ฟุตบอลโลก 2026
นับเป็นกระแสที่ได้รับความสนใจอย่างมาก สำหรับกรณีที่ บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) ประกาศคว้าสิทธิ์การถ่ายทอดสด ฟุตบอลโลก 2026 อย่างเป็นทางการ เมื่อคืนที่ผ่านมา ก่อนเริ่มการแข่งขันเพียงไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า จนทำให้ช่วงเช้าวันนี้ หุ้นที่เกี่ยวข้อง ทั้ง JAS และ MONO ราคาพุ่งขึ้น และกำลังจะมีการแถลงข่าวในช่วงบ่ายนี้
ล่าสุด บล.ดาโอ (ประเทศไทย) เปิดเผยบทวิเคราะห์ถึงกรณีดังกล่าว โดยมีมุมมองเป็นบวก และมองถึงหุ้น-กลุ่มหุ้นที่จะได้อานิสงส์จากการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ในประเทศไทย
โดย บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุว่า “JAS ประกาศคว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ในประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว ก่อนหน้านี้ SIAMSPORT ได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวระดับสูงว่า หากการเจรจาบรรลุข้อตกลง สมาชิก MONOMAX ที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันจะสามารถรับชมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ได้ทันทีผ่านแพ็กเกจเดิม โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และล่าสุดข้อมูลดังกล่าวก็มีแนวโน้มเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ขณะเดียวกัน ผู้สมัครสมาชิกใหม่ก็จะสามารถรับชมการแข่งขันได้ภายใต้แพ็กเกจปกติเช่นเดียวกัน โดยไม่จำเป็นต้องซื้อแพ็กเกจพิเศษสำหรับฟุตบอลโลกเพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า JAS เตรียมแบ่งสิทธิ์ถ่ายทอดสดบางส่วนให้กับฟรีทีวี เพื่อเปิดโอกาสให้แฟนบอลชาวไทยเข้าถึงการแข่งขันได้อย่างทั่วถึง โดยคาดว่าจะครอบคลุมราว 50% ของจำนวนแมตช์ทั้งหมด รวมถึงเกมนัดเปิดสนามและนัดชิงชนะเลิศด้วย สำหรับฟุตบอลโลก 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน – 19 กรกฎาคม 2026 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก โดยเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มี 48 ชาติเข้าร่วมแข่งขัน และมีโปรแกรมการแข่งขันรวมทั้งสิ้น 104 นัด
ทั้งนี้ รายละเอียดอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับช่องทางการรับชม โปรแกรมถ่ายทอดสด และการแบ่งสิทธิ์ให้สถานีโทรทัศน์ต่าง ๆ คาดว่าจะมีการประกาศเพิ่มเติมในเร็ว ๆ นี้ (ที่มา: Siamsport)”
บล.ดาโอ ระบุว่า มีมุมมองเป็นบวกจากประเด็นข้างต้น โดยคาดว่าหุ้นที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือ CBG (ถือ/เป้า 40.00 บาท), OSP (ซื้อ/เป้า 19.00 บาท), CENTEL (ซื้อ/เป้า 37.00 บาท), SNNP (ถือ/เป้า 6.20 บาท)
นอกจากนี้ ยังมีการระบุหุ้นที่ได้ประโยชน์จากมากไปน้อย แบ่งตามประเภทธุรกิจดังนี้
กลุ่ม ICT
JAS (NR), MONO (NR) มีโอกาสแบ่ง sub-license ให้ช่องทีวีดิจิทัลหรือพันธมิตรอื่นบางแมตซ์ นอกเหนือจากนี้ JAS ยังสามารถขายโฆษณาระหว่างการแข่งขัน และ sponsorship ต่าง ๆ ด้วย สำหรับ MONO ได้ประโยชน์จาก subscribers ที่จะเพิ่มขึ้น
ADVANC (NR), TRUE (NR) ช่วงแข่งขันมีการรับชมผ่านมือถือและสตรีมมิงมากขึ้น โดยเฉพาะแมตช์ที่เตะช่วงดึกถึงเช้า ทำให้ปริมาณการใช้งานดาต้าเพิ่มขึ้น
กลุ่ม Food & Beverage
ได้รับประโยชน์จากการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่เพิ่มขึ้น โดยหุ้นที่ได้ประโยชน์ ได้แก่ CBG (ถือ/เป้า 40.00 บาท), OSP (ซื้อ/เป้า 19.00 บาท), SAPPE (ถือ/เป้า 30.00 บาท), ICHI (NR), SNNP (ถือ/เป้า 6.20 บาท)
กลุ่มท่องเที่ยว
CENTEL (ซื้อ/เป้า 37.00 บาท) ได้ประโยชน์จากธุรกิจอาหารที่มีแนวโน้มเติบโตได้ดี โดยเฉพาะ KFC (สัดส่วนรายได้ 44% ของธุรกิจอาหาร) อ้างอิงจาก 2Q18 และ 4Q22 ที่มีบอลโลก ส่งผลให้รายได้ธุรกิจอาหารเพิ่มขึ้นได้ดี +10% YoY และ +17% YoY ตามลำดับ
กลุ่ม Commerce
CPALL (ซื้อ/เป้า 63.00 บาท) ได้ประโยชน์จาก traffic และกำลังซื้อกลุ่ม FMCG ในช่วงบอลโลก
กลุ่ม Media
PLANB (ซื้อ/เป้า 5.50 บาท) ได้ประโยชน์จากเม็ดเงินโฆษณาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากกลุ่ม FMCG ที่คาดว่าจะใช้เม็ดเงินโฆษณาเพิ่มในช่วงบอลโลก เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ
ทั้งนี้ JAS ได้มีการชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ถึงการคว้าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างการนำเสนอคณะกรรมการบริษัทในวันนี้ (11 มิ.ย.) เพื่อเข้าทำรายการดังกล่าว และจะแจ้งสารสนเทศต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ และผู้ถือหุ้นต่อไป