เปิดประวัติ ไอซ์ รักชนก ส.ส.ก้าวไกล กทม. คนเดียวที่ถูก กกต. แขวน

ไอซ์ รักชนก ศรีนอก

ไอซ์ รักชนก ศรีนอก เป็น 1 ใน 32 ว่าที่ ส.ส.กทม.พรรคก้าวไกล แต่เป็นว่าที่ ส.ส.เพียงหนึ่งเดียวใน กทม.ที่อาจจะถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แขวนไว้ เนื่องจากถูกร้องคัดค้านผลการเลือกตั้ง แต่เธอมองว่าเป็นเพียงก้อนกรวดในรองเท้า

“พร้อมที่จะชี้แจงทุกข้อที่ถูกร้องเรียน และจริง ๆ ก็ยังอยู่ในระยะเวลา 60 วัน ภายในการรับรอง ก็คือถ้าได้รับหนังสือแล้วไปชี้แจง ถ้าไม่มีมูลเรื่องก็อาจถูกปัดตกไป แต่ถ้าเรื่องมีมูลก็อาจจะถูกดำเนินการต่อ ก็ว่ากันไป แต่ตอนนี้ยังไม่ได้รับหนังสือ”

ในส่วนของพรรคก้าวไกล ก็แจ้งมาว่าถ้าเอกสารมาถึงให้แจ้งทางพรรค เพื่อจัดทีมกฎหมายติดตามดูว่าจะทำอย่างไรต่อไป สถานการณ์ในขณะนี้ เรื่องร้องเรียนมีอยู่แล้ว เป็นผู้ชนะก็ต้องถูกร้องเรียน แต่ขอรอดูก่อนว่าเป็นเรื่องอะไร และคิดว่าทุกเรื่องชี้แจงได้หมด ถ้าข้อร้องเรียนถูกปัดตกไป

“สุดท้ายยังอยู่ในระยะเวลา 60 วัน ก็ยังได้รับการรับรอง ก็เข้าสภาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ปกติ ยืนยันว่าไม่กังวล เพราะมีผู้ถูกร้อง 71 เขต หลายพรรคด้วยกัน ไม่ใช่มีเพียงพรรคก้าวไกล เมื่อมีเรื่องร้องเรียนก็ต้องชี้แจงไป”

ไอซ์ รักชนก ศรีนอก

แม่ค้าออนไลน์ สู่ เซเลบคลับเฮาส์

ตามประวัติ ไอซ์-รักชนก จบการศึกษาปริญญาตรี วิทยาศาสตรบัณทิต สาขาสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ก่อนลงสมัคร ส.ส.ก้าวไกล เคยชิมลางทางการเมือง ในฐานะที่ปรึกษากรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน

ไอซ์ ขายของออนไลน์ตั้งแต่เรียน ม.ธรรมศาสตร์ ปี 1 เธอบอกว่าการขายของออนไลน์ทำให้ได้สกิลหลายอย่าง ต้องคิดเรื่องการตลาด เรียนรู้การใช้แพลตฟอร์มต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก, ไอจี, ทวิตเตอร์, ช้อปปี้ หรือว่า TikTok ในการที่นำเสนอสินค้าทำให้ได้ฝึกสกิลในการนำเสนอตัวเราเองต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชน

“ไอซ์เริ่มขายของจากยุคที่สามารถปั่นเฟซบุ๊กให้มีผู้ติดตาม หรือมียอดไลก์เยอะ ๆ สัก 3 แสนแล้วขายแอ็กเคานต์นั้นในราคาหาร 3 แล้ว ปั้นไอจีให้มีผู้ติดตามเป็นหมื่น แล้วก็เอาไปขายให้คนที่อยากเปิดกิจการ ทำเป็นร้านให้ดูน่าเชื่อถือ”

“ต้องบอกว่ายุคก่อนยังสามารถทำแบบนี้ได้อยู่ แต่ยุคนี้ทำไม่ได้แล้ว เพราะคนจะกลับไปดูประวัติของแอ็กเคานต์นั้น ๆ ก็ได้สกิลในการทำคอนเทนต์ ทำอย่างไรให้มีผู้ติดตามเยอะ ทำให้มีคนสนใจคอนเทนต์ จึงมีสกิลในการใช้โซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นการเรียนรู้ด้วยตัวเองทั้งหมด”

