กองอำนวยการเลือกตั้งเพื่อไทย ส่งข้อความถึงว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ต้องขยันลงพื้นที่ หลังก้าวไกลตามติด “ภูมิธรรม” ขันน็อต พึงใส่ใจความรู้สึกประชาชน หากต้องการแลนด์สไลด์
วันที่ 18 เมษายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองอำนวยการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ส่งข้อความผ่านไลน์ไปยังว่าที่ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา โดยมีการแนบข้อความของผู้มีสิทธิเลือกตั้งรายหนึ่ง ระบุว่า “รบกวนหน่อยค่ะ เสียงจากคน ตจว.ค่ะ เห็นในทวีตมีคนบ่น/ตำหนิ หลายคนมาก ๆ ว่า ผู้สมัคร ส.ส.เขต เพื่อไทย ไม่ค่อยขยันหาเสียง วันนี้เพิ่งเห็น คุณสุนัย ผาสุก ก็บ่นในทวิต ส่วนนี่อยู่ลพบุรี เขต 2 นับป้ายได้เลย น้อยที่สุด ในถนนย่อยนี่ไม่มีเลย”
“พรรคอื่นเพียบ แม้กระทั่งเสรีรวมไทย แต่ พท. ไม่มี รถหาเสียง รวมไทยสร้างชาติ วิ่งวันละหลายรอบ จนจำเบอร์ได้แล้ว ส่วนของ พท. กริบมาก สงสารแกนนำ แคนดิเดต หาเสียงหนักมาก แต่ ผู้สมัคร ส.ส. ไม่ออกหาเสียงเลย กินแรง เสียงคนบ่นหนาหูมาก ๆ เครียดกลัวจะต้องอยู่กับลุงตู่อีกหลายปี”

จากนั้นกองอำนวยการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ระบุถึงผู้สมัคร ส.ส. ทุกคนว่า ข้อความเช่นนี้ส่งเข้ามาที่กองอำนวยการเลือกตั้งของพรรค เยอะมากทุกวัน ประกอบกับโพลเรานำโด่งในช่วงแรกและเริ่มนิ่งในขณะที่ “ก้าวไกล” วิ่งตามมาติด ๆ ในช่วง 2-3 สัปดาห์หลัง คะแนนก้าวไกลพุ่งขึ้นมาเรื่อย ๆ หลายเขตจำนวนไม่น้อยจ่อเข้าที่สองเกือบทุกเขต
ถ้าพวกท่านยังขยันไม่พอและไม่เข้าหาประชาชน…เราคงไม่สามารถบรรลุเป้าหมายในการแลนด์สไลด์ได้ตามที่ต้องการ ซึ่งจะเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยวดยิ่ง ต้องขอแรงและขอความพยายามทุกท่านให้ช่วยกันอย่างสุดความสามารถอีกครั้งครับ
ต่อมานายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์รายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ว่า เราชื่นชมในผลคะแนนนิยมของเราซึ่งจริง ทุกคนรับรู้ได้ในพื้นที่ชนบท แม้กระทั่งภาคใต้ แม้เราจะดีแล้วแต่เรายังไม่พอใจกับสิ่งที่เป็น เพราะชนะอย่างเดียวไม่พอ ต้องชนะแบบแลนด์สไลด์ ดังนั้น วันนี้คือกระบวนการกระตุ้นคนของเรา ให้ทำงานให้มากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าขณะนี้กำลังล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เพราะดูผลโพลได้ว่ามันไม่เป็นอย่างนั้น
มีเรื่องผู้ที่เป็นผู้สนับสนุนเราเสนอมา ต้องยอมรับว่าที่เป็นประเด็นเราให้ความสำคัญกับทุกความคิดเห็น แต่ภาพรวมทั้งประเทศยังไม่เป็นแบบนั้น เรื่องป้ายหาเสียง กกต. ให้ป้ายพรรคเป็นจำนวน 2 เท่าของจำนวนหน่วยเลือกตั้งทั้งจังหวัด ป้ายเขตเป็น 2 เท่าของหน่วยเลือกตั้งในเขต ประมาณ 400 ป้ายบวกลบ
อยากให้ กกต.ไปดูป้ายหาเสียงทั้งหมดว่าแต่ละพรรคมีเท่าไหร่ เพราะนับดูแล้ว 3-4 เท่า ทั้งนั้น ป้ายน้อยไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับเรา เราทำตามกติกา เพราะเราเป็นพรรคใหญ่ที่ถูกจับตามอง ดังนั้น เราทำอะไรผิด จะเป็นปัญหา คนอื่นทำอะไรผิดไม่ค่อยเป็นปัญหาดังนั้น เราใช้วิธีปักป้ายในจุดยุทธศาสตร์ที่คนได้เห็นมากขึ้น
