เศรษฐา ถกม็อบค้านแลนด์บริดจ์ ตั้งคณะกรรมการร่วมภาคประชาชน

เศรษฐา ทวีสิน นายกฯ จับเข่าคุยม็อบค้านแลนด์บริดจ์ หลังเรียกร้อง ศึกษารอบด้าน ไม่ลำเอียง ตั้งคณะทำงานร่วมภาค ปชช. รับปากนำข้อเสนอไปพิจารณา 

วันที่ 23 มกราคม 2567 ที่ จ.ระนอง ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ได้เดินทางมายังมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ศูนย์การศึกษา จ.ระนอง เพื่อพบกับกลุ่มภาคประชาชนค้านโครงการแลนด์บริดจ์ จากพื้นที่ อ.หลังสวน อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร และ อ.เมือง จ.ระนอง ที่รวมตัวเพื่อรอยื่นหนังสือในโอกาสการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร จ.ระนอง โดยทางกลุ่มขอให้รัฐบาลชะลอโครงการแลนด์บริดจ์ ‘ชุมพร-ระนอง’

และมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการศึกษาที่มีตัวแทนจากประชาชนในพื้นที่ นักวิชาการ นักการเมือง และข้าราชการที่เกี่ยวข้อง โดยมีรัฐมนตรี อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์,  นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และคณะรัฐมนตรีบางส่วน มารับหนังสือด้วยตนเอง

โดยบรรยากาศการรับหนังสือเป็นไปด้วยความเป็นกันเอง ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้นั่งฟังกลุ่มแกนนำคัดค้านโครงการอ่านแถลงการณ์ร่วม 10 นาที โดยมีพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทำหน้าที่ประสานงานกับกลุ่มคัดค้าน

ทั้งนี้ กลุ่มคัดค้านได้มีการชูป้ายข้อความต่าง ๆ อาทิ Landbridge will take people LIVEs, มีการบิดเบือนข้อมูลและลิดรอนสิทธิ์ของประชาชน, การศึกษาผลกระทบยังไม่รอบด้าน, แบบพัฒนาโครงการไม่รอบคอบ, กระบวนการให้ข้อมูลไม่รอบด้าน เป็นต้น และมีการชูธงแสดงสัญลักษณ์ที่มีข้อความระบุว่า “หยุดแลนด์บริดจ์”

แกนนำกลุ่มผู้คัดค้านกล่าวว่า ทราบดีถึงการมุ่งมั่นของนายกฯในการบริหารประเทศ ภายใต้การนำของนายกฯที่มุ่งมั่น และที่สำคัญเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง สร้างการเปลี่ยนแปลงให้ดีกว่านี้ในทุกมิติ และหลายนโยบายพวกเราไม่ได้คัดค้านพร้อมสนับสนุน

แต่โครงการแลนด์บริดจ์เป็นโครงการโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ จึงมีข้อแนะนำและเรียกร้องให้รัฐบาลจะต้องมีการศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้านและได้มาตรฐาน การศึกษาจะต้องไม่ลำเอียง  กำหนดเป้าหมายการพัฒนาอย่างชัดเจน

นายเศรษฐา ทวีสิน

โดยบูรณาการกับแผนงานอื่น ๆ อย่างเป็นรูปธรรมในทุกด้าน รวมถึงประชาชนจะต้องมีส่วนร่วมโดยการเปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชนอย่างรอบด้าน และให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าถึงข้อมูล โดยเฉพาะประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้การดำเนินการโครงการแลนด์บริดจ์เป็นไปอย่างถูกต้อง

ทั้งนี้ กลุ่มผู้คัดค้านยังมีข้อเรียกร้องอีกว่า อยากให้รัฐบาลทำการพัฒนาในด้านต่าง ๆ ควบคู่ไปด้วย โดยเฉพาะการประมงและการเกษตร และเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการร่วม ซึ่งประกอบด้วย นักการเมือง ข้าราชการ ท้องถิ่น และภาคประชาชน โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้เป็นกลไกในการทำงาน ที่จะเป็นทางออกในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง

นายเศรษฐากล่าวว่า ทางกลุ่มที่คัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์มีข้อสงสัยว่าจะครอบคลุม มีอิสระ และสามารถดูแลได้ทุกมิติหรือเปล่า ไม่ใช่แค่แลนด์บริดจ์อย่างเดียว อุตสาหกรรมที่จะมาต่อเนื่องในอนาคตด้วย ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน โดยเฉพาะประชาชนในท้องถิ่น ตรงนี้ตนพร้อมรับฟังและจะนำไปพิจารณาเป็นข้อประกอบการทำเอกสารศึกษา  เพื่อให้ทุกฝ่ายได้มีความกระจ่างในจุดประสงค์ของการทำแลนด์บริดจ์

และวันที่ 23 มกราคม ได้มีการพูดคุยตามมาด้วยเกี่ยวกับเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาคใต้ นอกเหนือจากแลนด์บริดจ์ ซึ่งตนมั่นใจว่ารัฐบาลนี้ทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว มาตรการที่จะสร้างสนามบินอันดามันเนเชอรัล ที่จังหวัดพังงา ทราบดีว่าเราดำเนินการแล้วโดยรัฐบาลนี้

โดยเฉพาะเรื่องการประมง เมื่อได้มีคณะกรรมการประมง 14 จังหวัดมาขอบคุณ โดยอาทิตย์หน้าจะเอาพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประมง เพื่อให้ชาวประมงกลับมาประกอบอาชีพได้อีกครั้งตามกฎของไอยูยู รัฐบาลทำอย่างต่อเนื่อง ส่วนเรื่องที่พูดมา เรื่องวัฒนธรรม กีฬา อาหารต่าง ๆ เหล่านี้ได้บรรจุไว้ในนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว ขอยืนยันทุกสิทธิทุกเสียงของพี่น้องประชาชนจะได้รับการรับฟัง ไตร่ตรองที่ดีจากรัฐบาล

ทั้งนี้ นายเศรษฐาได้โพสต์ข้อความหลังพบกับกลุ่มค้านโครงการแลนด์บริดจ์ ว่า ได้รับหนังสือจากทั้งกลุ่มผู้สนับสนุน และคัดค้านโครงการ Landbridge ยืนยันว่าการศึกษาโครงการนี้จะครอบคลุม มีอิสระ และประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแน่นอน


“รัฐบาลนี้ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคใต้ ไม่เฉพาะแค่การทำโครงการ Landbridge แต่เราทำต่อเนื่องตั้งแต่การสร้างสนามบินอันดามัน, การปลดล็อก พ.ร.บ.ประมง เพื่อช่วยผู้ประกอบการประมงรายเล็ก, ผลักดัน Soft Power ทั้งด้านอาหาร วัฒนธรรม กีฬา ฯลฯ ผมยืนยันว่าทุกสิทธิทุกเสียงของพี่น้องประชาชนจะถูกรับฟัง และถูกกลั่นกรองอย่างรอบคอบ และดีที่สุดจากรัฐบาลแน่นอน” นายกฯกล่าว