ส่องปฏิกิริยานักการเมือง เมื่อ “ทักษิณ ชินวัตร” กลับจันทร์ส่องหล้า

ทักษิณ ชินวัตร

06.06 น. คือเวลาที่ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ออกจากโรงพยาบาล หลังจากได้รับการพักโทษ

รถของ​ “ทักษิณ” ออกจากโรงพยาบาลตำรวจมุ่งตรงเข้าสู่บ้านจันทร์ส่องหล้า ซอยจรัญสนิทวงศ์ 69 ที่เขาจากไปกว่า 17 ปี

การได้รับการพักโทษ ใช้ชีวิตปกติอีกครั้งของอดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 บุคคลการเมืองให้ความเห็นหลากหลายมุม

ฝ่ายค้าน ห่วงสภานายกฯ 2 คน

“ชัยธวัช ตุลาธน” สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค ก.ก. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการพักโทษของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าจุดยืนสำคัญหลัก ๆ ของพรรค ก.ก.คือ เราอยากสื่อสารว่าแม้ว่าหลายคนจะเห็นว่านายทักษิณซึ่งเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกรัฐประหารและมีการดำเนินคดีตามมาหลังจากนั้น มองว่าไม่มีความชอบธรรมในการเป็นประชาธิปไตย

จึงสมควรที่นายทักษิณจะได้รับความยุติธรรมเมื่อกลับเข้าสู่ประเทศไทย แน่นอนว่าใครก็ตามที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม รัฐประหาร ถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง หรือดำเนินคดีอันเนื่องมาจากความขัดแย้งทางการเมืองควรจะได้รับความยุติธรรม

“แต่เราไม่ควรใช้วิธีการที่ไปตอกย้ำกระบวนการยุติธรรมที่สองมาตรฐาน การปฏิบัติที่ไม่เสมอภาคเท่าเทียมกันในทางกฎหมาย หรือเป็นระบบนิติรัฐแบบอภิสิทธิ์ชน เพราะสุดท้ายก็ทำให้สังคมตั้งคำถามว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นถูกต้อง เป็นธรรมหรือไม่ คนที่ควรได้รับการอำนวยความยุติธรรมควรจะมีแค่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเท่านั้นที่ได้รับการปฏิบัติแตกต่างจากคนอื่น หรือควรจะเป็นคนทุกคน ซึ่งนี่เป็นหลักการสำคัญที่พรรคเราให้ความสำคัญ”

ส่วนกรณีที่หากนายทักษิณออกมาจะกลายเป็นเหมือนกับว่านายกรัฐมนตรีอีกคนหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า นี่เป็นสิ่งที่ตนเคยเตือนว่า ถ้ารัฐบาลนี้บริหารจัดการไม่ดี แล้วเกิดสภาวะเสมือนนายกรัฐมนตรีมากกว่าหนึ่งคน เพราะก็มีหลายคนบอกว่าอาจจะมากกว่าสองคน ก็จะไม่เป็นผลดีกับตัวนายกรัฐมนตรีเอง และอาจทำให้สถานการณ์ตรงนี้เพิ่มความกดดันให้กับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้

“หลายส่วนคงอยากทราบความชัดเจน ความโปร่งใสในการพิจารณาเกี่ยวข้องกับกฎระเบียบ กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ของนายทักษิณ ซึ่งสืบเนื่องมาจากเรื่องของสิทธิในการที่จะได้รับการรักษาตัว มาจนถึงเรื่องการพักโทษที่ว่าทำไมนายทักษิณจึงได้รับการพักโทษเป็นกรณีพิเศษ แล้วการปฏิบัติหลังจากนี้จะเสมอภาคเท่าเทียมกันหรือไม่ ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงยุติธรรม กรมราชทัณฑ์ที่จะต้องสร้างความกระจ่างให้ดี”

เศรษฐายัน ไทยมีนายกฯ คนเดียว

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวว่า “ผมเชื่อว่าถ้าเกิดท่านอดีตนายกทักษิณพร้อมจะให้คำแนะนำ ผมเชื่อว่าไม่มีใครในรัฐบาลนี้ไม่อยากจะรับคำแนะนำจากท่าน นายอนุทินเองก็เคยทำงานร่วมกับอดีตนายกฯ ทักษิณมาก่อน ก็รู้อยู่แล้วว่าท่านมีความปรารถนาดี ประสบการณ์ที่ท่านสะสมมาระหว่างอยู่เมืองนอก และก็เข้ามาสู่กระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งต้องเน้นย้ำว่าถูกต้อง ตรงนี้ก็อย่างมาดราม่ากันเลย ว่ามีนายกฯ กี่คน  รัฐธรรมนูญไทยก็ระบุอยู่แล้วว่ามีนายกฯ คนเดียว ก็มีคนเดียวก็คือผมนี่แหละ“

