ครม.ไฟเขียว ส่งมอบพื้นที่โรงงานมักกะสัน ปลดล็อกไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน

ครม.เห็นชอบการแก้ไขปัญหาส่งมอบพื้นที่บริเวณโรงงานมักกะสันสนับสนุนบริการรถไฟของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน

วันที่ 27 กันยายน 2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบเรื่องการแก้ไขปัญหาส่งมอบพื้นที่เพื่อสนับสนุนบริการรถไฟของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน บริเวณพื้นที่โรงงานมักกะสัน 

น.ส.ไตรศุลีกล่าวว่า โดยให้กรมที่ดิน และกระทรวงมหาดไทย ดำเนินการแก้ไข ทบทวน หรือปรับปรุงระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วย หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการอนุญาตตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2543

ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการขอใช้สาธารณสมบัติของแผ่นดิน อนุญาตให้ใช้ได้ไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันออกใบอนุญาต และการห้ามไม่ให้ขุดพื้นดินลึกจากพื้นดินทั่วไปเกินกว่า 5 เมตร เพื่อให้โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน สามารถดำเนินการขออนุญาตการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และขออนุญาตก่อสร้างได้ ในระหว่างที่อยู่ในขั้นตอนการขอถอนสภาพ

น.ส.ไตรศุลีกล่าวว่า สำหรับการขอใช้และการขอถอนสภาพลำรางสาธารณประโยชน์ที่อยู่ระหว่างดำเนินการตามระเบียบปฏิบัติปัจจุบันนั้น เมื่อได้มีการปรับปรุงระเบียบกระทรวงมหาดไทย และมีผลบังคับใช้แล้วให้สามารถใช้แนวทางปฏิบัติตามระเบียบใหม่ไปดำเนินการต่อเนื่องได้ ซึ่งปัจจุบันสำนักงานคณะกรรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ได้ดำเนินการยื่นขอเพิกถอนลำรางสาธารณะดังกล่าวแล้ว โดยอยู่ระหว่างเสนอให้สภากรุงเทพมหานครให้ความเห็นชอบก่อนดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดต่อไป

Advertisment

น.ส.ไตรศุลีกล่าวว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน เป็นหนึ่งในโครงการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งที่สำคัญในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Flagship Project) โดยปัจจุบันการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างดำเนินการส่งมอบพื้นที่ดำเนินโครงการ ให้เอกชนคู่สัญญาตามที่กำหนดในสัญญาร่วมลงทุนโครงการถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน 

น.ส.ไตรศุลีกล่าวว่า พื้นที่ที่ต้องส่งมอบให้เอกชนคู่สัญญา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขการเริ่มต้นดำเนินโครงการ ในสัญญาร่วมลงทุน ประกอบด้วย พื้นที่ของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินเกี่ยวกับรถไฟ และพื้นที่เพื่อสนับสนุนบริการของรถไฟ โดย ร.ฟ.ท.ได้ดำเนินการจนมีความพร้อมแล้ว แต่ยังมีประเด็นปัญหาที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขให้ได้ข้อยุติดังกล่าว