ในช่วงที่ “คลับเฮาส์” บูม เธอใช้ไอโฟน 4 เครื่อง กับ 4 แอ็กเคานต์ มีการตั้งห้องสนทนาเรื่องประเด็นการเมือง มีผู้เข้าร่วมรับฟังเป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี จำแลงตนเองเป็น Tony Woodsome นอกจากนี้ เธอยังปรากฏตัวในการชุมนุมทางการเมือง และมีบทให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อถึงเรื่องการเมืองเป็นระยะ

ไอซ์ รักชนก ศรีนอก

ดิสรัปต์หาเสียงเลือกตั้ง

ปี 2566 ไอซ์ สมัครเป็นผู้สมัคร ส.ส.ในนามพรรคก้าวไกล ต้องท้าชนกับ “ยักษ์-บ้านใหญ่” ฝั่งธน อย่าง “วัน อยู่บำรุง” จากพรรคเพื่อไทย

ไอซ์บอกว่า หาเสียงไม่ได้ใช้เงินซื้อแอดเลย ใช้ 3 ช่องทาง คือ TikTok, เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม ซึ่ง TikTok ทุกวันนี้มันเป็นบรอดแคสต์แล้ว แทบจะไม่เป็นแพลตฟอร์มแล้ว เพราะนอกจากจะแมสในตัวแพลตฟอร์มเอง ยังเป็นแหล่งที่คนเซฟคอนเทนต์ในนั้นแล้วก็เอามาส่งในไลน์ หรือเอาไปลงทวิตเตอร์ หรือไปลงเฟซบุ๊กมากที่สุด ดังนั้น ต่อให้คนที่ไม่ได้อยู่ในแพลตฟอร์ม TikTok ก็สามารถเสพคอนเทนต์จาก TikTok ได้

ไอซ์เข้าใจการทำงานของโซเชียลมีเดีย เวลาขายนโยบาย เราเอาไปลงในแพลตฟอร์ม TikTok ก่อน หลังจากนั้นก็วัดความสำเร็จในการขายคอนเทนต์ โดยการมองว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ถ่ายคลิป TikTok มียอดวิวล้านวิว ก็โอเคทำสำเร็จ

หรือมีคลิป TikTok เราไปโผล่ในไลน์กลุ่มครอบครัว แปลว่ามีการแชร์ไปมาทั่วหมดแล้ว สุดท้ายวนกลับมาหาคนที่บ้าน เมื่อไรที่มีคนเซฟคลิปเรา แล้วไปแปะในทวิตเตอร์ แปะในเฟซบุ๊ก ถือว่าประสบความสำเร็จแล้วในคอนเทนต์นั้น

อยากเข้าสภาโหวต “พิธา” เป็นนายกฯ

หลังจากได้รับเลือกตั้ง “ไอซ์” วาดแผนผังชีวิตทางการเมืองตัวเองว่า ในระยะสั้นอยากเป็นหนึ่งในมือที่ยกมือโหวตเลือก “ทิม พิธา” เป็นนายกฯ เป็นหนึ่งในมือที่ยกมือโหวตให้สมรสเท่าเทียมผ่าน เป็นหนึ่งในมือที่ยกมือโหวตให้สุราก้าวหน้าผ่าน ระยะสั้นที่สุด คือทำมติพรรคให้เกิดขึ้นจริง ให้ส่งผลกับชีวิตของพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่จะได้ประโยชน์จากกฎหมายเหล่านี้

หลังจากนั้นก็ให้เวลาให้สังคมมันไหลพาไป แล้วเราก็ไหลไปตามกับมัน อย่างเรื่องในพื้นที่ ก็แก้ไขปัญหาให้พ่อแม่พี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระดับประเทศ เชิงนโยบาย หรือเป็นเรื่องในชีวิตประจำวันของเขา น้ำไม่ไหล ไฟไม่สว่าง ทางไม่สะดวก ฟุตปาทชำรุด ถนน สะพานพัง ยินดีทำให้ทุกอย่าง ถ้าทำให้คุณภาพชีวิตของพ่อแม่พี่น้องประชาชนดีขึ้น สะดวก มีศักดิ์ศรี มีเสรีภาพมากขึ้น เรายินดีทำให้ทุกอย่าง

ส่วนต้นแบบในการทำงานอาจไม่มี แต่คนที่เราเคารพนับถือน่าจะเป็น “พี่เอก ธนาธร” ถ้าวันนั้นเขาไม่ตั้งพรรคอนาคตใหม่ ถ้าเขาไม่จุดไฟในสายลม ก็จะไม่มีสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง กระดิ่งในหัวใจของผู้คนจะไม่สั่นขนาดนี้