“ถ้าการพักโทษทำให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยอยู่บนความชอบธรรมของกฎหมาย ที่ท่านได้กลับมารับโทษเรียบร้อยแล้ว และผ่านขั้นตอนทางกฎหมายเรียบร้อย และออกมาพักตัวที่บ้านแล้ว ผมเชื่อว่าพี่น้องคนไทย ประชาชน 66 ล้านคนก็ยินดีถ้าเกิดการเมืองไทยดีขึ้น ก็เป็นหน้าที่ของเราที่ทำให้มันดีขึ้น”

รัฐบาลเป็นตัวของตัวเอง

“ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นอกจากจะระบุถึง “ทักษิณ” ว่า “Welcome Home We’re been waiting for this day for so so long”

ยังโต้แย้งความคิดของ “ชัยธวัช ตุลาธน” ที่เตือนให้ระวังสภาวการณ์นายกรัฐมนตรี 2 คนว่า ความคิดแบบนี้อาจถูกมองว่าสร้างสรรค์ มองการณ์ไกล แต่ควรจะนำไปใช้คิดสร้างประโยชน์ให้กับประเทศมากกว่า อย่าจินตนาการจนเกินไป เพราะการพูดแบบนี้ไม่เป็นการเคารพความเป็นมนุษย์ของคนอื่น โดยเฉพาะนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และ รมว.คลัง เพราะมนุษย์ทุกคนมีความเป็นตัวเอง ไม่ใช่มองทุกคนเป็นหุ่นเชิด

การที่จะคิดแบบนี้ได้ต้องคิดมาจากประสบการณ์ที่ตัวเองเคยเจอ หรือประสบการณ์โดยตรง อย่าไปคิดแบบนั้นเลย บ้านเมืองบอบช้ำมามากแล้ว ช่วยกันคิดสิ่งที่ดีและสร้างสรรค์ดีกว่า ไม่มีใครยอมให้ใครมาเชิดใครง่าย ๆ หรอกในสังคม ถามตัวเองว่าตัวเองยอมไหม ถ้าไม่ยอมก็คิดว่าคนอื่นก็คงไม่ยอมเหมือนกัน

ภูมิธรรมย้ำว่า รัฐบาลชุดนี้ คณะรัฐมนตรีทุกคนมีความเป็นตัวของตัวเอง มีจิตใจที่คิดจะแก้ไขปัญหาบ้านเมือง และพร้อมจะรับฟังความเห็นคนอื่น แต่หากมองว่าการรับฟังความเห็นแล้วเอามาใช้ทำงานจะกลายเป็นหุ่นเชิด ต่อไปการรับฟังความเห็นจากผู้อื่นก็จะลดน้อยถอยลง เมื่อถามว่าสถานการณ์ทางการเมืองหลังจากนายทักษิณได้รับการพักโทษจะเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือไม่

“ขึ้นอยู่กับสมมติฐาน ถ้าคิดว่านายทักษิณมีศักยภาพ มีความสามารถเข้าไปครอบงำหรือแทรกแซงได้ ก็คงคิดไปว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง หรือมีนายกรัฐมนตรี 2 คน แต่นายทักษิณเคยประกาศชัดเจนแล้วว่าจะกลับมาใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่กับครอบครัว เมื่อกลับมาก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างตรงไปตรงมา จึงต้องตั้งคำถามกลับไปว่า ทำไมบางคนถึงคิดว่าคนอื่นจะต้องคิดไม่ดีตลอดกาล”

“โดยส่วนตัวไม่คิดว่าการเมืองจะมีการเปลี่ยนแปลงเพราะเรื่องนี้ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นต้องมีเงื่อนไข เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ ถ้าทำให้ดีขึ้นไม่ได้ย่อมมีการเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าทุกภาคส่วนและประชาชนร่วมมือกัน การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นก็จะเป็นไปในทิศทางที่ดี ส่วนตัวเชื่อมั่นว่าหลังจากนี้สถานการณ์ในภาพรวมจะดีขึ้น”

การเมืองไม่รุนแรง

“นพดล ปัทมะ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในอดีตเขาคือ “ทนายความส่วนตัว” ของ “ทักษิณ” ตั้งแต่หลังการรัฐประหาร 2549 จนถึงการรัฐประหาร 2557

