“สินทรัพย์ดิจิทัล” เข้าข่ายคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรมเพิ่มอำนาจสอบสวน ดีเอสไอ
bitcoin บิตคอยน์ สินทรัพย์ดิจิทัล ราคา
กระทรวงยุติธรรมเพิ่ม “คดีสินทรัพย์ดิจิทัล-ไซเบอร์-ซื้อขายล่วงหน้า” เป็นคดีพิเศษ ดีเอสไอมีอำนาจสอบสวนโดยตรง
กระทรวงยุติธรรมออกกฎกระทรวงกำหนดคดีพิเศษเพิ่มเติม ตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 โดยเพิ่มความผิดใหม่ 3 ประเภท ให้เป็นคดีพิเศษ ได้แก่
1.คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล
2.คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
3.คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
การกำหนดให้ความผิดทั้ง 3 ประเภทเป็นคดีพิเศษ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สามารถดำเนินการสืบสวนและสอบสวนได้โดยตรง โดยเฉพาะในคดีที่มีความซับซ้อน หรืออาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดีของประชาชน ความมั่นคงของประเทศ หรือระบบเศรษฐกิจการคลัง
นอกจากนี้ ยังกำหนดให้ครอบคลุมคดีที่มีลักษณะเป็นความผิดข้ามชาติ เกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรม ผู้มีอิทธิพล หรือเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่มิใช่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งกรณีเหล่านี้จำเป็นต้องใช้วิธีสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเป็นพิเศษ
ร่างกฎกระทรวงฉบับนี้ได้รับความเห็นชอบในหลักการจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2568 ก่อนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (โดยมีนายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทน) จะลงนามประกาศใช้กฎกระทรวงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568
กฎกระทรวงฉบับนี้ออกตามอำนาจในมาตรา 4 วรรคหนึ่ง และมาตรา 21 (1) ของพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551
การปรับปรุงครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการยกระดับกระบวนการยุติธรรมให้สอดคล้องกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ในยุคดิจิทัล ที่อาชญากรรมมีความซับซ้อนและขยายตัวข้ามพรมแดนอย่างรวดเร็ว

