Skip to content

เศรษฐา เตรียมจัดแพคเกจภาษี ดึงบิ๊กอุตสาหกรรมอิตาลี ลงทุนไทย

18 พ.ค. 2567 | 11:25น.
เศรษฐา เตรียมจัดแพคเกจภาษี ดึงบิ๊กอุตสาหกรรมอิตาลี ลงทุนไทย

เศรษฐา ดันผ้าย้อมครามสู่เวทีโลก ถกประธานหอแฟชั่นอิตาลีแห่งชาติ แลกเปลี่ยนความรู้ ผลักดันจัดงานระดับโลกในไทย เผยเตรียมรวมเมกะโปรเจกต์พรีเซ็นต์ผู้ว่าแคว้นลอมบาร์เดีย – จัดสิทธิประโยชน์ทางภาษี ดึงลงทุน

วันที่ 18 พฤษภาคม 2567 ตามเวลาท้องถิ่นเมืองมิลาน สาธารณรัฐอิตาลี (ซึ่งช้ากว่ากรุงเทพฯ 5 ชั่วโมง) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปถึงภารกิจการเยือนโรงงานของห้องเสื้อ Zegna เมืองวาลดิลานา (Valdilana) และพบหารือกับนาย Gildo Zegna ผู้บริหารของห้องเสื้อ Zegna เมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่า วานนี้นั่งรถไป 1 ชั่วโมงครึ่ง เพื่อไปโรงงานผลิตภัณฑ์ชั้นนำด้านแฟชั่นชื่อ  Zegna ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำทางด้านแฟชั่นที่ใหญ่ที่สุดบริษัทหนึ่ง

ซึ่งมีชื่อเสียงทางด้านการทำผ้าที่เป็นที่นิยม ทั้งผ้าวูล (ผ้าขนสัตว์) แคชเมียร์และผ้าฝ้าย ซึ่งไม่ได้ทำแค่เฉพาะแบรนด์ของตัวเอง แต่ยังส่งไปให้  Christian Dior Hermès และ Louis Vuitton แสดงว่าเป็นผู้นำด้านผ้าอย่างแท้จริง ซึ่งมีร้านในไทยที่สยามพารากอนและกำลังจะเปิดสาขาใหม่ เชื่อว่าประสบความสำเร็จอย่างสูงในไทย จึงเป็นที่มาว่าทำไมวันนี้ตนถึงต้องมาเจอ เพราะเขาเข้าใจตลาดไทยและมีความผูกพันธ์กับประเทศไทยพอสมควร

นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนได้นำผลิตภัณฑ์ผ้าย้อมคราม จากจังหวัดสกลนคร มาเสนอ ซึ่งทางบริษัทจะส่งผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้ไปสำรวจว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะนำผ้าย้อมครามมาผลิตภายใต้แบรนด์ของเขา เพื่อทำเป็นผลิตภัณฑ์มาขาย ซึ่งเรื่องของผ้าย้อมครามอยู่ภายใต้โครงการในพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

เป็นความภาคภูมิใจของสินค้าพื้นเมืองที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน และสามารถนำมาเป็นส่วนหนึ่งของสินค้าของ  Zegna ที่กระจายสินค้าไปทั่วโลกได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะในอีก 2 สัปดาห์ทางบริษัทจะเดินทางไปประเทศไทย

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนการหารือกับผู้บริหารของแบรนด์ชั้นนำระดับโลก Loro Piana  ซึ่งถือเป็นคู่แข่งสำคัญของ Zegna  เป็นบริษัทที่ทำเรื่องผ้าเหมือนกัน แต่เน้นหนักไปทางเสื้อผ้าฤดูหนาว ซึ่งปัจจุบันได้หันมาทำเสื้อผ้าฤดูร้อนค่อนข้างเยอะพอสมควร ซึ่งเมื่อ 7 เดือนที่ผ่านมาได้ไปเปิดร้านที่สยามพารากอนและประสบความสำเร็จอย่างมากมายเกินความคาดหมาย จึงเป็นเหตุผลที่คณะทำงานของตนเลือกมาเจอ

และเขาก็ชื่นชมว่าประเทศไทยมีความเข้าใจเรื่องแฟชั่น และสามารถเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเครื่องจักสานที่จะนำมาเป็นส่วนหนึ่งในการทำกระเป๋า และผ้าย้อมครามจากโครงการดอนกอย จ.สกลนคร ที่จะมาเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลคชั่นในอนาคต

และที่น่าสนใจคือในปัจจุบันแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก หากมีการปล่อยสินค้าหรือเปิดคอลเลคชั่นใหม่ จะมีการตั้ง Pop up store ซึ่งเป็นร้านเล็กๆที่ไม่ได้อยู่ในห้างหรือ อยู่แบบถาวร จะไปเปิดตามชายหาดหรือสถานที่ต่างๆที่มีเวลาจำกัด ซึ่งอาจจะทำที่เชียงใหม่หรือภูเก็ต เป็นการขยายลูกค้า ทำให้มีการท่องเที่ยวที่ดีด้วย