ตนขอแสดงความยินดีกับท่านอดีตนายกฯ ทักษิณ และครอบครัวที่ได้รับการพักโทษกลับบ้านในวันนี้ ท่านอดีตนายกฯ มีความทุกข์มานานและมีสิทธิที่จะได้พบกับความสุขและอยู่กับครอบครัว ซึ่งผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยและคนที่รักท่านมีจำนวนมากก็รู้สึกดีใจ และเชื่อว่าท่านคงจะมีความสุขที่ได้ใช้ชีวิตกับครอบครัว

นพดลเชื่อว่าการเมืองหลังจากนี้จะไม่รุนแรง แต่จะเข้าสู่บรรยากาศแห่งความปรองดองและสมานฉันท์ การเมืองในสภาคงไม่ใช้พวกมากลากไปและการเมืองนอกสภาถ้าหากมีก็คงจะต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย และพรรคการเมืองคงต้องต่อสู้กันในเชิงนโยบาย และทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

“เชื่อว่าประสบการณ์การเป็นนายกฯ และการพบผู้นำต่าง ๆ ในช่วง 17 ปีที่ท่านอยู่ในต่างประเทศ ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ท่านคงจะนำความรู้และประสบการณ์มาก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติในทางที่ชอบด้วยกฎหมายและในโอกาสที่เหมาะสมต่อไป”

จรัญฯ 69 คึกคักอีกครั้ง

“วราวุธ  ศิลปอาชา” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะคนที่เป็นลูกคนหนึ่งต้องขอแสดงความยินดีกับครอบครัวชินวัตรที่ในวันนี้ผู้นำครอบครัวได้กลับบ้าน โดยเฉพาะหลาน ๆ ที่จะได้อยู่กับคุณปู่ คุณตา ก็ขอแสดงความยินดีกับครอบครัวชินวัตรอีกครั้งหนึ่ง และคิดว่าจากวันนี้ไปซอยจรัญสนิทวงศ์ 69 คงจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง

คงจะมีผู้คนเข้าออกซอยนั้นเยอะขึ้นมาก และในเวลาเดียวกันคงจะทำให้เศรษฐกิจในละแวกนั้นกระเตื้องขึ้น เพราะวันก่อนได้เห็นจากข่าว เห็นว่าคุณลุงพ่อค้าขายบะหมี่ที่ซบเซาไป ตอนนี้กิจการคงกลับมาเฟื่องฟูได้เหมือนเดิม

”ผมคิดว่าอุ๊งอิ๊งคงได้มากกว่ากำลังใจ เพราะเมื่อได้กลับมาอยู่บ้านด้วยกันแล้ว เวลามีปัญหาก็สามารถปรึกษากับคุณพ่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องใช้ทางโทรศัพท์ หรือขอเวลาเข้าไปเยี่ยม ดังนั้น การได้อยู่ใกล้ชิดกัน สามารถปรึกษากันได้ตลอด ก็ยิ่งจะทำให้ได้ทั้งพลังใจ กำลังใจ ในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เพราะพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคใหญ่คงจะมีหลาย ๆ เรื่องที่คงต้องแก้ไข และในวันนี้เมื่อคุณพ่อออกมาแล้วก็เชื่อว่าจะได้เป็นกุนซือสำคัญอีกคนหนึ่ง“

ส่วนการไปเยี่ยมคารวะที่บ้านจันทร์ส่องหล้าหรือไม่ “วราวุธ” ตอบว่าวันนี้เมื่อนายกฯทักษิณได้ออกจากโรงพยาบาลกลับมาอยู่บ้าน สามารถเข้าเยี่ยมได้ ก็คงจะหาเวลาและขอนัดเข้าไปเพื่อเยี่ยม ไปสวัสดี และถามไถ่อาการป่วยตามประสาอาหลาน“

อุ๊งอิ๊ง โชว์ภาพพ่อ

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว เป็นภาพนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กำลังนั่งอยู่บริเวณริมสระว่ายนํ้า ภายในบ้านจันทร์ส่องหล้า โดยที่นายทักษิณกำลังใส่เฝือกที่คอ และแขนข้างขวา พร้อมข้อความระบุว่า “หลังไม่ได้เจออากาศและแดดข้างนอกมา 180 วัน และไม่ได้กลับบ้านหลังนี้มา 17 ปี…พ่อก็ออกนั่งข้างนอกแบบนี้ นั่งอยู่สักพักเลย #finallyhome ❤️” พร้อมแท็กสมาชิกในครอบครัว ทั้งพี่ชาย พี่สาว พี่สะใภ้ รวมถึงสามีด้วย