แสวง เลขาฯ กกต. รอ กกต.ตัดสินใจ ใช้สิทธิฟัน “ธนาธร-หมอมิ้ง” ปมใส่ร้ายสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อหรือไม่ เชื่อถ้าทำผิดจริงเรื่องจบที่คนพูดเอง
วันที่ 3 พฤษภาคม 2566 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล และกรณี นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริยเดช แกนนำพรรคเพื่อไทย ระบุว่า กกต.เปลี่ยนสูตรการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อว่า ต้องไปดูว่า กกต.ทุกคนท่านจะเอาอย่างไร ถ้าท่านเสียหายก็ต้องใช้สิทธิ
ส่วนที่ว่าเราตั้งศูนย์ปฏิบัติงานคณะกรรมการต่อต้านข่าวเท็จ เพื่อมาตรวจสอบเฟกนิวส์ใส่ร้าย กกต.โดยตรวจหรือไม่นั้น ต้องบอกว่าเฟกนิวส์คือข่าวเท็จ เราดูเรื่องนี้ และทุกคนมีเสรีภาพที่จะแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญ แต่ว่าถ้าเป็นเรื่องเท็จแล้วมีคนเสียหายมันก็เป็นคนละเรื่องกับเสรีภาพ ต้องแยกกันให้ถูก ซึ่งถ้าเป็นเฟกนิวส์มี 2 อย่างคือ ทำให้เสียหายไหม
หรือทำเล่นเพื่อความสนุกอะไรหรือเปล่า แต่ถ้าเป็นเสรีภาพในการพูดนั้นรัฐธรรมนูญเขาคุ้มครองไว้อยู่แล้ว เราไปทำอะไรไม่ได้ อย่างที่นายปกรณ์ มหรรณพ กกต. ได้พูดว่ามีหลายเรื่องที่กระทบ จริง ๆ อาจจะใช้คำว่าด่าก็ได้ ท่านเองก็บอกว่าท่านอยู่ในตำแหน่งแบบนี้ เป็นบุคคลสาธารณะ จึงยอมรับการวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่ถ้าไปทำให้เสียหาย
“อย่างเช่น เรื่องสูตรการคำนวณที่มันเป็นเรื่องที่วิธีคำนวณที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นคนกำหนดมา แล้วเรานำมาใช้เลย สูตรนี้ กกต.ไม่ใช่เป็นคนคิด เราเอามาจาก สนช.แล้วมาคำนวณให้ เรียกว่าคำนวณตามที่อยู่ในกฎหมาย เพราะสูตรนี้อยู่ในกฎหมาย”
นายแสวงยังกล่าวว่า ขณะนี้มีคำร้องเรียนเกี่ยวกับการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง จำนวน 78 เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นการร้องเรียนเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียง การหาเสียงหลอกลวง และการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่ง กกต.จะต้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง
รวมทั้งกรณีความปรากฏ กกต.ก็จะหยิบยกขึ้นมาตรวจสอบเองด้วยเช่นกัน เนื่องจาก กกต.มีหน่วยงานที่คอยช่วยตรวจสอบและเฝ้าระวังการทำผิดเลือกตั้ง ทั้งนี้ ไม่ว่าจะมีบุคคลมายื่นคำร้อง หรือ กกต.ตรวจสอบเอง ตามกระบวนการ กกต.ต้องให้ความเป็นธรรมกับทางผู้ร้องและผู้ถูกกล่าวหา
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการตรวจสอบพรรคการเมืองหนึ่งที่มีการเก็บภาพบัตรประชาชนหลังเวทีปราศรัยที่จังหวัดอำนาจเจริญ นายแสวงกล่าวว่าเรื่องนี้มีหลายเงื่อนเวลา แต่มีคนนำภาพมาปนกัน ซึ่ง กกต.มีกระบวนการสืบสวนสอบสวน ส่วนจะจบอย่างไรก็ต้องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เบื้องต้นคงไม่สามารถพูดอะไรได้มาก แต่ได้มีการตรวจสอบและเป็นสำนวนไปแล้ว เมื่อภาพมีหลายเหตุการณ์ จึงต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ครบถ้วนก่อน
ข่าวถามถึงกรณีที่นายปกรณ์ มหรรณพ กกต.ออกมาระบุว่า ภายใน 1-2 วันนี้จะมีข่าวใหญ่ สามารถบอกได้หรือไม่ว่าเป็นเรื่องใด นายแสวงกล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่อยากชี้แจงประเด็นนี้ ส่วนมีความคืบหน้าอย่างไรจะมาแจ้งให้ทราบ ไม่ได้ทิ้งประเด็น
เมื่อถามย้ำว่ามีความเชื่อมโยงไปถึงผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองหรือไม่ นายแสวงปฏิเสธที่จะตอบคำถาม โดยระบุเพียงว่าเมื่อมีความคืบหน้าจะมาแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
ส่วนกรณีพรรคภูมิใจไทยยื่น กกต.ตรวจสอบนายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย (พท.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย กรณีปราศรัยใส่ร้ายด้วยความเท็จ จูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของพรรคภูมิใจไทย นายแสวงกล่าวว่า
ต้องดูข้อเท็จจริงว่าเขาพูดแบบใด เข้าข่ายใส่ร้าย หลอกลวงหรือไม่ ต้องดูข้อเท็จจริงประกอบ ส่วนความเห็นวิพากษ์วิจารณ์กันไปก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อะไรที่ไม่ผิดกฎหมายก็สามารถพูดและนำเสนอได้ เพราะถ้าผิดกฎหมายสุดท้ายมันไม่จบที่ กกต. แต่มันจบที่คนพูด