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการหารือกับ Carlo Capasa ประธานหอแฟชั่นอิตาลีแห่งชาติ (Chairman of the National Chamber of Italian Fashion)  ซึ่งเป็นสมาคมที่ดูด้านแฟชั่นทั้งหมดของอิตาลี ว่า เป็นที่น่าสนใจเพราะจีดีพีของอิตาลีขึ้นอยู่กับแฟชั่น ซึ่งส่งออกแฟชั่น 90% ขณะที่ 10 % ใช้ภายในประเทศ ซึ่งแบรนด์ต่างๆ ที่รวมตัวเป็นสมาคมมีความแน่นแฟ้น

และมีการพูดคุยตลอดเวลา มีการแลกเปลี่ยนความรู้ มีการจัดนิทรรศการต่างๆเพื่อให้ความรู้ และเชื่อมโยงกับสถาบันสอนแฟชั่นของมิลาน โดยมีการพูดคุยว่าจะนำนักเรียนไทยด้านแฟชั่นมาศึกษาต่อที่นี่ ขณะเดียวกันก็จะมีการช่วยเหลือในการจัดแฟชั่นโชว์ระดับโลกที่เมืองไทย และการจัดนิทรรศการโดยเอาดีไซน์เนอร์ทั้งที่มีชื่อเสียงและเป็นรุ่นต่อไปที่จะมีชื่อเสียงจากอิตาลีไปแสดงที่ประเทศไทย

รวมถึงจัดให้มีการสอนหนังสือเป็นกรณีพิเศษเกี่ยวกับเรื่องแฟชั่นที่ประเทศไทยเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน เป็นเรื่องที่ดีที่เราพยายามให้เขาเข้ามาประเทศไทยมากขึ้น

นายเศรษฐา กล่าวถึงการหารือกับนาย Attilio Fontana ผู้ว่าแคว้นลอมบาร์เดีย ว่าเป็นแคว้นที่มีจีดีพีสูงสุดในอิตาลี ทั้งเรื่องการเกษตร อิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมหนัง หรือแม้กระทั่งรถยนต์ ซึ่งเราได้ขอการสนับสนุนให้ไปลงทุนในประเทศไทย

โดยในไตรมาส 3 เอกอัครราชทูตไทยประจำอิตาลี จะทำงานร่วมกับหม่อมหลวงชโยธิต กฤดากร ประธานผู้แทนการค้าไทย และบีโอไอ จะจัดทีมงานมานำเสนอข้อเสนอและมาตรการสนับสนุนทางภาษี เพื่อให้อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของอิตาลีย้ายฐานการผลิตหรือขยายฐานการผลิตมายังประเทศไทยบ้าง

รวมทั้งนำโครงการที่สำคัญต่างๆที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานทั้งการอัพเกรดสนามบิน ท่าเรือน้ำลึก รถไฟความเร็วสูงหรือแม้กระทั่งโครงการแลนด์บริดจ์ เขาจะเห็นภาพโครงการทั้งหมด ว่าเราจะทำอะไรบ้างและจะสามารถมีส่วนร่วมกับเราตรงไหนได้บ้าง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายเศรษฐาได้ไปยังห้องเสื้อVersace เพื่อเยี่ยมชมห้องเสื้อและหารือกับผู้บริหารห้องเสื้อ Versace  พร้อมเปิดเผยภายหลัง ว่า เยี่ยมชมห้องเสื้อ Versace ที่ห้องเสื้อสาขาถนน Luigi Einaudi ซึ่งถือเป็นอีกแบรนด์ดังของอิตาลีที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีหลายสาขาในเมืองไทย และมีการขยายธุรกิจไปในด้านต่าง ๆ ทั้งการทำโรงแรม ที่พักอาศัย แบรนด์แว่นตา น้ำหอม โดยปัจจุบันมีการปรับแบรนด์ให้เข้ากับคนรุ่นใหม่มากขึ้น

“ผมได้หารือกับ Versace ว่า ในประเทศไทยอยากให้มีการร่วมมือกันในด้านการศึกษากับมหาวิทยาลัยในมิลาน เช่น Marangoni Fashion Institute ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยด้านแฟชั่นในมิลาน และอยากให้ Versace รับนักศึกษาฝึกงานด้านแฟชั่นจากเมืองไทย รวมถึงอยากให้มี event ในเมืองไทยมากขึ้น เช่น คอนเสิร์ต หรือแฟชั่นโชว์ โดยรัฐบาลไทยมีมาตรการสนับสนุน เช่น การลดอัตราภาษีบุคคลเหลือ 70% เพื่อให้มาเปิด Head Quarter ในเมืองไทย เป็นต้น” นายกรัฐมนตรี กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เกาะติดรัฐบาลเศรษฐา