รัฐบาลไทยเตรียมส่งหนังสือแจ้ง “สหรัฐ-จีน” หลังกัมพูชาละเมิดข้อตกลงไม่หยุดยิง ขณะที่กองทัพ 2 ประเทศ เลื่อนวงเจรจา ส่วน ครม.ยันคง 4 มาตรการให้กองทัพรักษาอธิปไตยเต็มที่
เวลา 11.00 น. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงการติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า วันนี้สถานการณ์ไทย-กัมพูชา 7 จังหวัด ตั้งแต่ 24.00 น.ที่ผ่านมา รัฐบาลได้รับรายงานว่ายังมีการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงในพื้นที่หลายจุด ซึ่งเหตุผลที่ต้องรอตั้งแต่ 24.00 น. จนถึง 10.00 น.วันนี้ เนื่องจากในพื้นที่ทางกองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 จะสรุปสถานการณ์รายละเอียดว่ามีการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงในจุดไหน แบบใดบ้าง และมีพยานหลักฐานในลักษณะเช่นใด
เพราะฉะนั้นเมื่อเวลา 10.00 น.ที่ผ่านมา จะมีการเลื่อนการประชุมในพื้นที่ระหว่างกองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 รวมทั้งทหารเรือที่ดูแลในจังหวัดจันทบุรีและตราดของประเทศไทย ส่วนการหารือกองทัพของกัมพูชา ในส่วนกองทัพภาคที่ 4 และภาคที่ 5 ที่จัดประชุมกันในวันนี้ (29 ก.ค.) ให้กองทัพบกเป็นผู้พิจารณา ว่าจะเลื่อนไปเมื่อไหร่
นายจิรายุกล่าวว่า ส่วนสาเหตุที่ยังมีการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง รัฐบาลไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ย้ำให้กองทัพปกป้องอธิปไตย และปกป้องบูรณภาพแผ่นดินไทยอย่างเต็มที่ โดยยังคงตรึงกำลังไว้ก่อน จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น ซึ่งถือเป็นการรักษาอธิปไตยของประเทศไทย และดูแลประชาชนในพื้นที่ และตามจังหวัดชายแดนต่าง ๆ
ขณะที่การประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และ ศบ.ทก. ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ชายแดนในขณะนี้ ที่เริ่มมาตั้งแต่เวลา 09.30 น. มีความคืบหน้าการรายงานว่าจะต้องปฏิบัติอย่างรอบคอบ ซึ่งมีคำแนะนำโดยเฉพาะรัฐบาลไทย จะแจ้งให้กับผู้สังเกตการณ์ในวงเจรจาที่ประเทศมาเลเซีย วานนี้ (28 ก.ค.) ที่มีประเทศจีนและสหรัฐอเมริกา ซึ่งรัฐบาลไทยจะทำเอกสารส่งไปว่ายังมีการละเมิดการยิงหลังเที่ยงคืนแบบไหนอย่างไร
นายจิรายุกล่าวว่า ส่วนสื่อกัมพูชารายงานว่าขณะนี้กองทัพกัมพูชาหยุดยิงแล้ว ก็มีสิทธิที่จะชี้แจงในลักษณะนั้น แต่ว่ากองทัพไทยยังยืนยันว่ายังตรึงกำลัง และรักษาอธิปไตยอย่างต่อเนื่อง
ส่วนในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยืนยัน 4 ประเด็น คือ
1.ให้กองทัพรักษาอธิปไตย และบูรณภาพดินแดนอย่างเต็มที่
2.กรณีการเรียกเอกอัครราชทูตไทย ยังคงย้ำในจุดยืนเดิมให้เรียกกลับประเทศไทย และส่งทูตกัมพูชาให้กลับประเทศเช่นกัน ซึ่งดำเนินการไปแล้ว
3.ให้กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการดูแลพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบตามแนวชายแดน ส่วนการอพยพขอให้รอ ศบ.ทก.แถลงในช่วงบ่ายวันนี้ (29 ก.ค.) ที่จะลงพื้นที่ตรวจสอบให้เรียบร้อยก่อน
4.ให้ ศบ.ทก.ประชุมอย่างต่อเนื่อง หากมีเหตุการณ์ด่วนก็สามารถชี้แจงกับพี่น้องประชาชนได้ทันที
“เราเดินแนวทางแบบสุภาพบุรุษในการปฏิบัติภารกิจทุกรูปแบบ ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ เราทำงานลักษณะกองทัพแบบสุภาพบุรุษ ด้วยการเจรจาของประธานอาเซียนเรายืนยันว่าเสรีภาพและสันติภาพย่อมเกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และหลังจากช่วงบ่ายเมื่อส่งข้อความไปยังผู้สังเกตการณ์แล้ว คงต้องทำรายละเอียดเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป”
เมื่อถามว่า จะมีการส่งเอกสารชี้แจงให้กับประเทศที่เป็นพยานตอนไหน นายจิรายุกล่าวว่า เราต้องส่งพยานหลักฐาน ว่าการปะทะมีจุดไหนอย่างไรบ้าง โดยคาดว่าในช่วงบ่ายวันนี้ (29 ก.ค.) จะให้กระทรวงการต่างประเทศชี้แจงว่ามีกี่ข้อ