Skip to content

รื้อรัฐธรรมนูญ-ประกันราคา-กัญชา กางเงื่อนไขพรรคตัวแปรร่วมรัฐบาล

11 พ.ค. 2566 | 18:40น.
รื้อรัฐธรรมนูญ-ประกันราคา-กัญชา กางเงื่อนไขพรรคตัวแปรร่วมรัฐบาล

ศึกเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม อาจกล่าวได้ว่าเป็นการเผชิญหน้าระหว่าง 2 ขั้ว ขั้วรัฐบาลปัจจุบันที่มีอำนาจ คือ ขั้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แห่งพรรครวมไทยสร้างชาติ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ แห่งพรรคพลังประชารัฐ 2 ผู้สืบอำนาจมาตั้งแต่ยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

กับขั้วฝ่ายค้านที่ไร้อำนาจ แต่กระแสแรงทะลุปรอทอาจพลิกกลับเป็นรัฐบาลหลังเลือกตั้ง คือ พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล เป็นตัวเอก ส่วนตัวประกอบอื่นมี พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ

อย่างไรก็ตาม ในขั้วรัฐบาลปัจจุบัน ยังมีพรรค “ตัวแปร” อีกหลายพรรคบนกระดานที่พร้อมจะสะวิงไปอยู่กับขั้ว พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร รวมไทยสร้างชาติ กับพรรคพลังประชารัฐ หรือจะพลิกขั้วกลายเป็น “ส่วนผสม” ใหม่ในรัฐบาลใหม่ นำโดยพรรคเพื่อไทย เพราะการเมืองไทยไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร

ทว่าพรรคตัวแปรทั้งหลาย ตั้ง “เงื่อนไขเบื้องต้น” ในการเข้าร่วมกับรัฐบาล ไม่ว่าใครเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ดังนี้

พรรคประชาธิปัตย์ โดย “เกียรติ สิทธีอมร” ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อและทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า “พรรคประชาธิปัตย์จะร่วมรัฐบาลแบบมีเงื่อนไข คือแก้รัฐธรรมนูญโดยมี ส.ส.ร. ไม่ยกเลิกการประกันรายได้ พรรคที่มีนโยบายประชานิยมสุดโต่งเราก็ไม่เอาเพราะเสี่ยงต่อประเทศ ผลักดันนโยบายพลังงาน เขตเศรษฐกิจพิเศษ

พรรคไทยสร้างไทย โดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ มีเงื่อนไขร่วมรัฐบาลว่า คนที่อยู่ฝั่งประชาธิปไตย เราสนับสนุนทุกคน แม้อยู่ต่างพรรคเราก็สนับสนุน

“เขาเอาไหมที่เราชูเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ให้โอกาสคนตัวเล็ก หรือ SMEs ฟื้นเศรษฐกิจไทย เมกะโปรเจ็กต์ที่จะมารีสตาร์ตเครื่องยนต์เศรษฐกิจไทยที่ประกาศไปแล้วจะเอาด้วยไหม เรื่องดูแลคนตั้งแต่เกิดจนแก่ รวมถึงเรื่องปราบทุจริตคอร์รัปชั่น มันต้องทำจริงจัง และเขาไม่จับมือกับเผด็จการ เราก็ไม่มีปัญหา เพราะเราไม่เป็นศัตรูกับใคร”

“ถ้าเกิดไปร่วมรัฐบาลเสร็จ เขาไม่ทำแบบนี้ แต่ไปร่วมกับคนที่ทำรัฐประหารมา ตัวเองก็ลำบากใจในการไปทำ ถ้าเป็นอย่างนั้น เลือกที่จะทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านดูแลผลประโยชน์ประชาชน เป็นหมาเฝ้าบ้านให้กับประชาชนดีกว่า”

ชาติไทยพัฒนา ที่ “วราวุธ ศิลปอาชา” เป็นหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ ยื่นเงื่อนไขว่า ภายใน 90 วันของการตั้งรัฐบาลขึ้นมา ชาติไทยพัฒนาต้องการเห็นภาพการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยตั้ง ส.ส.ร.ที่สะท้อนคน 66 ล้านคนขึ้นมา ปี 2538 เป็นครั้งแรกที่พรรคชาติไทยพัฒนาได้กำเนิด และเป็นจุดเริ่มต้นของรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดของประเทศไทย ปี 2540 การเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญในขณะนั้นมาจากคนทุกสาขาอาชีพ

ชาติพัฒนากล้า ที่มี กรณ์ จาติกวณิช เป็นหัวหน้า กล่าวว่า เรามีจุดยืนชัดเจนว่าเราไม่พร้อมร่วมกับรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่ต้องอาศัยเสียง ส.ว.มาเลือกนายกฯ เราถูกปรามาสเสมอว่าเราพร้อมเสียบ ซึ่งต้องบอกว่า

“ถ้าเป็นพรรครอเสียบก็ต้องสงวนปากสงวนคำอยู่นิ่ง ๆ ไม่พูดเรื่องใหญ่ ไม่ท้าทายใคร แต่เราสู้กับทุนใหญ่ ทุนผูกขาด มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งค่าน้ำมัน ค่าไฟ ที่ส่งผลกระทบต่อปัญหาค่าครองชีพของประชาชน ซึ่งมันสวนทางกับพรรครอเสียบ แต่เป็นพรรคที่พร้อมสู้เพื่อความถูกต้องทวงความเป็นธรรมคืนให้พี่น้องประชาชน”

พรรคภูมิใจไทย “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ มีเงื่อนไข “ที่ไม่จับมือ” ร่วมรัฐบาลกับพรรคนั้น ๆ คือ “อย่างแรก อย่ามาแตะมาตรา 112 ถ้าเรามั่นใจว่าประเทศของเราต้องมีสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจ เป็นเอกลักษณ์ของประเทศ เป็นขนบธรรมเนียมที่ดี มีความเป็นปึกแผ่น”

“ส่วนที่จะจับมือ มีเงื่อนไขเยอะแยะไปหมด แต่ที่แท้และแน่วแน่คืออย่ามาแตะ 112 แต่ส่วนหนึ่งที่เป็นคำขาดคือ ถ้าใครจะมาร่วมกับพรรคภูมิใจไทย หลังการเลือกตั้งครั้งหน้า ต้องสนับสนุนกฎหมายกัญชา”

ขณะที่ พรรคก้าวไกล “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล ระบุถึง “วาระ” ที่พรรคก้าวไกลต้องตรึงไว้ไม่สามารถถอยได้ นอกจากเงื่อนไข มีลุงไม่มีเรา มีเราไม่มีลุงแล้ว คือ “เรื่องรัฐธรรมนูญ ยกเลิกการเกณฑ์ทหารแบบบังคับ แต่ผมตอบแทนพรรคก้าวไกลทั้งหมดไม่ได้ และคิดว่าพรรคก้าวไกลยังไม่มีเส้นชัดเจนขนาดนั้น อะไรหย่อนได้ อะไรต้องตึง จนกว่าจะรู้ผลการเลือกตั้ง”

นี่คือเงื่อนไขเบื้องต้นในการเข้าร่วมรัฐบาลพรรคตัวแปร

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พรรคร่วมรัฐบาล