แพทองธาร เผยอาการ “ทักษิณ” ยังอ่อนเพลีย-เครียด แพทย์ดูแลใกล้ชิด ห่วงหัวใจ ยังไม่ขอย้ายไป รพ.เอกชน
วันที่ 29 สิงหาคม 2566 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และบุตรสาวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยอาการของบิดา หลังจากเข้าไปเยี่ยมที่ รพ.ตำรวจว่า ยังคงมีอาการอ่อนเพลียตั้งแต่วันแรกที่เดินทางมาถึงประเทศไทย จะเห็นได้ชัด ซึ่งตนเข้าใจ เพราะ 17 ปี ไม่ได้อยู่ประเทศไทย คงมีอาการเครียดพอสมควร และในคืนนั้นได้ส่งตัวมายัง รพ.ตำรวจ มีอาการเครียดและอ่อนเพลีย ที่ไปเจอมาล่าสุดก็ยังคงเป็นเช่นนั้น
ส่วนที่ทนายความบอกว่าอาการน่าเป็นห่วงนั้น เมื่อปี 2563 ติดโควิดรุ่นแรกอู่ฮั่น ซึ่งมีอาการรุนแรง ครั้งนั้นเข้า ICU รักษาตัวไป 9 วัน พักรักษาตัวที่ รพ.ไป 1 เดือน ปอดจึงมีปัญหา แม้พยายามออกกำลังให้ร่ายกายฟื้น แต่คนอายุ 74 บวกกับอาการเครียด เลยทำให้อาการน่าเป็นห่วง ดีใจที่ได้เจอลูกแต่ยังมีความเครียดและเหนื่อย ซึ่งร่างกายยังสู้และกำลังใจยังดี
“พ่อมีความเปลี่ยนแปลงเยอะ อยู่เมืองนอกได้เดินทางไปที่โน่นที่นี่ พอถูกเปลี่ยนที่ ถูกจำกัดพื้นที่ ไม่ใช่ราชทัณฑ์ หรือ รพ. การเปลี่ยนแปลงมันทำให้เกิดความรู้สึกกับทุกคน พ่อก็เช่นกัน ขอบคุณที่ทุกคนเป็นห่วง ทีมแพทย์ที่ดูแลก็รักษาอย่างดี ติดตามอาการ และประวัติตั้งแต่อยู่ต่างประเทศครอบครัวให้หมอไปหมดแล้ว” น.ส.แพทองธารกล่าว
ส่วนเรื่องการขอพระราชทานอภัยโทษ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า มองว่าให้เป็นดุลพินิจของพ่อ จะยื่นขออย่างไร เมื่อไหร่ ก็ทำด้วยตัวเองได้เลย ยืนยันว่าไม่มีติดขัดในเรื่องนี้ แต่เวลาในการร่างจดหมายเป็นของพ่อ ต้องเลือกเวลาและจัดการด้วยตัวเองทั้งหมด พ่อทำคนเดียว ตนก็ไม่ได้เห็นจดหมายขอพระราชทานอภัยโทษ
ส่วนอาการของทักษิณ จำเป็นต้องย้ายออกมารักษาที่ รพ.เอกชน ตามที่เป็นข่าวหรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่าไม่มี รพ.ตำรวจยังรักษาได้ดี และไม่ได้มีการร้องขอหรือย้ายไป รพ.เอกชน ส่วนจะอยู่ รพ.ตำรวจอีกนานหรือไม่ ยังไม่ทราบ เพราะยังมีหลายปัจจัย หากมีอะไรฉุกเฉิน ทีมแพทย์จำเป็นต้องทำการรักษาอย่างรวดเร็ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเสียใจหรือไม่ ที่สังคมไม่เชื่อว่าป่วยจริง และได้รับอภิสิทธิ์กว่าคนอื่น น.ส.แพทองธารกล่าวว่าไม่ได้เสียใจ แต่เป็นห่วงพ่อมากกว่า รวมถึงเป็นห่วงคนที่เป็นห่วงท่านด้วย ดีใจได้ไปเยี่ยมเมื่อวานกับวันนี้ พ่อมีอาการเหนื่อยเพลียบ้าง แต่ยังคุยได้ปกติ
ส่วนกรณีห้องพักที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ ก็ไม่ได้อยู่ฝั่งวิวสวยงามเห็นสนามม้าตามที่เป็นข่าว แต่เป็นห้องที่ติดกับตึกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ห้องพักเป็นปกติ ไม่ได้ VIP แอร์เสียก็ซ่อมแล้วเรียบร้อย ส่วนตัวเป็นห่วงหัวใจของพ่อ หากมีอะไรฉุกเฉินขึ้นมาก็มีความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม อาการของพ่อ อยากให้ทางแพทย์ชี้แจงดีกว่า เพราะแพทย์มีความรู้ความเข้าใจกว่า
“ต้องขออภัยสื่อมวลชนที่ไปดักรอติดตามข่าวที่ รพ.ตำรวจ และไม่สามารถให้สัมภาษณ์ที่นั่นได้ เพราะเกรงว่าจะกระทบกับผู้ป่วยและญาติ ส่วนเข้ามาพรรคเพื่อไทยวันนี้ เพื่อมาประชุมผลักดันนโยบาย ซอฟต์พาวเวอร์ ร่วมกับทางรัฐบาลใหม่ ต้องอัพเดตเรื่องนี้”