แจกเงิน 10,000 ไม่คืบ ศิริกัญญาก้าวไกลแนะ ล้วงเงินท้องถิ่น

ศิริกัญญา เผย ก้าวไกลรวบรวมข้อมูลซักฟอกรัฐบาล อาจมีเรื่องพักโทษ ‘ทักษิณ’ แนะรัฐบาลล้วงเงินท้องถิ่นกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังดิจิทัลวอลเลตไม่คืบ 

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมการอภิปรายรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 และ มาตรา 152 ว่า ทีมที่ทำเรื่องนี้คงกำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ เพื่อที่จะตัดสินใจว่าจะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือการอภิปรายทั่วไปกันแน่ แต่เราคงจะใช้เวลาที่เหลือ 1 เดือนตกผลึกว่าจะต้องไปในทางไหน และคงจะใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 หรือมาตรา 152 แน่นอน ส่วนจะเป็นการอภิปรายทั่วไปหรือไม่ไว้วางใจ จะต้องตัดสินใจกันอีกครั้ง

แต่ก็คิดว่าเป็นโอกาสที่ดีแม้จะเป็นแค่การอภิปรายแบบไม่ลงมติ ซึ่งจะเป็นการให้ข้อเสนอแนะกับรัฐบาลและคณะรัฐมนตรี (ครม.) นำปรับใช้ได้

ส่วนจะมีการอภิปรายเรื่องการพักโทษของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเข้าไปอยู่ในประเด็นที่จะอภิปรายด้วยหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ตนคิดว่าประเด็นนี้จะเป็นหนึ่งในประเด็นที่เราจะต้องมีการพิจารณาว่าจะนำไปอภิปรายในครั้งนี้หรือไม่ ซึ่งแน่นอนว่ามีความเกี่ยวพันกับหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมาตรฐานในการปฏิบัติ โดยที่ไม่มีการเลือกปฏิบัติเป็นผู้ต้องขังแบบใด

รวมถึงยังมีนโยบายอื่นที่เราคิดว่าน่าจะมีปัญหาเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นนโยบายเกี่ยวกับการจัดการที่ดิน ส.ป.ก. การทุจริตคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้น แม้จะยังไม่ถึงตัวรัฐมนตรี แต่อาจจะเป็นข้าราชการระดับสูง แต่เราคงจะมีการหยิบยกขึ้นมาถกเถียงและอภิปราย เพื่อแจ้งให้ทางฝ่ายบริหารให้รับทราบและนำไปสู่การแก้ไขในอนาคต

น.ส.ศิริกัญญายังกล่าวถึงการแก้ไขปัญหาที่ดิน ส.ป.ก.ว่า นายกรัฐมนตรีควรเป็นตัวกลางแก้ไข เนื่องจากปัญหาที่เรื้อรังมาจากหลายกระทรวง หลายหน่วยงาน และปัญหานี้สามารถแก้ไขได้โดยการนำเทคโนโลยีมาช่วย โดยเฉพาะวันแมป ที่เรารอคอยมากว่า 10 ปี แต่ทุกวันนี้ก็ยังใช้วิธีการพูดคุยเพื่อจบปัญหา ไปทีละเรื่อง ไปทีละแปลง แต่หากเรามีวันแมปที่จะเป็นแผนที่เดียวทั้งประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับรัฐ และระหว่างหน่วยงานรัฐด้วยกันก็จะจบและไม่มีปัญหาต่อเนื่องยาวนานมาจนถึงทุกวันนี้ แต่ขณะนี้กำลังรอท่าทีที่เด็ดขาด แน่วแน่ที่จะขับเคลื่อนเรื่องนี้อยู่ แต่ยังไม่ค่อยเห็นจากนายกรัฐมนตรี

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจที่พรรคก้าวไกลมีเพียงพอที่จะอภิปรายหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ตอนนี้เราเก็บข้อมูลไปค่อนข้างมาก อาจจะต้องใช้โอกาสที่เร็วกว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรืออภิปรายทั่วไปด้วยซ้ำ ทั้งนี้ จากตัวเลขที่เรากำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ต้องยอมรับว่าฟื้นตัวช้ากว่าที่ควรจะเป็น เราคาดหวังว่ารัฐบาลควรจะต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นขึ้นแล้ว ณ วันนี้ ไม่ใช่รอแต่ดิจิทัลวอลเลตจะมา

แน่นอนเรามีปัญหาว่างบประมาณรายจ่ายประจำปีอาจจะล่าช้ามาไม่ทัน แต่ในฐานะที่ตนเป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 สภาผู้แทนราษฎร ก็เร่งทำงานกันอย่างเต็มที่

และวันนี้งบประมาณก็มีการพิจารณาเกือบจะเสร็จแล้ว คาดว่าจะนำเข้าสู่การพิจารณาในวาระ 2 และ 3 ได้เร็วกว่ากำหนดการเดิมประมาณ 2-3 สัปดาห์ด้วยกัน แม้เราจะทำงานในจุดนี้กันอย่างเต็มที่ แต่ขณะที่งบประมาณยังไม่ออก ก็ยังมีหลายเรื่องที่รัฐบาลสามารถใช้มาตรการทางการคลังที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจตอนนี้ได้เลย

น.ส.ศิริกัญญากล่าวต่อว่า ตอนนี้เงินสะสมขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่นมีอยู่ประมาณ 1.8 แสนล้านบาท ซึ่งแน่นอนว่ามีการปลดล็อกให้สามารถนำมาใช้ได้ง่ายขึ้น เพียงแค่ผ่านการอนุมัติของสภาท้องถิ่นก็สามารถทำได้เลย แต่ยังไม่มีแรงจูงใจที่จะทำ

ทั้งนี้ รัฐส่วนกลางสามารถให้เขานำเงินออกมาใช้เพื่อทำให้เศรษฐกิจแต่ละท้องถิ่น เศรษฐกิจฐานราก สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างมีชีวิตชีวากลับคืนมาในระหว่างที่งบประมาณยังไม่ออก ซึ่งเราได้มีการเสนอว่ารัฐบาลควรจะมีมาตรการที่คล้ายกับโครงการคนละครึ่ง แต่เป็นคนละครึ่งสำหรับท้องถิ่น

หากท้องถิ่นจะนำเงินสะสมออกมาใช้ครึ่งหนึ่งรัฐบาลจะสมทบอีกครึ่ง เพื่อให้เงินจำนวน 1.8 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 3.6 แสนล้านบาท โดยใช้งบฯกลางที่ขณะนี้มีการอนุมัติงบฯไปพลางก่อน 2 ใน 3 ของปี 2566 ซึ่งน่าจะอยู่ที่ประมาณ 6 หมื่นกว่าล้านบาท

“หากนำไปสมทบกับท้องถิ่นก็จะเป็นมาตรการที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างน้อยก็ประพรมให้เศรษฐกิจในท้องที่มีชีวิตชีวาขึ้น นี่เป็นสิ่งที่เราเสนอให้รัฐบาลสามารถทำได้เลย ไม่ต้องรอโครงการขนาดใหญ่อย่างดิจิทัลวอลเลต เพราะเรายอมรับมานานแล้วว่า เศรษฐกิจขณะนี้ฟื้นตัวได้ช้ากว่าที่ควรจะเป็น” น.ส.ศิริกัญญากล่าว