แพทองธารพกยาดมเข้าไต่สวนนาน 2 ชั่วโมง ศาลย้ำห้ามเผยแพร่ข้อความ พร้อมสั่งคู่กรณียื่นคำแถลงปิดคดี 25 ส.ค. เร็วขึ้นจากเดิมให้มีเวลาทำคำวินิจฉัย นัดลงมติ 29 ส.ค.
ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศระหว่างการไต่สวนพยานบุคคล คดีคลิปเสียงสนทนาสมเด็จฮุน เซน โดยปากแรกคือนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และปากที่สองคือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.วัฒนธรรม ทั้งนี้ เมื่อถึงช่วงที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ปฏิญาณต่อหน้าศาล ก่อนตอบข้อซักถาม เป็นที่สังเกตว่าด้านขวามือของนายกฯ ได้วางยาดมยี่ห้อหนึ่งที่ขออนุญาตนำเข้ามาพร้อมปากกา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาไต่สวน น.ส.แพทองธาร กว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง ศาลได้กำชับว่าห้ามไม่ให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนของศาลนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริง หรือข้อกฎหมายในลักษณะที่เข้าใจผิดต่อสังคม
ทั้งนี้ ตามที่ศาลได้สั่งให้คู่กรณียื่นคำแถลงปิดคดีวันที่ 27 สิงหาคม และนัดลงมติและอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคมนั้น พิจารณาแล้วเห็นว่าตุลาการแต่ละท่านมีเวลาทำความเห็นส่วนตัวเพียง 1 วัน เพื่อให้การวินิจฉัยคดีของศาลเป็นไปอย่างรอบคอบและครบถ้วน อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 31 จึงให้คู่กรณียื่นคำแถลงปิดคดีในวันที่ 25 สิงหาคม หากไม่ยื่นภายในกำหนดให้ถือว่าไม่ติดใจยื่น ส่วนการนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ ลงมติ และอ่านคำวินิจฉัยให้เป็นไปตามกำหนดเดิม
จากนั้น น.ส.แพทองธาร พร้อมสามี และพี่สาว ได้เดินลงจากห้องพิจารณาคดี พร้อมยกมือไหว้ทักทายสื่อมวลชนและประชาชนที่มารอให้กำลังใจ โดยไม่มีการให้สัมภาษณ์ใด ๆ
ขณะที่บรรยากาศด้านนอกศาล มีบรรดาสื่อมวลชนติดตามการไต่สวน ปรากฏว่ามีหญิงวัยกลางคนมานั่งรอให้กำลังใจ น.ส.แพทองธาร พร้อมกับนำภาพหลวงปู่ทวดมามอบให้เป็นกำลังใจนายกฯ หลังการไต่สวน พร้อมระบุว่า “รักนายกฯมาก วันนี้มารอให้กำลังใจ” ขณะที่คู่กรณี รวมถึงอดีต สว. อาทิ นายสมชาย แสวงการ นายคมสัน โพธิ์คง นักวิชาการ ได้เดินลงมาแต่ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ โดยระบุเพียงว่าศาลไม่ให้พูดเนื้อหาในการพิจารณาคดี