ลิซ่าาาาา

Market Think
สรกล อดุลยานนท์

ต้องยอมรับถึงความโด่งดังของ “ลิซ่า” ศิลปินไทยของค่าย YG Entertainment ประเทศเกาหลีใต้

เธอไม่ได้โด่งดังแค่ในไทย หรือเอเชีย

แต่เป็นระดับโลก

ความโด่งดังของ “ลิซ่า” ทำให้เกิดกระแสขึ้นมา 2 เรื่อง

เรื่องแรก คือ ความพยายามดึง “ลิซ่า” มาโปรโมตสินค้า

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเริ่มต้นก่อนด้วยการดึงมาโปรโมตการท่องเที่ยวไทย

หวังให้มางานเคานต์ดาวน์ 2022 ที่ จ.ภูเก็ต ค่าตัว 100 ล้านบาท

แนวคิดเรื่องดึง “ลิซ่า” มาโปรโมตเมืองไทยนั้น ผมเห็นด้วย เพราะเป็นศิลปินไทยคนเดียวที่ถือว่าอยู่ในระดับโลก

มีแฟนคลับติดตามในอินสตาแกรมถึง 64.2 ล้านคน

รัฐบาลออกข่าวใหญ่โต รัฐมนตรีก็ออกมาประกาศว่า “ลิซ่า” ยืนยันมาแน่ จะเซ็นสัญญาสัปดาห์หน้า

ไม่กี่วัน ค่าย YG ออกมาแถลงว่า “ลิซ่า” มาไม่ได้ เพราะติดคิวงานล่วงหน้าแล้ว

…เพล้ง

เรียบร้อย จบข่าว

ในขณะเดียวกัน สินค้าอีกตัวหนึ่ง “ยาสีฟันเดนทิสเต้” ก็ดึง “ลิซ่า” มาเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์

เฉพาะค่าตัวมีข่าวว่า ประมาณ 65 ล้านบาท

ค่ายได้ไป 30% ประมาณ 20 ล้านบาท ส่วน “ลิซ่า” 60% 45 ล้านบาท

เห็นตัวเลขแล้วก็ตกใจเหมือนกัน เพราะใช้งบฯการตลาดรวมสูงมากถึง 300 ล้านบาท

แต่เพราะ “เดนทิสเต้” เป็นยาสีฟันของคนไทย วางจำหน่ายถึง 25 ประเทศทั่วโลก

งบฯก้อนนี้จึงถือว่าสมเหตุสมผล

ประเด็นที่น่าสนใจ คือ ยาสีฟัน “เดนทิสเต้” ราคาค่อนข้างสูง เจาะกลุ่มคู่รัก อายุประมาณ 30-40 ปี ที่ต้องกา

ตื่นมาแล้ว ปากยังหอมสดชื่น

การนำ “ลิซ่า” มาเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของสินค้าครั้งนี้ คือ การขยายกลุ่มเป้าหมายให้กว้างขึ้น

น่าสนใจว่าผลตอบรับจะเป็นอย่างไร

ส่วนกระแสที่ 2 เป็นเรื่องกึ่งการเมือง

“ลิซ่า” ทำให้คนพูดถึงพลังของซอฟต์พาวเวอร์มากขึ้น

รัฐบาลก็อยากพัฒนาเรื่องนี้ เพื่อให้คนไทยไประดับโลกมากขึ้น

แต่มีคนติงว่า อย่าอ้าง “ลิซ่า” มากนัก

เพราะ “ลิซ่า” เป็นคนไทยก็จริง

แต่ที่เขาก้าวไประดับโลกนั้น ไม่ใช่เพราะประเทศไทย

เป็นฝีมือของเกาหลีล้วน ๆ

ถ้า “ลิซ่า” ยังอยู่เมืองไทย ก็คงไปไม่ไกลเท่านี้

เราต้องยอมรับว่า เกาหลีใต้ เอาจริงเอาจังกับเรื่อง “ซอฟต์พาวเวอร์” มาก

ใครจะไปนึกว่าวันหนึ่ง อุตสาหกรรมบันเทิงของเกาหลีจะก้าวไประดับโลก

เพลง K-pop ก็ระดับโลก


หนังก็ระดับโลก

ไปคว้ารางวัลออสการ์มาแล้ว

ซีรีส์ต่าง ๆ ก็ได้รับความนิยมจากทั่วโลก

เน็ตฟลิกซ์ที่เคยตั้งสำนักงานที่สิงคโปร์ ก็ย้ายไปเกาหลีแล้ว

งบประมาณที่จะลงทุนการสร้างซีรีส์ในเอเชีย ก็ไปอยู่ที่เกาหลีใต้ถึง 50%

พอส่งออกหนังและเพลงได้

เขาก็ส่งออกวัฒนธรรมได้

ทั้งอาหาร และการท่องเที่ยว

ความสำเร็จครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นฝีมือภาคเอกชน

แต่ส่วนสำคัญ คือ การสนับสนุนจากภาครัฐ

รัฐบาลเกาหลีใต้มีวิสัยทัศน์ไกลมาก เขาทุ่มเทกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง

มองทะลุว่า ถ้าแจ้งเกิดเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ได้

อะไรจะตามมา

ต้องขอบคุณ “ลิซ่า” ที่ทำให้พรรคการเมืองไทย เริ่มหันมามองเรื่องนี้

และหวังว่าจะเห็นผลในรัฐบาลหน้า

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