นายภูมิธรรมกล่าวว่า ส่วนการที่ไม่เห็นผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทยลงพื้นที่ เป็นความเป็นจริงที่หลายพื้นที่ไม่เห็นคนของเรา แต่ต้องยอมรับว่าหน่วยเลือกตั้งกว้างขวาง เพราะใช้วิธีที่เรียกว่าเป็นผู้แทนแขวง ไม่ใช่เป็นผู้แทนประเทศ เพราะเขตเลือกตั้งกว้างขวาง ดังนั้น ผู้สมัครต้องเข้าไปในพื้นที่ที่คนของเรายังไม่คุ้นเคยที่จะเข้าไป แต่การสื่อสารกับประชาชนไม่ใช่มีแค่ตัวผู้สมัคร ส.ส. อย่างเดียว

แต่เรามีการปราศรัยใหญ่ที่เราใช้ทัพใหญ่ในแต่ละพื้นที่ก็เป็นวิธีหนึ่งในการสื่อสาร หรือ การใช้โซเชียลมีเดีย พรรคสื่อสารกับประชาชนโดยตรง ตราบใดที่ประชาชนยังได้รับข้อมูลข่าวสาร ก็ยังไม่ได้เป็นเรื่องขาดการติดต่อ
“แต่ ส.ส.พื้นที่ต้องพึงใส่ใจที่พี่น้องประชาชนเขายังรู้สึกว่าเขาอยากสัมผัสตัวตนจริง ๆ ก็ต้องไปให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ดังนั้น จดหมายจากกองอำนวยการเลือกตั้งก็เพียงแต่กระตุ้นให้ ส.ส.ทำหน้าที่ ไม่ได้หมายความว่าเรากำลังแย่แล้ว ก้าวไกลกำลังจะมา แล้วแต่จะตีความ เรารับคำวิจารณ์มาปรับปรุง” นายภูมิธรรม กล่าว
นายภูมิธรรมกล่าวถึงยุทธศาสตร์หาเสียงเลือกตั้งโค้งสุดท้าย ว่าวันนี้เป็นการต่อสู้ระหว่างสองระบบ ระหว่างระบบประชาธิปไตย กับ ระบบประยุทธ์ วันนี้คนชัดเจนแล้วว่าประชาชนต้องการการเปลี่ยนแปลง ต้องการความหวัง ต้องการอนาคต ต้องดูว่ากลไกการเปลี่ยนแปลงคืออะไร วันนี้มี ส.ว. 250 เพียงแค่ได้พรรครวมไทยสร้างชาติได้ ส.ส. 25 คน เพื่อเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ได้ และเขามี 275 เสียง พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาแน่นอน
“ประชาชนต้องเลือกการเปลี่ยนแปลง ต้องเลือกอะไรแห่งการเปลี่ยนแปลง เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคเดียวในขณะนี้ที่เป็นเครื่องมือให้ประชาชนได้ เลือกพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำที่เอาชนะได้ที่ 1 ให้ขาด ยุทธศาสตร์หลังจากดูโพลครั้งสุดท้ายวันที่ 25 เมษายนทุกอย่างจะร้อยเรียงกัน และจะปรากฏต่อประชาชนในช่วงโค้งสุดท้าย” นายภูมิธรรมกล่าว
นายภูมิธรรมกล่าวว่า ถ้าไม่เลือกเราเขามาแน่ โดยวิธีคิดถ้าอยากได้ลุงตู่ก็เลือกตามใจปรารถนา ถ้าอยากเลือกการเปลี่ยนแปลง พรรคเพื่อไทยพร้อมเป็นเครื่องมือแห่งการเปลี่ยนแปลงได้
เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยสู้กับพรรคก้าวไกล นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่ได้สู้กับพรรคก้าวไกล คิดว่าพรรคก้าวไกลเป็นฝ่ายประชาธิปไตยด้วยกัน ในสนามการเมืองฮั้วกันไม่ได้ ดังนั้น ต่างฝ่ายต่างเสนอว่าความคิดในอุดมคติ ต้องการความเปลี่ยนแปลงอย่างทันทีทันใด ส่วนของเราการเปลี่ยนแปลงมีสเต็ป แต่เชิงโครงสร้างไม่ได้คิดต่างกัน เราเน้นปัญหาประชาชนเอาเศรษฐกิจนำ
“ส่วนเรื่องเกณฑ์ทหาร เราเห็นเหมือนกัน เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ถ้าเราเป็นรัฐบาลจะให้ทำประชามติ มี ส.ส.ร. มาร่างรัฐธรรมนูญ เลือกพรรคเพื่อไทยเป็นจริง แต่ถ้าเลือกอย่างอื่นได้ความรู้สึกที่อยากจะทำแต่โอกาสการเกิดยากลำบาก”