เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
Automotive SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
News กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
Politics นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
สามัญสำนึก ‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
Finance ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ข่าวหน้า 1 จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ดูทั้งหมด

‘สุชาติ’ แจงสภาเร่งยกระดับรายได้เกษตรกร-คุมเข้มอีคอมเมิร์ซ

21 ส.ค. 2568 | 14:27น.
สุชาติ ชมกลิ่น

‘สุชาติ’ แจงสภาเร่งยกระดับรายได้เกษตรกร-คุมเข้มอีคอมเมิร์ซ ย้ำแก้ปัญหาปากท้องควบคู่ปกป้องผู้บริโภค

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมายจากนายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงแทนนายกรัฐมนตรีต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้มีการพิจารณากระทู้ถามสดจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับแนวนโยบายในการควบคุมและบังคับใช้กฎหมายกับร้านค้าต่างชาติบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ และการแก้ปัญหาสินค้าเกษตรราคาตกต่ำ

นายสุชาติกล่าวว่า รัฐบาลตระหนักถึงการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่มีร้านค้าต่างชาติเข้ามาจำหน่ายสินค้าออนไลน์เพิ่มมากขึ้น ซึ่งบางรายไม่ปฏิบัติตามกฎหมายทะเบียนพาณิชย์และกฎหมายการตลาดแบบตรงของไทย ทำให้เกิดผลกระทบต่อการแข่งขันที่เป็นธรรมและความปลอดภัยของผู้บริโภค

รัฐบาลจึงได้ตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน พร้อมกำหนดมาตรการกำกับดูแลให้เข้มงวดและมีประสิทธิภาพ

นายสุชาติกล่าวว่า สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) ได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2568 กำหนดให้แพลตฟอร์มดิจิทัลที่เป็น Online Marketplace ต้องแสดงข้อมูลผู้ขายสินค้า เก็บและตรวจสอบข้อมูลผู้ประกอบการ ดูแลการโฆษณา และลบสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานออกจากระบบ รวมถึงต้องแสดงเอกสารรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สมอ. และ อย. โดยประกาศดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ในช่วงเดือนกันยายน 2567-มิถุนายน 2568 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกับแพลตฟอร์มออนไลน์ตรวจสอบสินค้าและโฆษณากว่า 46,000 รายการ พบสินค้าที่เข้าข่ายผิดกฎหมายกว่า 16,000 รายการ และมีการนำออกจากระบบแล้วกว่า 15,000 รายการ อีกทั้งยังจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากสินค้านำเข้ามูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท รวมกว่า 2,009 ล้านบาท และสามารถดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดแล้วกว่า 62,000 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 2,797 ล้านบาท

นายสุชาติกล่าวต่อว่า ในส่วนของการแก้ไขปัญหารายได้เกษตรกร รัฐบาลตระหนักดีว่าสินค้าเกษตรมีราคาผันผวนตามกลไกตลาดโลก ภัยธรรมชาติ ปริมาณน้ำ และโรคระบาด ทำให้รายได้เกษตรกรไม่มั่นคง จึงได้กำหนดนโยบายสำคัญในการรักษาเสถียรภาพราคาและสร้างความยั่งยืนของรายได้เกษตรกร โดยมอบหมายให้มีคณะกรรมการระดับชาติในแต่ละสินค้าเพื่อบริหารจัดการอย่างครบวงจร

สำหรับพืชไร่ได้มีมาตรการสินเชื่อชะลอการขาย การรวบรวมและแปรรูปโดยสถาบันเกษตรกร และการชดเชยดอกเบี้ยผู้ค้าข้าว รวมทั้งโครงการช่วยเหลือผู้ปลูกข้าวนาปรัง-นาปี ปี 2568/69 วงเงินรวมกว่า 45,000 ล้านบาท รวมถึงมาตรการสำหรับมันสำปะหลังที่ครอบคลุมการชดเชยดอกเบี้ยเก็บสต๊อก การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการจัดทำยุทธศาสตร์มันสำปะหลัง 5 ปี (2568-2572) ขณะที่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีการเก็บสต๊อก สินเชื่อรวบรวม การตลาดเชิงรุก และเพิ่มผลิตภาพ โดยจะทบทวนการนำเข้าเป็นระยะเพื่อไม่ให้กระทบเกษตรกรไทย

นายสุชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของพืชสวน รัฐบาลได้ขับเคลื่อนแผน “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ซึ่งมี 7 มาตรการ 25 แผนงาน ครอบคลุมทั้งการผลิต การตลาด การส่งออก และการป้องกันการเอาเปรียบเกษตรกร ใช้งบประมาณปี 2568 กว่า 764 ล้านบาท โดยเฉพาะผลไม้สำคัญ เช่น ลำไย มังคุด และทุเรียน ที่รัฐบาลกำหนดให้เป็นสินค้าศักยภาพของประเทศ สำหรับปาล์มน้ำมันก็ได้ดำเนินการกำกับดูแลทั้งด้านราคา การตรวจสอบสต๊อก การเพิ่มสัดส่วนผสมไบโอดีเซล และควบคุมการรับซื้อของโรงงานอย่างเข้มงวด

นายสุชาติกล่าวว่า รัฐบาลได้กำหนดกรอบแผน 5 ปี ทั้งในส่วนของพืชไร่และพืชสวนเพื่อบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มุ่งหวังแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการดำเนินมาตรการควบคุมร้านค้าต่างชาติบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อปกป้องผู้บริโภคและสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการไทย ยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับทั้งการแก้ปัญหาปากท้องของเกษตรกรและการคุ้มครองผู้บริโภคในยุคดิจิทัลไปพร้อมกัน