Skip to content

นายกฯ 8 ปี กกต. ตีตก ไม่จำเป็นต้องพิจารณา วาระดำรงตำแหน่ง

22 ส.ค. 2565 | 15:59น.
นายกฯ 8 ปี กกต. ตีตก ไม่จำเป็นต้องพิจารณา วาระดำรงตำแหน่ง

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่รับพิจารณาคำร้องของ นายศรีสุวรรณ จรรยา กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี 8 ปี ไม่ต้องส่งต่อไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

วันที่ 22 สิงหาคม 2565  มีรายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต. ) มีมติไม่ส่งเรื่องวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2565

โดยให้เหตุผลว่า “การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 ซึ่ง กกต.มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสาม ที่สามารถเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยได้”

สำหรับเหตุผลที่ กกต.มีมติดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าสมาชิกรัฐสภา ได้ดำเนินการยื่นคำร้องผ่านนาย ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้ว เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 แล้ว กกต.จึงไม่จำเป็นต้องพิจารณา

ทั้งนี้มาตรา 82 แห่งรัฐธรรมนูญ 2560 ระบุว่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา จํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบ ของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา มีสิทธิเข้าชื่อร้องต่อประธานแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิก

ว่าสมาชิกภาพของสมาชิกคนใดคนหนึ่งแห่งสภานั้นสิ้นสุดลงตามมาตรา 101 (3) (5) (6) (7) (8) (9) (10) หรือ (12) หรือมาตรา 111 (3) (4) (5) หรือ (7) แล้วแต่กรณี และให้ประธานแห่งสภา ที่ได้รับคําร้อง ส่งคําร้องนั้นไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของสมาชิกผู้นั้นสิ้นสุดลงหรือไม่ เมื่อได้รับเรื่องไว้พิจารณา

หากปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่าสมาชิกผู้ถูกร้องมีกรณีตามที่ถูกร้อง ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคําสั่งให้สมาชิกผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคําวินิจฉัย และเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคําวินิจฉัยแล้ว ให้ศาลรัฐธรรมนูญแจ้งคําวินิจฉัยนั้นไปยังประธานแห่งสภาที่ได้รับ คําร้องตามวรรคหนึ่ง ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของสมาชิกผู้ถูกร้องสิ้นสุดลง ให้ผู้นั้น พ้นจากตําแหน่งนับแต่วันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ไม่กระทบต่อกิจการที่ผู้นั้นได้กระทําไปก่อนพ้นจากตําแหน่ง

มิให้นับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาซึ่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคสอง เป็นจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา ในกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งเห็นว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิก วุฒิสภาคนใดคนหนึ่งมีเหตุสิ้นสุดลงตามวรรคหนึ่ง ให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยตามวรรคหนึ่ง ได้ด้วย