้ไข หรือบรรเทาความเดือดร้อนโดนใช้ไปเกือบหมดแล้ว

เช่นเดียวกับปัญหาหนี้ครัวเรือน ที่เป็นต้นเหตุหลักทำให้การบริโภคภายในประเทศหดตัวอย่างรุนแรง

นับจากปี 2562 เป็นต้นมา ตัวเลขหนี้ครัวเรือนไทยพุ่งขึ้นเกือบทุกไตรมาส

ทำให้ ณ ปลายปี 2566 คนไทยมีหนี้ครัวเรือนรวม 16.2 ล้านล้านบาท คิดเป็น 91.3% ต่อจีดีพี

ส่วนตัวเลขหนี้สาธารณะก็เพิ่มสูงอย่างมีนัยสำคัญ เพราะรัฐบาลชุดที่แล้วออก พ.ร.ก.กู้เงิน 2 ฉบับ รวม 1.5 ล้านล้านบาท

ส่วนหนึ่งเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และเยียวยาประชาชนช่วงโควิด-19

ปัจจุบันหนี้ก้อนนี้คงเหลือราว ๆ 1.3 ล้านล้านบาท

รวมถึงกู้เงินมาโปะการขาดดุลงบประมาณทุก ๆ ปี

อย่าลืมว่าช่วงปิดปี 2566 รัฐบาลชุดปัจจุบันเพิ่งตั้งไข่ เข้ามารับหน้าที่ได้ราว 3 เดือนเท่านั้น

ขณะที่รัฐบาลชุดก่อนหน้า หรือหากนับเฉพาะตัวนายกรัฐมนตรี บริหารประเทศมานานถึง 9 ปี (2557-2566)

การเข้ามารับช่วงต่อในสถานการณ์แบบนี้ จึงไม่ใช่เรื่องง่าย

หากเทียบกับในอดีตคงไม่ต่างจากสมัยพรรคประชาธิปัตย์ เข้ามาหลังวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540

สมัยนั้นเจอปัญหารุมเร้า ทั้งค่าเงินบาทอ่อนยวบ หนี้เงินกู้ต่างประเทศ และอื่น ๆ จนต้องสั่งปิดสถาบันการเงินมากมาย

ตอนนั้นพรรคประชาธิปัตย์โดนถล่มไปไม่น้อย

แม้การเข้ามารับช่วงบริหารประเทศท่ามกลางปัญหาหมักหมมมานานหลายปี ทำให้เกิดข้อจำกัดมากมาย

แต่อีกทางเป็นการพิสูจน์ความสามารถของทีมงานด้วยเช่นกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เศรษฐกิจไทย