อนุทิน ชาญวีรกูล
นายกฯไหว้ศาลหลักเมือง-วัดพระแก้ว เตรียมนำชื่อ ครม.ทูลเกล้าฯ ยืนยันทำถูกกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ-กำชับหน่วยงานแก้ปมอายัดบัญชีม้า ยันไม่กระทบ “คนละครึ่ง”
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังสักการะศาลหลักเมือง ถึงความคืบหน้าการนำรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอขึ้นทูลเกล้าฯ หลังประชุมที่ตึกสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ว่าเป็นการประชุมกับหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่ง สลค.ได้ส่งชื่อไปตรวจสอบให้เป็นที่เรียบร้อย ถือเป็นการประชุมครั้งสุดท้าย และคาดว่าเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เลขาฯ สลค. กำลังจะทำเอกสารเพื่อกราบบังคมทูลขอพระกรุณาให้ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยในเรื่องการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี คิดว่าเย็นนี้น่าจะทำเสร็จ

เมื่อถามว่า ขณะนี้รายชื่อมีปัญหาหรือไม่ นายกฯระบุว่า ตอนนี้ไม่มี พร้อมยืนยันว่าขณะนี้รายชื่อครบหมดแล้ว แต่เรื่องการกรอกแบบฟอร์มตามรูปแบบให้ตรงกับการนำเสนอเพื่อทูลเกล้าฯ
เมื่อถามถึงข่าวลือคุณสมบัติรัฐมนตรี มีใครที่สุ่มเสี่ยงหรือไม่ นายกฯกล่าวยืนยันว่า ได้ตรวจสอบทุกอย่าง คนที่จะถูกนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ จะต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ
เมื่อถามว่า จะไม่มีข้อร้องเรียนตามมาทีหลังใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เราไปห้ามตรงนั้นไม่ได้ แต่เราต้องมั่นใจว่าได้ทำสิ่งที่ถูกต้อง ตามกฎหมายและตามรัฐธรรมนูญ
เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าสาเหตุที่ล่าช้า เพราะอาจมีการตรวจสอบเยอะ นายอนุทินกล่าวว่า อย่าไปตั้งข้อสังเกตเลย พร้อมย้อนถามสื่อมวลชนกลับว่า ทำไมถึงว่าล่าช้า ผมก็นั่งเทียบอยู่ทุกวันกับชุดเดิม ๆ นั่งเช็กกับเลขาธิการ สลค. และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่มาในสถานะเป็นหัวหน้าหน่วยงานที่ตรวจสอบประวัติอาชญากรคดีต่าง ๆ อัยการสูงสุด เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการศาลยุติธรรม
ซึ่งทุกอย่างมีขั้นตอน ซึ่งผมรู้สึกดีใจที่ทุกท่านให้เกียรติมาด้วยตัวเอง และของเรายังถือว่าเร็วกว่าคนอื่นอยู่ ฉะนั้นทุกอย่างว่าไปตามเนื้อผ้า ไล่ไปตามรายชื่อ ทุกคนความสมบูรณ์อยู่ในคุณสมบัติ

ส่วนเหตุผลที่มาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวันนี้ นายอนุทินระบุว่า ผมมาตลอดเวลา และช่วงนี้ยังเข้าทำเนียบรัฐบาลไม่ได้ และสมัยอยู่กระทรวงมหาดไทย ก็มาอยู่ตลอด
ส่วนหลังจากนี้จะนำ ครม.ใหม่มาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วยหรือไม่ นายกฯระบุว่า เดี๋ยวค่อยว่ากัน แล้วแต่ความศรัทธาของแต่ละท่าน ไม่บังคับกันอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า ได้ขอพรอะไรหรือไม่หลังจากได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นายอนุทินกล่าวว่า ผมขอพรอยู่อย่างเดียวคือขอให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้า เจริญรุ่งเรือง สงบ และขอให้พี่น้องประชาชนคนไทยมีความสามัคคี ขอพรอยู่แค่นี้
เมื่อถามว่า ขณะนี้ประชาชนมีความเดือดร้อนเรื่องการอายัดบัญชี จะมีแนวนโยบายอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า ได้กำชับให้หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องไปแก้ไขปัญหา ถ้าเราสงสัยใครคนใดคนหนึ่ง แต่ไปทำให้คนอื่นเดือดร้อน ก็ไม่ใช่วิธีการทำงาน
เมื่อถามว่า ได้มีการกำชับให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไปทำการบ้านไว้รอแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ให้ถามว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีการประชุมกันทุกวัน
เมื่อถามว่า การอายัดบัญชีจะไม่มีผลกับโครงการคนละครึ่งใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มี ทุกรัฐบาลจะมีโครงการที่เป็นโครงการสำคัญตามนโยบายรัฐบาล ที่ทำให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ ทำให้เกิดขึ้นให้ได้

เมื่อถามถึงกรณีปัญหาน้ำท่วมที่กระทบกับพื้นที่เศรษฐกิจ หลังจากแถลงนโยบายจะสั่งการอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า ตอนนี้ยังสั่งการอะไรไม่ได้ ก็ได้แต่หวังว่า หน่วยงานที่เคยทำงานร่วมกันมา ทั้งกระทรวงมหาดไทย ปภ.
เชื่อว่าสไตล์การทำงานอย่างมหาดไทย เชื่อว่าตอนนี้เตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว ได้มีการสนับสนุนในเรื่องของทรัพยากรบุคลากร เครื่องไม้เครื่องมือ การแสวงหา ความร่วมมือระหว่างกัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงดีอี และกระทรวงกลาโหม เราเป็นหนึ่งเดียวกัน สนธิกำลัง สมานกำลังกัน ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน
“ทุกเรื่องทั้งหน้างาน ทั้งเรื่องของงบประมาณในการให้ความช่วยเหลือการเยียวยา ทุกเรื่องต้องราบรื่น และสมูทขึ้นกว่าเดิมแน่นอน ไม่มีพรรคของผมมีแต่พรรคพวก ไม่มีเรื่อง ขอให้สบายใจได้ คนอย่างผม ถ้าประชาชนได้ประโยชน์ มีความสุข ประเทศชาติได้ประโยชน์ เรื่องพรรคเป็นเรื่องท้าย ๆ ใครได้รับความนิยมจากประชาชนผมก็ยินดี”
เมื่อถามว่า หลังแถลงนโยบายแล้วสามารถทำต่อได้เลยใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า การทำงานไม่มีการหยุดชะงัก เพราะบุคลากรที่คัดเลือกมา เป็นบุคคลที่ทำงานอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด
จากนั้นนายกรัฐมนตรีเดินเท้าข้ามฝั่งจากศาลหลักเมือง เพื่อไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) ต่อ
